ขนาดนี้โลกก็แตกไปเลยเถอะ

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2026 ‘Ray Dalio’ ผู้จัดการกองทุนและมหาเศรษฐีชาวอเมริกัน เขียนบทความลง X (Twitter) ว่า ‘ระเบียบโลก’ (World Order) ได้ล่มสลายอย่างเป็นทางการแล้ว
หากอิงจากนิยามของ Princeton University คำว่า ‘ระเบียบโลก’ ถูกใช้เพื่อทำความเข้าใจความเป็นจริงของการเมืองทั่วโลก โดยตามหลักแล้วหมายถึง การจัดระเบียบอำนาจและการปกครองในแบบที่ควรจะเป็น เช่น มีสันติภาพ การเติบโตทางเศรษฐกิจ ความเสมอภาค สิทธิมนุษยชน ไปจนถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม
ซึ่งถ้าความหมายมันเป็นอย่างนั้น การที่ Dalio บอกว่าระเบียบโลกล่มสลายไปแล้ว มันอาจแปลว่าสันติภาพ เศรษฐกิจ ความเสมอภาค และสิ่งสวยงามอื่นๆ ที่โลกควรจะมี ก็ได้มลายหายไปด้วยเช่นกันหรือเปล่า?
ข้อมูลนี้ Dalio ได้รับมาจากงาน ‘Munich Security Conference 2026’ ที่ผู้นำหลายคนมองว่า ระเบียบโลกที่เกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดนั้นหายไปแล้ว
โดยนายกรัฐมนตรีเยอรมนีเป็นคนบอกเองว่า “ระเบียบโลกที่ดำรงอยู่มาหลายทศวรรษไม่มีอยู่จริงอีกต่อไป” และพวกเรากำลังอยู่ในยุคของ “การเมืองมหาอำนาจ” ซึ่งเป็นยุคที่อิสรภาพไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
โลกที่ไม่มีกฎระเบียบ มีแต่มหาอำนาจห้ำหั่นกัน

ด้าน Dalio ในฐานะผู้แต่งหนังสือ ‘Principles for Dealing with the Changing World Order’ ก็วิเคราะห์ว่า ตอนนี้ พวกเรากำลังอยู่ในเฟสที่ 6 ของวัฏจักรการเปลี่ยนผ่าน
Dalio อธิบายว่า เฟสที่ 6 คือขั้นตอนสุดท้าย โดยเป็นยุคของการที่ ‘ความไม่เป็นระเบียบ’ อันยิ่งใหญ่กำลังผงาดขึ้นมาอย่างแท้จริง ทำให้โลกนี้ไม่มีกฎใดๆ อีกต่อไป แต่ผู้มีอิทธิพลต่างหากคือผู้ชอบธรรม และนี่คือการปะทะกันของมหาอำนาจ
แน่นอนว่า หลายประเทศทั่วโลกก็พยายามปฏิบัติตัวให้เป็นไปตามข้อตกลงต่างๆ อยู่เรื่อยมา แต่ส่วนใหญ่ทำไม่สำเร็จ เพราะองค์กรอย่าง ‘สหประชาชาติ’ ดันมีอำนาจน้อยกว่าประเทศผู้มีอิทธิพล
ด้วยเหตุนี้ ในเมื่อผู้มีอำนาจคือผู้ชอบธรรม สหรัฐอเมริกาและจีนในฐานะประเทศมหาอำนาจที่มีอิทธิพลเหนือกว่าสหประชาชาติ จึงกลายเป็นคนกำหนดว่าประเทศอื่นๆ ทั่วโลกควรทำอย่างไร มากกว่าการที่นานาชาติจะร่วมมือกันปฏิบัติตามระเบียบที่องค์กรเพื่อสันติภาพวางไว้
เมื่อมีการแก่งแย่งอำนาจ สงครามย่อมตามมา

ในเมื่อ ‘อำนาจ’ เป็นสิ่งที่หลายคนปรารถนา ดังนั้น ในยามที่ประเทศมหาอำนาจมีข้อพิพาทกัน สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือการข่มขู่ ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อตกลงหรือ ‘สงคราม’
อย่างไรก็ตาม ในยุคนี้ สงครามไม่ได้หมายถึงแค่การเกณฑ์ทหารออกไปสู้รบอีกต่อไป โดย Dalio เผยว่า หลักๆ แล้วมีสงครามระหว่างประเทศอยู่ 5 รูปแบบคือ
- สงครามการค้า/สงครามเศรษฐกิจ หมายถึง ความขัดแย้งด้านกำแพงภาษี ข้อจำกัดการนำเข้าและส่งออก หรือกลวิธีอื่นๆ ในการทำลายเศรษฐกิจคู่แข่ง
- สงครามเทคโนโลยี หมายถึงความขัดแย้งด้านการจัดสรรว่าเทคโนโลยีไหนควรแบ่งปัน และนวัตกรรมไหนควรเก็บไว้เพื่อความมั่นคงของชาติ
- สงครามภูมิรัฐศาสตร์ หมายถึงความขัดแย้งทางเขตแดนและพันธมิตร
- สงครามเงินทุน หมายถึงความขัดแย้งด้านเครื่องมือทางการเงิน เช่น มาตรการคว่ำบาตร หรือการจำกัดต่างชาติในการเข้าถึงตลาดทุน
- สงครามทหาร หมายถึงความขัดแย้งที่มีการปะทะกันผ่านอาวุธและนำหน่วยงานทหารมาเกี่ยวข้อง
Dalio กล่าวว่า แม้ส่วนใหญ่อาจไม่มีความรุนแรงหรือการฆ่ากันมาเกี่ยวข้อง แต่หากสงครามทหารเกิดขึ้นเมื่อไร สงครามอีกทั้ง 4 ประเภทจะถูกนำมาใช้เป็นอาวุธอย่างเต็มศักยภาพ
จุดแข็งด้านการเงินคือความแข็งแกร่งที่สำคัญที่สุดที่ประเทศหนึ่งจะมีได้

ในอีกมุมหนึ่ง Dalio เผยว่า ชาติที่แข็งแกร่งต้องมีความเข้มแข็งภายในประเทศกับกำลังทหาร ดังนั้น การมีอำนาจก็ไม่ต่างจากการมีความมั่งคั่ง เพราะประเทศต้องมีเงินก่อน ถึงจะสามารถซื้ออาวุธหรือสินค้าเพื่ออุปโภคบริโภคต่างๆ ตามความจำเป็นของประชาชนได้
กลับกัน เมื่อไรที่บ้านเมืองไม่มีความเข้มแข็งในด้านใดด้านหนึ่งมากพอ ประเทศนั้นก็จะเริ่มเปราะบาง
ดังนั้น Dalio มองว่า การเงินจึงเป็นจุดแข็งที่สำคัญที่สุดสำหรับทุกชาติ และมันยังเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้สหรัฐอเมริกาชนะโซเวียตในสงครามเย็นด้วย
เอาจริงๆ Dalio ทราบดีว่า การมีอำนาจนั้นสำคัญขนาดไหน แต่มันจะดีกว่านี้มาก หากผู้มีอำนาจทุกคน รู้จักใช้อำนาจอย่างชาญฉลาด โดยให้เกียรติซึ่งกันและกัน เพราะถ้าเกิดสงครามขึ้นเมื่อไร ก็มั่นใจได้เลยว่า 1) มันจะไม่เป็นไปตามแผน และ 2) มันจะแย่กว่าที่เราคิดมากๆ
“สิ่งสำคัญคือเราต้องเคารพอำนาจ เพราะมันคงไม่ฉลาดเท่าไร ถ้าจะเริ่มสงครามที่ตนเองเป็นคนพ่ายแพ้ ทางที่ดีคือควรเจรจาหาข้อตกลงที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ขณะเดียวกัน การใช้อำนาจอย่างชาญฉลาดก็สำคัญ ซึ่งไม่ได้หมายถึงการไปบังคับให้คนอื่นนำสิ่งที่ต้องการมาให้ แต่หมายถึงการเข้าใจว่า ความใจกว้างและความไว้ใจก็เป็นปัจจัยที่ทรงพลังในการสร้างความสัมพันธ์แบบวินวินเช่นกัน” Dalio กล่าว
แม้วันนี้ระเบียบโลกอาจถึงวันล่มสลายตามวัฏจักร แต่สิ่งที่ Brand Inside อยากฝากให้ผู้นำทั่วโลกคิดคือ ถ้าเช่นนั้น เราจะทำอย่างไรให้การล่มสลายสร้างความเจ็บปวดแก่เพื่อนมนุษย์น้อยที่สุด หรืออำนาจและความมั่งคั่งจะสำคัญกว่าความสงบสุข?
- อีลอน มัสก์ ชี้ จีนจะทิ้งห่างโลกในพลังประมวลผล AI แบบที่ไม่มีใครตามทัน
- พ่อใหญ่ ‘ทรัมป์’ เขย่าความเชื่อมั่น ขู่ขึ้นภาษี–รุกเวเนฯ–สอบประธานธนาคารกลาง จน ‘ราคาทอง’ พุ่ง 74,000 บาท
ที่มา: X, Princeton University
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา