กทม. ดึง LINE MAN Wongnai เปิดตัว ‘Hawker Center สวนลุมพินี’ ศูนย์รวมสตรีทฟู้ดไทยกว่า 100 ร้าน

‘สตรีทฟู้ด’ ที่เคยเป็นเสน่ห์ข้างทางของกรุงเทพมหานคร กำลังถูกออกแบบใหม่ให้เข้ากับเมืองยุคปัจจุบันมากขึ้น หลัง ‘กทม.’ จับมือ ‘LINE MAN Wongnai’ เตรียมเปิดตัว ‘Hawker Center สวนลุมพินี’ ศูนย์อาหารริมทางแบบ soft launch

โครงการนี้ ‘กทม.’ เป็นผู้ออกแบบ และลงทุนโครงสร้างพื้นฐานครบวงจร ทั้งการจัดระเบียบพื้นที่ขายและโซนนั่งทานให้สะดวก สะอาด พร้อมวางระบบการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ขณะที่ ‘LINE MAN Wongnai’ เข้ามาเสริมเทคโนโลยีร้านอาหารให้การค้าขายเป็นระบบมากขึ้น

‘Hawker Center สวนลุมพินี’ รวบรวมร้านอาหารข้างทางกว่า 100 ร้านในรูปแบบที่มีการบริหารจัดการ พร้อมหมุนเวียนร้านค้าตามช่วงเวลา เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยในเขตปทุมวันเข้าถึงพื้นที่ศักยภาพในราคาที่เหมาะสม เพื่อช่วยบรรเทาค่าครองชีพของคนในย่านด้วยอาหารราคาย่อมเยา และยกระดับมาตรฐานด้านความสะอาด ความปลอดภัย และการให้บริการ

‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุว่า แม้สตรีทฟู้ดจะเป็นเอกลักษณ์สำคัญของกรุงเทพมหานคร แต่การยกระดับให้เข้ากับเมืองยุคใหม่ ต้องเริ่มจาก ‘โครงสร้างพื้นฐาน’ และ ‘การออกแบบ’

โครงการ Hawker Center จึงถูกพัฒนาขึ้นในฐานะพื้นที่ต้นแบบที่ลงทุนทั้งระบบสาธารณูปโภค
สุขอนามัย และการจัดการอย่างเป็นระบบ มีการจัดระเบียบพื้นที่ขายให้เป็นสัดส่วน แยกโซนตามประเภทสินค้า และโซนนั่งรับประทานอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความสะอาด ปลอดภัย และรองรับการใช้งานของคนจำนวนมากตลอดวัน ตั้งแต่นักวิ่ง คนเต้นแอโรบิก ไปจนถึงบุคลากรทางการแพทย์และพนักงานออฟฟิศ

ขณะเดียวกัน ‘LINE MAN Wongnai’ เข้ามาเสริมเทคโนโลยีให้ร้านอาหาร ช่วยให้ผู้ค้ารายย่อยทำธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ Hawker Center เป็นมากกว่าพื้นที่ขายอาหาร แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจเมือง ที่นำอัตลักษณ์ดั้งเดิมมาผสมเข้ากับมาตรฐานที่ดีขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม

โครงการนี้รวบรวมร้านเด็ดข้างทางที่ชาวสวนลุมพินีรู้จักกันดี ไม่ว่าจะเป็นร้านเกาเหลาเลือดหมูสวนลุมประตูแปด, น้ำเต้าหู้ สวนลุมพินี, ข้าวขาหมูโกล้าน, เตี๋ยวไก่ยกซด, ต้อมกล้วยทอด และอีกมากมาย ซึ่งจะหมุนเวียนร้านค้าตามช่วงเวลา ทั้งรอบเช้า (05:00-16:00 น.) และรอบเย็น (16:00-24:00 น.)

ด้าน ‘วีระพงศ์ โก’ กรรมการผู้จัดการ On-Demand Services จาก LINE MAN Wongnai อธิบายว่า ตลอดระยะเวลากว่า 16 ปีที่ LINE MAN Wongnai อยู่กับวงการร้านอาหารไทย แพลตฟอร์มเห็นว่าร้านริมทางรายย่อยมีศักยภาพ แต่ขาดทั้งเครื่องมือและพื้นที่ที่เหมาะสม

ศูนย์อาหาร Hawker Center ของกรุงเทพมหานคร จึงเป็นโอกาสที่ LINE MAN Wongnai เข้ามาเติมเครื่องมือที่ผู้ค้าขาด เช่น การสนับสนุน ‘LINE Pay QR BOX’ โดยร้านค้าจะได้ยินเสียงแจ้งเตือนทันทีที่มีเงินเข้า รู้ยอดทันที ไม่ต้องกังวลเรื่องความผิดพลาดหรือสลิปปลอม

ขณะเดียวกันลูกค้าก็จ่ายง่ายและมั่นใจ พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์จำเป็นให้แก่ผู้ค้า เช่น จาน ช้อนส้อม ถังขยะ จุดล้างมือ จุดล้างจาน การตกแต่งร้าน และจุดพักคอยไรเดอร์ เพื่อให้พื้นที่สะอาด เป็นระบบ และรองรับการใช้งานจริง

นอกจากนี้ ‘LINE MAN Wongnai’ ยังหวังว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ จะช่วยให้ร้านเล็กๆ หลุดจากข้อจำกัดเดิม ยกระดับมาตรฐานและเติบโตได้มากขึ้น จาก ‘ของดีข้างทาง’ พัฒนาไปสู่ระบบเศรษฐกิจอาหารเมืองที่แข็งแรง มีมาตรฐาน และขยายโอกาสได้ไกลกว่าวันนี้

ใครที่สนใจมา ’Hawker Center สวนลุมพินี’ สามารถเดินทางด้วยรถไฟฟ้า BTS (สถานี ศาลาแดง ทางออก 6) และ MRT (สถานี สวนลุมพินี ทางออก 1) โดยโครงการตั้งอยู่ริมถนนราชดำริ ติดกับสวนลุมพินี ประตู 5

ส่องโมเดล Hawker Center ของ ‘สิงคโปร์’ ซึ่งถูกพัฒนาเป็นโครงสร้างเมืองเต็มตัว

โครงการ Hawker Center ที่กทม. กำลังทดลองในสวนลุมพินี ไม่ใช่สิ่งใหม่ เพราะมีต้นแบบที่พิสูจน์มาแล้วอย่างยาวนานใน ‘สิงคโปร์’ ซึ่งเคยเผชิญโจทย์เดียวกันแทบทั้งหมด ทั้งความไม่เป็นระเบียบ สุขอนามัยที่ควบคุมยาก ไปจนถึงผลกระทบต่อพื้นที่สาธารณะ ก่อนจะเลือกจัดระเบียบแทนการกำจัด

ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ 1950-1960 สิงคโปร์มีผู้ค้าหาบเร่แผงลอยจำนวนมาก เพราะเป็นทางเลือกในการหารายได้ในช่วงที่การจ้างงานยังจำกัด แต่ปัญหาที่ตามมาคือ เรื่องความสะอาด และการกีดขวางการจราจร รัฐบาลจึงเริ่มจากการขึ้นทะเบียนผู้ค้าในช่วงปี 1968-1969 ออกใบอนุญาต และค่อยๆ ควบคุมพื้นที่ขายให้เป็นระบบมากขึ้น

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในช่วงต้นทศวรรษ 1970 เมื่อรัฐบาลตัดสินใจย้ายผู้ค้าจากริมถนนเข้าสู่พื้นที่ที่ออกแบบมาเฉพาะอย่าง ‘Hawker Centre’ ซึ่งมีโครงสร้างพื้นฐานรองรับ ทั้งเรื่องน้ำ ระบบระบายอากาศ และสุขอนามัย เพื่อให้การขายอาหารยังคงเข้าถึงง่าย ราคาย่อมเยา แต่ยกระดับมาตรฐานไปพร้อมกัน

สิ่งที่น่าสนใจคือ โมเดลนี้ไม่ได้หยุดแค่การจัดพื้นที่ แต่ถูกพัฒนาเป็น ‘ระบบ’ ทั้งการออกใบอนุญาตที่ต้องทำตามกฎหมายจริงจัง การบริหารจัดการโดยหน่วยงานรัฐกลางอย่าง ‘National Environment Agency’ ไปจนถึงการควบคุมคุณภาพอาหารผ่านกฎสุขอนามัย การอบรม และระบบให้คะแนนร้านค้า เพื่อให้ผู้บริโภคตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

ผลลัพธ์คือ จากเดิมที่สตรีทฟู้ดเคยถูกมองว่าเป็นปัญหา กลายเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างเมืองอย่างเต็มตัว ปัจจุบันสิงคโปร์มี Hawker Centre กว่า 100 แห่ง รองรับร้านค้ารวมประมาณ 15,000 ร้าน และมักตั้งอยู่ใกล้ชุมชนหรือจุดคมนาคม ทำหน้าที่เป็นทั้งแหล่งอาหารราคาย่อมเยา และพื้นที่สาธารณะของเมือง

หมายเหตุ: Brand Inside เป็นบริษัทในเครือ LINE MAN Wongnai

ที่มา: WIEGO, กรุงเทพมหานคร

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา