NPS PLUS จัดแสดง “ลิฟต์จริง” ระดับพรีเมียมในงานสถาปนิก’69 พร้อมเปิดตัว UP by NPS PLUS แบรนด์ลิฟต์มาตรฐานยุโรป ชูแนวคิดการออกแบบลิฟต์เป็นส่วนหนึ่งของบ้านและอาคารตั้งแต่ขั้นตอนแรก ภายใต้แนวทาง Universal Design ความปลอดภัย และ Wellness Architecture

งานสถาปนิก’69 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 เมษายน – 3 พฤษภาคม 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยภายในงานมีการจัดแสดงนวัตกรรม วัสดุก่อสร้าง เทคโนโลยีด้านอาคารและแนวคิดการออกแบบจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสถาปัตยกรรมและก่อสร้าง
หนึ่งในผู้เข้าร่วมจัดแสดงภายในงานคือ NPS PLUS บริษัทผู้ให้บริการด้านระบบลิฟต์ บันไดเลื่อน และทางลาดเลื่อนครบวงจร ซึ่งนำเสนอแนวคิดการผสานระบบวิศวกรรมเข้ากับงานสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะการวางแผนระบบลิฟต์ให้เหมาะสมกับบ้านและอาคารตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของโครงการ
ปฐมฤกษ์ พงษ์ชัยไกรกิติ ผู้บริหารรุ่นที่ 2 ของ NPS PLUS และผู้ควบคุมการออกบูธในครั้งนี้ กล่าวว่า “NPS PLUS มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมมากกว่า 22 ปี ครอบคลุมงานออกแบบ ติดตั้ง ซ่อมบำรุง และปรับปรุงระบบลิฟต์ให้ทันสมัย พร้อมดำเนินงานภายใต้มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง เช่น CE, EN-81, EN-115 และ ISO 9001:2015”

“ในมุมของ NPS PLUS ลิฟต์ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องจักรที่พาคนจากชั้นหนึ่งไปอีกชั้นหนึ่ง แต่เป็นระบบสำคัญของบ้านและอาคารที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย คุณภาพชีวิต การใช้งานระยะยาว และภาพรวมของงานออกแบบ ดังนั้นการจัดแสดงครั้งนี้จึงไม่ได้มุ่งนำเสนอเพียงตัวสินค้า แต่ต้องการเปิดบทสนทนาเรื่องบทบาทของลิฟต์ในบ้านและอาคารกับผู้ที่สนใจด้วย”
ไฮไลต์ของบูธ L501 คือการนำ “ลิฟต์จริง” มาจัดแสดง เพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสขนาด สัดส่วน ระบบประตู และลักษณะการใช้งานจริง แทนการรับชมผ่านภาพหรือแคตตาล็อกเพียงอย่างเดียว โดยแนวทางดังกล่าวสะท้อนมุมมองว่าลิฟต์สามารถเป็นองค์ประกอบหนึ่งของงานสถาปัตยกรรมได้ หากมีการวางแผนตั้งแต่ช่วงออกแบบ
ภายในงาน NPS PLUS ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับการออกแบบลิฟต์ภายใต้แนวคิด Universal Design ซึ่งมีความสำคัญต่อการใช้งานของผู้สูงอายุ ผู้มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว รวมถึงผู้อยู่อาศัยทุกช่วงวัย โดยบริษัทให้คำปรึกษากับหลายกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับงานก่อสร้าง ทั้งเจ้าของบ้าน สถาปนิก ผู้รับเหมา ผู้พัฒนาโครงการ และเจ้าของอาคาร
“สำหรับเจ้าของบ้าน มีประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงหลายอย่าง ตั้งแต่การเตรียมพื้นที่ ความสะดวกในการใช้งาน ระบบความปลอดภัย และการดูแลหลังการติดตั้ง ขณะที่สถาปนิกสามารถนำข้อมูลด้านการจัดวางโครงสร้างและการออกแบบพื้นที่ไปประกอบการวางแผน เพื่อให้ลิฟต์สอดคล้องกับภาพรวมของบ้านหรืออาคาร ส่วนผู้รับเหมาและผู้พัฒนาโครงการสามารถใช้ข้อมูลด้านโครงสร้าง ระบบไฟฟ้า และการบำรุงรักษาเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารโครงการในระยะยาว”

นอกจากนี้ NPS PLUS ยังเปิดตัว UP by NPS PLUS หรือ UP Homelift ลิฟต์บ้านระดับพรีเมียมที่ออกแบบภายใต้แนวคิด “Lift UP Your Life” โดยระบุว่าเป็นลิฟต์บ้านมาตรฐานยุโรป EN 81 ที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของคนไทย โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และดีไซน์ที่เข้ากับบ้านยุคใหม่
“ลิฟต์ UP Homelift ที่นำมาจัดแสดงในงาน ใช้ระบบมอเตอร์สายพาน Traction Belt ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนขึ้นลงที่เร็วที่สุด แต่ยังคงความนุ่มนวลขณะใช้งาน ลดเสียงรบกวน และเหมาะกับการใช้งานภายในบ้าน โดยตั้งใจวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวให้เป็นส่วนหนึ่งของงานออกแบบภายใน มากกว่าการเป็นเพียงอุปกรณ์เครื่องกลภายในอาคาร”
การเปิดตัว UP Homelift ยังตั้งใจเชื่อมโยงกับแนวคิด Wellness Architecture หรือการออกแบบอาคารที่คำนึงถึงสุขภาวะของผู้อยู่อาศัยด้วย โดยให้ความสำคัญกับ 2 มิติหลัก ได้แก่ มิติด้าน Biomedical ซึ่งมุ่งตอบโจทย์สังคมสูงวัย ลดภาระทางร่างกายของผู้ใช้งาน และเพิ่มความสะดวกในการอยู่อาศัย และมิติด้าน Building Science ที่เกี่ยวข้องกับระบบมอเตอร์ เทคโนโลยีประหยัดพลังงาน การลดเสียงรบกวน และการระบายอากาศภายในลิฟต์ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับทิศทางของอาคารยุคใหม่ รวมถึงโครงการที่ให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านสุขภาวะและสิ่งแวดล้อม เช่น WELL และ TREES
NPS PLUS และ UP Homelift มีความตั้งใจที่จะยกระดับให้ลิฟต์บ้านเป็นเรื่องสำคัญตั้งแต่ขั้นตอนการก่อสร้าง ไม่ใช่เพียงอุปกรณ์เสริมภายหลัง รวมถึงยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในระยะยาวอีกด้วย
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา