คนไทยคนแรก และประเทศแรกของโลก เพราะล่าสุด บ้านเรากลายเป็นประเทศเดียวที่ได้ลอง Pepsi ช็อกโกแลตดูไบก่อนใคร

ไม่ใช่แค่นั้น ไทยยังเป็นประเทศแรกที่มี Pepsi รสสตรอว์เบอร์รีแอนด์ครีมด้วย โดยทั้งสองผลิตภัณฑ์นี้อยู่ภายใต้เครื่องดื่มกลุ่ม ‘Pepsi Treats’ ไลน์สินค้าน้องใหม่จาก Pepsi ประเทศไทย
สาเหตุที่คนไทยได้ลอง Pepsi Treats เป็นประเทศแรกนั้น ‘ยุทธนา จิตจรุงพร’ รองประธานบริหารอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ให้เหตุผลว่า เป็นเพราะบ้านเราติดท็อป 5 ของโลกในการดื่ม Pepsi มากที่สุด ส่งผลให้เป็นตลาดที่เหมาะสมกับการทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ
อย่างไรก็ตาม ยุทธนาเผยว่า การเปิดตัว Pepsi Treats และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ภายใต้ Suntory PepsiCo ยังเกิดจากความตั้งใจในการตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคไทยที่เปลี่ยนไปด้วย ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกัน
คนไทยมีพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มต่างไปกันตามช่วงเวลาของวัน

ยุทธนาเล่าว่า จากเมื่อก่อนที่เวลาพูดถึงเครื่องดื่ม คนอาจแยกประเภทเป็นหมวดๆ แต่ทุกวันนี้ คนไทยแบ่งประเภทเครื่องดื่มตามช่วงเวลา เช่น
- เช้า: ดื่มกาแฟ เพื่อทำให้ตนเองตื่นตัว
- ทานข้าว: ดื่มน้ำอัดลม เพื่อช่วยชูรสชาติอาหาร
- บ่าย: ดื่มอะไรที่กระตุ้นพลังงานหรือแก้ง่วง เนื่องจากเอเนอร์จี้เริ่มดรอประหว่างวัน
- หลังออกกำลังกาย: หาเครื่องดื่มที่มาชดเชยน้ำที่เสียไป
- กลางคืน: ดื่มเพื่อสังสรรค์หรือฉลองมื้อค่ำ
“เวลาพูดถึงโมเมนต์ ผลิตภัณฑ์อันเดียวไม่สามารถตอบความต้องการของผู้บริโภคได้ทุกโมเมนต์อยู่แล้ว แต่ว่าข้อดีของ Suntory PepsiCo เองคือเรามีพอร์ตโฟลิโอที่กว้างพอที่สามารถจับในหลายโมเมนต์ได้” ซึ่งปัจจุบัน แบรนด์ในเครือ ประกอบด้วย Pepsi, Gatorade, Aquafina, Boss Coffee, 7Up, Miranda, Suntory Hy!, Lipton, Tea+ และ Sting
ยุทธนาเสริมว่า ผู้บริโภคยังตัดสินใจซื้อเครื่องดื่มตามอารมณ์ด้วย เพราะ Pepsi Treats เองก็เกิดจากการที่ Pepsi เห็นว่า คนไทยรุ่นใหม่ต้องเผชิญกับความเครียดไม่น้อย ส่งผลให้บริษัทอยากผลิตเครื่องดื่มที่เปรียบเสมือนการมอบชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ ให้กับพวกเขาในแต่ละวัน
ขณะเดียวกัน Pepsi ยังเห็นโอกาสอีกว่า คนไทยมีความต้องการในการดื่มอะไรหวานๆ ในช่วงบ่ายด้วย แต่ตลาดเครื่องดื่มไทยในตอนนี้ยังไม่สามารถตอบโจทย์ได้ดีขนาดนั้น จึงเกิดเป็น Pepsi Treats ขึ้นมา
Pepsi สร้างโอกาสใหม่ๆ ในการดื่มให้กับคนไทย

จากอินไซต์ดังกล่าว Pepsi จึงพัฒนาสินค้าใหม่ออกมาเรื่อยๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคในแต่ละช่วงเวลาของวัน เช่น ‘Suntory Hy! Water Lock’ เครื่องดื่มที่มาพร้อมนวัตกรรมการกักเก็บความชุ่มชื้นให้ร่างกาย
ยุทธนาอธิบายว่า ไทยเป็นประเทศที่ร้อนและประชากรส่วนหนึ่งอยู่แต่ในห้องแอร์เกือบค่อนวัน ส่งผลให้ร่างกายอาจขาดน้ำโดยไม่รู้ตัว ซึ่งการดื่มน้ำเปล่าธรรมดาก็ไม่สามารถกักเก็บน้ำในร่างกายได้นานขนาดนั้น
จากปัญหานี้ Pepsi ประเทศไทยจึงร่วมงานกับ Suntory ญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นประเทศที่มีความเชี่ยวชาญด้านน้ำมาก จนเกิดเป็นนวัตกรรมเครื่องดื่มที่สามารถช่วยให้ร่างกายกักเก็บน้ำได้นานขึ้น อย่าง Suntory Hy! Water Lock
หรืออย่าง Pepsi Treats เอง ยุทธนาก็บอกว่า ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้ไม่ใช่เป็นการเพิ่มรสชาติใหม่ๆ ให้กับ Pepsi แต่ทำมาเพื่อสร้างโอกาสในการดื่มให้กับคนไทยต่างหาก
Pepsi กับดนตรีก็ยังเป็นของคู่กัน

แม้พฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปขนาดไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่เปลี่ยนเลยคือ วัฒนธรรมการฟังเพลงของคนไทย ซึ่งที่ผ่านมา Pepsi ก็สนับสนุนมาโดยตลอด ผ่านการเข้าร่วมเทศกาลดนตรีต่างๆ เช่น Big Mountain และ S2O
ยุทธนาเผยว่า ดนตรียังเป็นวัฒนธรรมในการสื่อสารกับ Gen Z ด้วย ซึ่ง Pepsi เป็นแบรนด์ที่มีความทันสมัยอยู่แล้ว ส่งผลให้ในช่วงสงกรานต์ 2026 ที่ผ่านมา ทางบริษัทจึงไปสปอนเซอร์เทศกาลดนตรีอื่นๆ เพิ่มเติมจาก S2O โดยหนึ่งในนั้นก็คือ ‘X Festival’
X Festival เป็นเทศกาลดนตรีที่เป็นหมุดหมายในช่วงสงกรานต์ของคนรุ่นใหม่ โดยยุทธนาเล่าว่า การที่ Pepsi ไปสปอนเซอร์ตามงานต่างๆ เช่นนี้ ทำให้แบรนด์สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายขึ้นได้
ขณะเดียวกัน Pepsi ยังเป็นสปอนเซอร์ให้กับ ‘Olympop’ งานกีฬาสีศิลปิน T-POP ด้วย ซึ่งยุทธนาบอกว่า เป็นอีกวิธีหนึ่งที่แบรนด์ใช้ เพื่อพยายามเข้าถึงคนรุ่นใหม่ โดยงานที่เพิ่งจัดไปในเดือนพฤษภาคม 2026 ก็มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 1 หมื่นคนเลย
สำหรับการแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มที่เต็มไปด้วยบริษัทใหญ่ๆ ยุทธนามองว่า “เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญมากกว่านั้นคือ ไม่ได้คิดว่าจะเอาชนะคู่แข่งยังไง แต่เราคิดว่าการที่ตอบความต้องการของลูกค้า ไปอยู่ในโมเมนต์ได้ดีกว่ายังไง อันนี้สำคัญ ไม่ใช่ทุกคนตอบได้” ยุทธนากล่าว
Pepsi ถือเป็นอีกกรณีศึกษาที่ทำให้เห็นว่า แม้เป็นแบรนด์ใหญ่ระดับโลก แต่หากจะประสบความสำเร็จได้ ก็ต้องรู้จักทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปตลอดเวลา
- กรณีศึกษา ‘เกษตรกรไทย’ ในอำเภอเชียงคำ ปลูกมันฝรั่งให้ ‘เลย์’ 3 เดือน รายได้ทะลุ 2 แสนบาท
- อยู่ในไทยมา 30 ปี เคยทำมาแล้ว 200 รสชาติ ‘เลย์’ ทำยังไงให้ถูกปากคนไทยที่สุด
- ยุคนี้ขายแต่กาแฟคงไม่ไหว Starbucks หาวิธี เพิ่มยอดขายตอนบ่าย ด้วยเมนู หวานๆ เย็นๆ เน้นสดชื่น
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา