ชาเย็นแล้ว กาแฟแล้ว ถึงคิว ‘ชาเขียว’ บ้างแล้ว! สำหรับเครือ ‘ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน’ ที่ล่าสุดได้เปิดตัวแบรนด์ใหม่ ‘ฉันจะกินชาเขียวทุกวัน’ ออกมาให้แฟนๆ น้ำชงได้ติดตามมาลองชิมเป็นแบรนด์ต่อไป

เริ่มต้นจากคอนเทนต์ กลายเป็น ‘เรื่องจริง’ เพราะลูกค้าต้องการ
หลังจากแบรนด์ประสบความสำเร็จจากแบรนด์ ‘ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน’ ที่สามารถสร้างกระแสไวรัลทั่วเมืองจากเมนู ‘สลัชชี่ชาไทย’ จนทำให้แบรนด์สามารถขยายสาขาอย่างรวดเร็ว และทำรายได้ทะลุ 140 ล้านบาทไปในปีที่ผ่านมา
ล่าสุด ‘ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน’ ได้ออกมาเผยแล้วว่า ‘ฉันจะกินชาเขียวทุกวัน’ จะเป็นแบรนด์ใหม่แบรนด์ต่อไปของกลุ่ม โดยมีจุดเริ่มต้นมาจาก คอนเทนต์ April’s Fool Day ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก มีลูกค้าสอบถามความคืบหน้า และบอกว่าอยากให้แบรนด์ทำร้านขายชาเขียวจริงๆ
ประกอบกับเริ่มเห็นลูกค้ากลุ่ม ‘พนักงานออฟฟิศ’ เลือกดื่ม ‘ชาเขียว’ หรือ ‘มัทฉะ’ เป็นเครื่องดื่มแก้วแรกของวันมากขึ้น จนทำให้ ‘มัทฉะ’ สามารถเบียด ‘กาแฟ’ ได้อย่างสูสีแล้ว จึงตัดสินใจพัฒนาแบรนด์ทันที
ขายทั้ง ‘ชาเขียว’ และ ‘มัทฉะ’ เริ่มต้น 65 บาท เพราะอยากให้กินได้ทุกวัน
ผู้บริหาร ‘ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน’ ยังบอกอีกว่า ตอนนี้ราคาของชาเขียวหรือมัทฉะในตลาดไปไกลมาก แต่คอนเซปต์ของแบรนด์อยากทำ “เครื่องดื่มที่ผู้บริโภคกินได้ทุกวัน” จึงอยากทำราคาที่ซื้อได้ทุกวันจริงๆ เมนูจึงแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
– เมนูชาเขียว เริ่มต้น 65-95 บาท เน้นชาเขียวเบลนด์กับชาอัสสัมอบด้วยดอกมะลิ ได้ความหอมละมุนกลุ่นฟลอรัล มีให้เลือกแบบใส ลาเต้ ไปจนถึง Yuzu Green Tea และ Redbean Green Tea
– เมนูมัทฉะ เริ่มต้น 75-145 บาท โดยทางร้านเลือก ‘ยาเมะมัทฉะ’ (Yame Matcha) ซึ่งเป็นกลิ่นและโทนที่คนไทยคุ้นเคย โดยเลือกจาก ‘มัทฉะญี่ปุ่น’ ที่ได้ชิมไปกว่า 40-50 ตัว ก่อนนำมาพัฒนาเป็นเมนูเสิร์ฟได้ทั้งในรูปแบบใสและลาเต้ ไปจนถึงเมนูอื่นๆ อาทิ เมนูมะพร้าว เมนูท็อปด้วยโฟม หรือแม้แต่เมนูสลัชชี่
“แบรนด์เรามีคำว่า ‘ทุกวัน’ พอเป็นคำว่า ทุกวัน มันไม่สามารถทำราคาแพงกว่านี้ไปได้ โดยเฉพาะราคายิ่งต้องขีดเส้นใต้ อาจจะมีความหลากหลายอย่างเมนูสลัชชี่ แต่อย่างไรต้องมีเมนูราคาเข้าถึงง่ายยืนพื้นให้ลูกค้า
แม้ราคาจะขยับจากชาเย็นแต่ไม่ได้แตกต่างกันมาก ด้วยวัตถุดิบมัทฉะมีราคาสูงกว่า จะทำอย่างไรให้ลูกค้าที่จ่ายแล้วยังรู้สึกคุ้มค่า ไม่อยากให้เป็นน้ำที่กินแล้วลูกค้ารู้สึก เสียดายหรือแพงเกินไป เราไม่ได้มองฉาบฉวย อยากเป็นแบรนด์ที่เกิดขึ้นมาแล้วอยู่ไปได้นานๆ”
‘สาขาแรก’ ตั้งเป้า 1 หมื่นแก้วต่อเดือน ขยายอีก 1-2 สาขาในปีนี้
โดย ‘ฉันจะกินชาเขียวทุกวัน’ จะเริ่มเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ 1 กรกฎาคมนี้ ในรูปแบบ Pop-up Store ชั้น G ศูนย์การค้าสยามพารากอน ดูฟีดแบคก่อนเป็นเวลา 1 เดือน ก่อนตัดสินใจว่าจะขยายไปที่ไหนต่ออีก 1-2 สาขาในปีนี้ พร้อมมีแผนจะทำผงมัทฉะวางขาย พร้อมๆ กับสินค้าเบเกอรี่เช่นเดียวกับแนวทางของฉันจะกินชาเย็นทุกวัน
‘วิว-พันธ์ทิพย์ ดีเจริญ’ และ ‘แวน-พรทิพย์ ดีเจริญ’ สองพี่น้องผู้ก่อตั้ง บอกว่า ตั้งเป้าหมายอยากขายได้เดือนละ 10,000 แก้วต่อสาขา ในระยะยาวหวังว่าจะสามารถดันรายได้ของแบรนด์ใหม่เป็น 20% ของพอร์ต หรือราว 10-20 ล้านบาท

- คนไทยกำลังฮิต ‘มัทฉะ’ กักตุน-รีเซล จนสินค้าขาดตลาด บางร้านประกาศงดขายชั่วคราวแล้ว
- คนไทยรัก ‘มัทฉะลาเต้’ มากที่สุด รสชาติยอดฮิตต้อง ครีมมี่ๆ ถั่วๆ
- คอ ‘กาแฟ-โกโก้-มัทฉะ’ เกียมตัวยัง ปีนี้ราคาขึ้น-กินแพงกว่าเดิมแน่ จากตอนนี้ก็แก้วละ 60-70 บาทแล้ว
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา