คนไทยเดี๋ยวนี้ ‘เล่นกีฬา’ ลึกขึ้นไม่ได้สนแค่รองเท้า-เสื้อผ้า แต่ดูละเอียดถึง ‘อาหารเสริม’ จนเจ้าของ MLAB ต้องทำสินค้าฟื้นฟูขายด้วย

ถ้าได้เลื่อนฟีดในช่วงปีสองปีนี้ ก็พูดได้ว่า นี่คือยุคทองของ Active Lifestyle

เพราะเดี๋ยวนี้คนไทยหันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพ การออกกำลังกาย แถมยังหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งกับการใช้ชีวิตอย่างแนบเนียน 

จะได้เห็นว่าสมัยนี้ หลายๆ คนเลือก ‘รองเท้าวิ่ง’ หรือเสื้อกีฬาไปทำงาน ตอนเช้าไปทำงาน ตกค่ำก็ไปสวนลุมฯ เพื่อออกกำลังกายต่อได้เลย

หนึ่งในบริษัทที่น่าพูดถึงในเทรนด์นี้คือ บริษัท เมนทาแกรม จำกัด (Mentagram) เพราะครั้งหนึ่งเคยตัดสินใจนำกล้องแอคชัน GoPro เข้ามาในไทย 

และนั่นก็ไม่ใช่การตัดสินใจที่ถูกต้องแค่ครั้งเดียวแบบ One-Time Wonder เพราะ Mentagram ยังคิดถูกอีกหนึ่งครั้ง ในการเป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าแบรนด์ On Running ซึ่งดังเป็นพลุแตกในไทย

ดังนั้น ถ้าจะคุยกันเรื่อง Active Lifestyle ก็มองข้าม Mentagram ไปไม่ได้เลย

Brand Inside มีโอกาสได้คุยกับ ‘คม-ณัฐพล ปัทมพงศ์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมนทาแกรม จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าสปอร์ตไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมจากทั่วโลก และผู้บริหารร้านมัลติแบรนด์สโตร์ MLAB 

ลองมาสะท้อนภาพกันว่าตลาดของ ‘คนออกกำลังกาย’ ในไทยนั้นผาดโผนและโตแรงแค่ไหน ในมุมมองของผู้บริหารที่สวมหมวกอีกใบเป็น ‘ผู้คลั่งไคล้ในกีฬา’ ตัวยง

จากยุคทองของจักรยาน สู่การเบ่งบานของ Racket Club

หากเรามองย้อนกลับไปเพื่อวิเคราะห์ถึงวิวัฒนาการของเทรนด์กีฬาและ Active Lifestyle ในประเทศไทยในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมา ‘คม-ณัฐพล’ ได้ฉายภาพการเปลี่ยนผ่าน (Shift) ของตลาดที่ชัดเจนอย่างยิ่ง 

เขาเล่าว่า กระแสการออกกำลังกายเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่ช่วงต้นปี 2010 แต่ในยุคนั้นผู้ที่หันมาดูแลตัวเองอย่างจริงจังยังมีเพียงกลุ่มเฉพาะ (Niche) เท่านั้น 

จนกระทั่งจุดเปลี่ยนแรกได้เริ่มต้นขึ้นในช่วงปี 2013 ถึง 2017 ซึ่งถือเป็นยุคทองที่วงการกีฬาจักรยานเฟื่องฟูถึงขีดสุด เป็นยุคที่ใครๆ ก็ต้องมีจักรยานครอบครองเพื่อแสดงออกถึงไลฟ์สไตล์ 

‘คม’ บอกว่า บริษัทผู้นำเข้าจักรยานรายใหญ่บางรายสามารถกวาดรายได้สูงถึงปีละ 3,000 ล้านบาท ในช่วงที่ตลาดทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด สินค้าจักรยานระดับไฮเอนด์ที่มีราคาสูงถึงคันละ 150,000 บาท ไปจนถึง 300,000 บาท สามารถทำยอดขายได้อย่างถล่มทลาย

บริบทของการออกกำลังกายในช่วงนั้นเปลี่ยนพฤติกรรมคนวัยทำงานเมื่อ 15-20 ปีก่อนอย่างสิ้นเชิง จากเคยสังสรรค์จัดเต็มในคืนวันศุกร์หลังเลิกงาน ก็ต้องเข้านอนตั้งแต่หัวค่ำ เพื่อตื่นในเวลา ตี 5 ออกมาปั่นจักรยานเพื่อเลี่ยงอากาศร้อนจัดในตอนสาย

อย่างไรก็ตาม กีฬาปั่นจักรยานมีข้อจำกัดในเรื่องของความยาก ต้องเตรียมตัว แต่งกาย และตระเตรียมอุปกรณ์จำนวนมาก ประกอบกับเทคโนโลยีของตัวรถจักรยานเองไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงก้าวกระโดดเหมือนอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟน ทำให้ตลาดอิ่มตัว

เมื่อจักรยานเริ่มอิ่มตัว ‘การวิ่ง’ จึงกลายมาเป็นทางออกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้ดีกว่า เพราะเข้าถึงง่าย ใช้เพียงรองเท้าคู่เดียวก็สามารถวิ่งได้ทุกที่ทั่วโลก 

ไม่ว่าจะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น หรือไปร่วมงานจัดแสดงสินค้าในต่างประเทศ ผู้คนก็สามารถตื่นเช้ามาวิ่งชมเมืองก่อนที่คนอื่นจะตื่นได้ 

และเมื่อเทรนด์กีฬาเดิมเริ่มมีความซ้ำซาก ผู้บริโภคจึงเริ่มแสวงหากีฬาใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายขึ้นเรื่อยๆ เช่น 

  • เซิร์ฟสเกตและเวคเซิร์ฟ ได้รับความนิยมขึ้นมาในช่วงหลังโควิด-19
  • กอล์ฟ กลับมาได้รับความนิยมอย่างก้าวกระโดดเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว

รวมถึง ‘กีฬาแร็กเก็ต’ ที่ถือเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงและถือเป็นอนาคตของตลาด เช่น เทนนิส ปาเดล และพิกเกิลบอล เพราะตอบโจทย์คนเมืองได้อย่างสมบูรณ์แบบ

แต่ทุกครั้งที่กีฬาใหม่ๆ เหล่านี้ซบเซา ‘การวิ่ง’ ก็จะกลับมาเสมอ สะท้อนได้ชัดว่าคนไทยพร้อมเล่นกีฬาใหม่ตลอดเวลา และมีความลึกในการเล่น

โอกาสธุรกิจในตลาด Recovery เมื่อคนไทยเล่นกีฬาลึกขึ้น

ในฐานะ CEO ที่คลุกคลีกับกีฬาสายลึก ตั้งแต่จักรยาน วิ่งมาราธอน ไปจนถึงไตรกีฬา ‘คม’ มองว่า คนเล่นกีฬามีความกระหายที่จะแข่งขันและเอาชนะตัวเอง หรือ Beat your own pace เสมอ 

“คนเล่นกีฬาจริงจังเนี่ยเหมือนเขาอยากพิสูจน์อะไรบางอย่าง เมื่อวิ่งระยะ 5 กิโลเมตรได้ตามเวลา ก็จะยิ่งกดดันตัวเองให้ทำเวลาได้เร็วขึ้น ความกระหายนี้ผลักดันให้คนไทยเริ่มมองหาความท้าทายที่ยากขึ้นเรื่อยๆ” 

นี่คือคำพูดที่สะท้อนว่า คนไทยขยับไปสู่การเล่นกีฬา High Performance มากขึ้นเรื่อยๆ 

การที่ Hyrox ฮิตขึ้นมาก็เป็นอะไรที่ตอบคำถามเรื่องนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มคนเมือง 

“เพราะว่ามันสั้นกว่ามาราธอนหรือไตรกีฬา แต่ Intensity สูงมาก ใช้เวลาแค่ชั่วโมงกว่าๆ แต่หัวใจเต้นทะลุตลอด”

และเมื่อคนไทยเล่นกีฬาลึกขึ้น สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คืออาการบาดเจ็บ ความเหนื่อยล้า และความตึงเครียดของมวลกล้ามเนื้อที่สะสม

ในอดีตเมื่อคนไทยมีอาการตึงกล้ามเนื้อ มักจะนึกถึงเพียงแค่การไปร้านนวดแผนไทย แต่ด้วยความเข้าใจในฐานะนักกีฬา ‘คม’ มองว่า วิทยาศาสตร์การกีฬาคือคำตอบ

ตลาดของการดูแลฟื้นฟูร่างกาย หรือ Recovery จึงกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจมหาศาลและเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาเติมเต็มระบบนิเวศของ Active Lifestyle 

Mentagram จึงบุกเบิกนำเข้าอุปกรณ์กลุ่ม Recovery Device เช่น ปืนนวดกล้ามเนื้อแบรนด์ Hyperice และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อตอบสนอง Pain Point นี้โดยเฉพาะ

อีหหนึ่งกระแสรายได้ที่ Mentagram คาดหวัง คือกลุ่ม อาหารเสริม (Supplement) ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดสำหรับคนที่เล่นกีฬาลึกและหนักหน่วง เช่น แมกนีเซียม ที่สำคัญต่อการฟื้นกล้ามเนื้อ คอลลาเจน สำหรับการบำรุงข้อต่อและเส้นเอ็น และครีเอทีน ที่ช่วยเสริมสร้างความทนทานให้มวลกล้ามเนื้อ

บริษัทจึงเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ภายใต้แบรนด์ของตนเอง คือ ‘เอ็มคิวลัส’ เพื่อสร้างวงจรการดูแลลูกค้าแบบครบจบ

ถ้าเทียบกับกลุ่มเครื่องกีฬาที่นานๆ ทีลูกค้าจะซื้อใหม่ สินค้ากลุ่มนี้ตอบโจทย์ในการ ‘ซื้อซ้ำ’ ซึ่งสร้างกระแสรายได้อย่างต่อเนื่อง

ตอนนี้ รายได้หลักของ Mentagram อยู่ที่กลุ่มรองเท้าราว 70-80% แต่ในอนาคต ‘คม’ บอกว่าอยากให้สัดส่วนรายได้กลุ่มรองเท้าให้อยู่ที่ 60% เครื่องแต่งกาย 20-30% และที่เหลือมาจากกลุ่มอาหารเสริม

เตรียมเปิดตัว Mandatory รองรับลูกค้าสายลึก

ในอดีต Mentagram เคยโตอย่างก้าวกระโดดจากการเป็นผู้นำเข้าสินค้า Consumer Electronic โดยพึ่งพากล้อง Action Camera แบรนด์ GoPro สูงถึง 90% ของพอร์ตรวมทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม ‘คม’ ประเมินว่านี่เป็นเรื่องเสี่ยง ประกอบกับว่าแบรนด์เริ่มเสียเปรียบคู่แข่งจากจีน 

จึงปรับโครงสร้างธุรกิจของ Mentagram ในช่วงปลายปี 2016 ถึงปี 2017 โดยดึงธุรกิจใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อนเข้าสู่พอร์ต 

นั่นคือแบรนด์รองเท้าวิ่งสัญชาติสวิตเซอร์แลนด์อย่าง On Running แม้ธุรกิจเครื่องแต่งกายและรองเท้ากีฬาจะไม่ใช่ความถนัดขององค์กร

การตัดสินใจนำแบรนด์ On Running เข้ามาถือเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญ และช่วยหมุนฟันเฟืองให้ Mentagram ขยับเข้าสู่ธุรกิจ Active Lifestyle อย่างเต็มตัว

จนวันนี้ Mentagram มีแบรนด์มากมายในพอร์ต ไม่ว่าจะเป็น แว่นตา Sunski ที่ใช้วัสดุรีไซเคิลน้ำหนักเบา, เสื้อผ้ากีฬาระดับพรีเมียมอย่าง Circle จากฝรั่งเศส, สินค้าไลฟ์สไตล์จากเกาหลีใต้ RNRN ตลอดจนถึงกระบอกน้ำแบรนด์ระดับโลกอย่าง Stanley

เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าที่เล่นกีฬาลึกขึ้น Mentagram จึงเตรียมเปิดตัวร้าน Retail รูปแบบใหม่ภายใต้ชื่อ ‘Mandatory’ ซึ่งจะแตกต่างจากร้าน MLAB ทั้ง 17 สาขา ในปัจจุบัน คือ

  • MLAB จะมุ่งเน้นความเป็น Lifestyle เจาะกลุ่มลูกค้าคลุมระดับ Mass ที่ต้องการสินค้าสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน (Everyday Use) 
  • Mandatory จะถูกปรับขนาดให้เล็กลง แต่วางตำแหน่งให้เป็นร้านระดับ High-End และ High Performance เน้นนำเสนอสินค้า Exclusive และ Limited Edition ที่หาได้ยาก

Mandatory มีการจัดสรรพื้นที่สำหรับสินค้าหายากสำหรับนักวิ่ง รวมถึงโซน Recovery และ Supplement อย่างเต็มรูปแบบ ถือเป็นการยกระดับ Experience หน้าลานที่เหนือกว่าร้านขายรองเท้ากีฬาแบบดั้งเดิม

อีกความเคลือนไหวที่เน้นว่า Mentagram ยกระดับตัวเองเพื่อรองรับลูกค้าสายลึกคือการที่ MLAB ได้เดินหน้าจับมือกับแบรนด์ On เปิดตัวรองเท้าเทนนิสสาย Performance รุ่น THE ROGER Pro 3 ซึ่งเป็นรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อผู้เล่นระดับแข่งขัน

และเรื่องที่ตอกย้ำความเอ็กซ์คลูซีฟของการเปิดตัว THE ROGER Pro 3 ครั้งนี้ MLAB เลือกที่จะเปิดตัวสินค้าที่เทนนิสฮาร์ดคอร์ต ของ ‘ราชกรีฑาสโมสร’ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 100 ปี ที่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้ามาจัดกิจกรรมภายในพื้นที่

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm
บาส รชต สนิท - นักข่าว นักเขียน ที่ Brand Inside | สนใจด้าน Future of Work, สิทธิคนทำงาน, สิ่งแวดล้อม, การเมืองโลก, ปัญหาทุนนิยม และ สิทธิมนุษยชน