โลกกำลังเผชิญวิกฤติธรรมชาติครั้งใหญ่ โดยรายงาน Living Planet Report 2024 ระบุว่า ประชากรสัตว์ป่าทั่วโลกลดลงเฉลี่ย 73% ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา สะท้อนความเสี่ยงต่อระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และความมั่นคงด้านทรัพยากรของโลก การร่วมปิดไฟในช่วง Earth Hour สามารถช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในเมืองใหญ่ได้เฉลี่ย 3–4% หรือราว 73 เมกะวัตต์ภายใน 1 ชั่วโมง เทียบเท่าการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 40 ตัน สะท้อนพลังของความร่วมมือจากประชาชน ภาครัฐ และภาคธุรกิจ

องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย (WWF Thailand) ร่วมกับ กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ และ Nextopia เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคตภายในศูนย์การค้าสยามพารากอน และพันธมิตรภาคธุรกิจ เดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรม Earth Hour 2026 ซึ่งครบรอบ 20 ปีของการเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก โดยเชิญชวนประชาชน องค์กรธุรกิจ และชุมชนทั่วโลกเข้าร่วม แคมเปญ “Give an Hour for Earth” หรือ “มอบหนึ่งชั่วโมงเพื่อโลก” และชวนมาร่วมกันปิดไฟ ที่ไม่จำเป็นเป็นเวลา 60 นาที ในวันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 20.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น
Earth Hour ถือเป็นหนึ่งในการด้านสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในโลก เริ่มต้นครั้งแรกในปี 2007 ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดยมีประชาชนกว่า 2.2 ล้านคน และธุรกิจกว่า 2,000 แห่ง ร่วมปิดไฟเพื่อสะท้อน ความตระหนักต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ก่อนจะขยายตัวเป็นการขับเคลื่อนระดับโลกที่มีผู้เข้าร่วม กว่า 190 ประเทศและดินแดน

ในปี 2569 นี้ WWF ตั้งเป้าให้ Earth Hour เป็น “The Biggest Hour for Earth” โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน ภาคธุรกิจ และรัฐบาล เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนพฤติกรรมการใช้ พลังงานอย่างรับผิดชอบ และสร้างแรงขับเคลื่อนสู่เศรษฐกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยรายงาน Living Planet Report 2024 ของ WWF ระบุว่า ประชากรสัตว์ป่าทั่วโลกที่มีการติดตามลดลงเฉลี่ยถึง 73% ระหว่างปี 1970–2020 ซึ่งสะท้อนถึงการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพในระดับที่น่ากังวล และเป็นหนึ่งในความเสี่ยง สำคัญต่อระบบนิเวศ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของมนุษย์ในอนาคต
รัฐพล พิทักษ์เทพสมบัติ รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์ WWF ประเทศไทย กล่าวว่า “ปัจจุบันความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการขยายตัวของเศรษฐกิจเมือง และ กิจกรรมทางธุรกิจ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การร่วมกันปิดไฟในช่วง Earth Hour จึงเป็นมากกว่า การแสดงสัญลักษณ์ แต่เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าการปรับพฤติกรรมการใช้พลังงาน แม้เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก็สามารถ สร้างผลกระทบเชิงบวกได้และหากเกิดขึ้นในวงกว้างก็จะช่วยสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ กิจกรรม Earth Hour ในปีนี้ WWF ต้องการชวนทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นประชาชน ชุมชน หรือภาคธุรกิจ ร่วมกัน ‘มอบหนึ่งชั่วโมงเพื่อโลก’ ผ่านกิจกรรมที่ช่วยเชื่อมโยงผู้คนกับธรรมชาติ และสร้างวัฒนธรรมการใช้พลังงาน อย่างรับผิดชอบ ซึ่งเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมที่ยั่งยืนในระยะยาว”

กิจกรรมในประเทศไทย
สำหรับประเทศไทย กิจกรรม Earth Hour จัดขึ้นที่ Nextopia ศูนย์การค้าสยามพารากอน ระหว่างวันที่ 24–29 มีนาคม 2569 โดยเปิดพื้นที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่เชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์หลากหลาย ครอบคลุม 6 หมวดหลัก ได้แก่ อาหาร (Food) สุขภาพและการออกกำลังกาย (Fitness & Wellness) ความบันเทิง (Entertainment) ศิลปะและความคิดสร้างสรรค์ (Arts & Creativity) ความยั่งยืน (Sustainability) และธรรมชาติ (Nature)
กิจกรรมประกอบด้วยการฉายสารคดีธรรมชาติ เช่น One Planet, Jungles, Forests เวิร์กช็อปสร้างสรรค์ เช่น DIY Key Chain, การปลูกเมล็ดพันธุ์พืช (Plantable Seed), เวิร์กช็อปชาเขียว (Matcha Workshop) และ กิจกรรมสำหรับเด็ก เช่น Kids Sticker Book ลักษณะของสัตว์ป่าต่าง ๆ ที่พบได้ในบางส่วนของเทือกเขาตะนาวศรี นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมเชิงประสบการณ์ด้านพลังงาน เช่น Energy Bicycle และ Kinetic Floor ที่เปิดโอกาส ให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้เรื่องพลังงานผ่านการเคลื่อนไหวของร่างกาย สะท้อนแนวคิดว่าพลังงานทุกหน่วยมีคุณค่า และสามารถเริ่มต้นได้จากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
ไฮไลต์สำคัญของงานอยู่ในวันที่ 28 มีนาคม เวลา 20.30 น. เป็นช่วงเวลาสัญลักษณ์ของ Earth Hour ซึ่งผู้เข้าร่วมและพันธมิตรจากทุกภาคส่วนจะร่วมกันปิดไฟเป็นเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อแสดงพลังความร่วมมือระดับโลก ในการดูแลโลกใบเดียวของเรา นอกจากนี้ยังมีการจัดเวทีเสวนาเกี่ยวกับบทบาทของภาคส่วนต่าง ๆ ในการ ขับเคลื่อนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
นราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ ประธานบริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัทสยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรม Earth Hour ในปีนี้มีความพิเศษยิ่งขึ้น นอกจากการปิดไฟเชิงสัญลักษณ์เป็นเวลา 1 ชั่วโมงแล้ว WWF ยังร่วมกับกลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ จัดกิจกรรม Give an Hour for Earth เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้ สาธารณชนร่วมกันให้ความสำคัญในเรื่องการประหยัดพลังงาน ณ NEXTOPIA เมืองต้นแบบแห่งโลกอนาคตภายใน สยามพารากอน ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล EDGE Advanced ด้านการประหยัดพลังงาน และมาตรฐาน Fitwel 2 ดาว ที่สะท้อนถึงการออกแบบพื้นที่ที่ส่งเสริมสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้งาน ทำให้การจัดงาน Earth Hour ในปี 2026 ณ ที่แห่งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การรณรงค์ แต่คือการพิสูจน์ให้เห็นว่าพื้นที่ค้าปลีกระดับโลกได้ถูกออกแบบ และรังสรรค์ในมิติเรื่องความยั่งยืนเพื่อเป็นการดูแลรักษาโลกออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบพร้อมที่จะจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างเป็นรูปธรรม”

“แม้การปิดไฟเพียงหนึ่งชั่วโมงอาจดูเป็นการกระทำเล็ก ๆ แต่เมื่อผู้คน องค์กรธุรกิจ และเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกลงมือพร้อมกัน ผลกระทบที่เกิดขึ้นสามารถสร้างแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำได้ Earth Hour จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านพลังงาน และเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมกันแสดงพลังในการปกป้องโลกของเรา เพราะอนาคตที่ยั่งยืนของโลกใบนี้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคน”
ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา Earth Hour ได้กลายเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้คนและชุมชนทั่วโลก ร่วมแสดงพลังสนับสนุนการดูแลสิ่งแวดล้อม พร้อมเชื่อมโยงผู้คนกลับสู่ธรรมชาติผ่านการเรียนรู้ การสร้างสรรค์ และการทำกิจกรรมที่ช่วยดูแลโลกของเรา WWF ประเทศไทย ขอขอบคุณ บริษัทสยามพิวรรธน์ จำกัด ศูนย์การค้าสยามพารากอน และ Nextopia ในการเอื้อเฟื้อสถานที่ รวมถึง บริษัทเนสท์เล่(ไทย)จำกัด และกลุ่มบริษัท TCP สำหรับการสนับสนุนกิจกรรม Earth Hour ในปีนี้
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา