เศรษฐกิจดิจิทัลไทยในปี 2569 ถูกประเมินว่าจะยังเดินหน้าต่อ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

โดย ‘คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ’ (BDE) คาดว่าเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ‘Digital GDP’ ของไทยในปี 2569 จะขยายตัว 4.2% และมีมูลค่าราว 5.6 ล้านล้านบาท
ขณะเดียวกัน ทิศทางธุรกิจของ ‘AWS ประเทศไทย’ ปีนี้ ยังคงวาง ‘AI’ เป็นแกนกลางเหมือนเดิม แต่ไม่ใช่แค่เครื่องมือช่วยงานอีกต่อไป AI ในปี 2569 จะเป็น ‘แพลตฟอร์ม’ สำหรับองค์กร โดยเฉพาะ ‘Agentic AI’
‘วัตสัน ถิรภัทรพงศ์’ Country Manager ประจำ AWS ประเทศไทย ระบุว่าจะเร่งการใช้งาน AWS Thailand Region ควบคู่กับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อย่างต่อเนื่อง ทั้ง NVIDIA GPUs โมเดลขนาดใหญ่ และบริการบน Amazon Bedrock รวมถึงทยอยนำบริการใหม่ๆ เข้ามาในประเทศมากขึ้น
ก่อนหน้านี้บริษัทประกาศลงทุนในไทยมากกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเกือบ 190,000 ล้านบาท สำหรับช่วงปี 2565-2580 ซึ่งคาดว่าจะช่วยสร้างงานเฉลี่ยปีละกว่า 11,000 ตำแหน่ง และเพิ่ม GDP ปีละราว 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือเกือบ 316,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ AWS ยังจะขยับจาก Generative AI แบบผู้ช่วย ไปสู่ AI Agents ที่สามารถทำงานหลายขั้นตอนแทนมนุษย์ได้เอง เรียนรู้จากบริบท และทำงานข้ามระบบได้อัตโนมัติ ภาพที่ AWS นำเสนอชัดเจนว่า AI กำลังเปลี่ยนบทบาทจาก ‘ช่วยทำงาน’ ไปเป็น ‘ลงมือทำงาน’ อย่างเต็มรูปแบบ
ต่างจาก Foundation Models ที่เน้นตอบคำถาม หรือสร้างเนื้อหา AI Agents ถูกออกแบบให้วิเคราะห์และวางแผนที่ซับซ้อน แยกออกเป็นขั้นตอนย่อย เชื่อมต่อกับ API และฐานข้อมูล ก่อนลงมือทำจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย จุดเด่นคือความสามารถในการประเมินผลลัพธ์ และปรับวิธีทำงานแบบวนซ้ำ ไม่ได้หยุดแค่คำตอบเดียว
‘วัตสัน’ มองว่าคลื่นถัดไปจะเป็นระบบ ‘Multi-Agent’ ที่ทำงานร่วมกันอัตโนมัติทั้งเวิร์กโฟลว์ ตั้งแต่แก้ปัญหา IT ไปจนถึงการสร้างและดีพลอยแอปพลิเคชันแบบ full-stack จากคำสั่งเดียว แนวคิดนี้ตรงกับข้อมูลที่อ้างอิงจาก IDC ซึ่งระบุว่า องค์กรในเอเชียแปซิฟิกราว 70% คาดว่า Agentic AI จะเข้ามาเปลี่ยนโมเดลธุรกิจภายใน 18 เดือน
ในไทย การใช้งาน AI ในภาคธุรกิจเพิ่มจาก 24% เป็น 32% ภายในปีเดียว โดย 67% ของธุรกิจที่ใช้ AI ระบุว่ารายได้เติบโต และ 81% เห็นผลด้านประสิทธิภาพการทำงาน ตลาด AI ไทยยังถูกคาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 41.5% ถึงปี 2573
ทิศทางของ AWS จึงไม่ได้พูดถึง AI แบบกว้างๆ แต่ลงลึกไปยัง 3 อุตสาหกรรมหลักได้แก่ การเงิน ค้าปลีก และการผลิต ตั้งแต่ระบบธนาคารหลัก การป้องกันทุจริต ร้านค้าอัจฉริยะ การทำข้อเสนอเฉพาะบุคคล ไปจนถึงระบบบริหารทรัพยากรองค์กร ซัพพลายเชน และโรงงานอัจฉริยะ
โดยเชื่อมแพลตฟอร์มข้อมูลเข้ากับเครือข่ายพาร์ทเนอร์ด้าน AI เพื่อรองรับการใช้งานในระดับอุตสาหกรรมจริง และโซลูชันเฉพาะอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน
อีกด้านหนึ่ง AWS ยังผลักดันเครือข่ายพาร์ทเนอร์ด้วยหมวดความเชี่ยวชาญใหม่ เช่น Agentic AI Applications, Tools, และ Consulting Services เพื่อสร้างระบบนิเวศที่รองรับการใช้งานจริง ไม่ใช่แค่ทดลองในแล็บ
ภาพรวมของ AWS Thailand ปีนี้เน้นวางโครงสร้างให้ AI Agents กลายเป็นแรงงานดิจิทัลในองค์กรไทย มากกว่าแค่การเพิ่มบริการคลาวด์เหมือนในปีที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับที่ผู้บริหารเทคระดับโลกเริ่มออกมาให้ความเห็นกันแล้วว่า ปี 2569 จะเป็นปีของ Agentic AI แล้วจริงๆ
คำถามที่ตามมาคือ ธุรกิจไทยจะพร้อมปรับกระบวนการทำงาน และโครงสร้างคนให้สอดรับกับ AI ที่ลงมือทำงานเองมากแค่ไหน เพราะถ้า Agents ทำได้มากขึ้นจริง สิ่งที่ต้องเปลี่ยนอาจไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือวิธีคิดขององค์กรทั้งระบบ
- AWS เผยผลการศึกษา องค์กรใหญ่ในไทย มักบอกว่าตัวเองใช้ AI แต่ 75% ใช้แค่ระดับพื้นฐาน
- AWS ระบบคลาวด์ของ Amazon เปิดตัวสำนักงานใหม่แห่งที่ 2 ในสิงคโปร์
ที่มา: งานแถลงข่าวกลุ่มย่อยหัวข้อ แนวทางธุรกิจของ AWS ประเทศไทยในปี 2569
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา