ภายใน 2 ปี GULF ทยอยซื้อหุ้น KBANK แล้ว 240 ล้านหุ้น หรือราว 10% จนกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในทางปฏิบัติแล้วเป็นที่เรียบร้อย

ย้อนกลับไปปลายสัปดาห์ก่อน บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จํากัด (มหาชน) หรือ GULF มีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นของธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK
โดยมีการซื้อหุ้นเพิ่มเกือบ ‘เท่าตัว’ เป็น 235.9 ล้านหุ้น (จากเดิมถืออยู่ 119.3 ล้านหุ้น)
ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มมาเป็น 10.04% กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เบอร์ 1 ของ KBANK ในทางปฏิบัติ
ส่วนในทางทฤษฎี Thai NVDR ถือหุ้นอยู่ 13.7% ถ้ามองในเรื่องสัดส่วนอาจจะมากกว่า
แต่ Thai NVDR มีสถานะเป็นบริษัทย่อยของ SET ที่เปิดมาเพื่อให้นักลงทุนต่างชาติหลาย ๆ ราย ลงทุนในไทยได้สะดวก แต่จะ ‘ไม่มีสิทธิโหวต’ ในที่ประชุมผู้ถือหุ้น
ย้อนรอย GULF ทยอยเก็บหุ้น KBANK
วันที่ 14 มี.ค. 67 ปรากฏเป็นครั้งแรก ๆ ว่า GULF ถือหุ้น KBANK อยู่ 0.87% (20.5 ล้านหุ้น) จนเมื่อผ่านไป 1 ปี GULF ถึงมีความเคลื่อนไหวระลอกใหญ่ ๆ อีกครั้ง…
- วันที่ 15 มี.ค. 68 ถือหุ้นเพิ่มเป็น 3.25% (77 ล้านหุ้น)
- วันที่ 13 พ.ค. 68 ถือหุ้นเพิ่มเป็น 5.23%
- วันที่ 22 พ.ค. 68 ถือหุ้นเหลือ 4.63%
- วันที่ 14 ต.ค. 68 ถือหุ้นเพิ่มเป็น 5.03% (119.3 ล้านหุ้น)
จนล่าสุด วันที่ 13 ก.พ. 69 GULF ถือหุ้น KBANK เพิ่มเป็น 10.0351% หรือราว 235.9 ล้านหุ้น
ตัวเลขนี้อ้างอิงจากสรุปแบบ 246-2 โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 13/5/2568 – 13/2/2569

เข้าข่ายครอบงำสถาบันการเงินหรือไม่?
ตาม พ.ร.บ. ธุรกิจสถาบันการเงินกำหนดว่า การถือหุ้นในสถาบันการเงินเกิน 10% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด ต้องได้รับอนุญาตจาก ธปท. ล่วงหน้า เพื่อป้องกันการเข้ามามีอำนาจ ‘ครอบงำ’ กิจการของสถาบันการเงิน
อย่างไรก็ตาม วิภาวิน พรหมบุญ ผู้ช่วยผู้ว่ากา สายนโยบายสถาบันการเงินชี้แจงว่า การนับสัดส่วนการถือหุ้นตามหลักเกณฑ์ของ ก.ล.ต. และ ธปท. มีความแตกต่างกัน
กล่าวคือ ก.ล.ต. จะหักหุ้นที่ KBank จำหน่ายแล้วและซื้อคืนมา (Treasury Stock) ออกจากฐานการคำนวณ
ขณะที่หลักเกณฑ์ของ ธปท. คำนวณจากจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด

ดังนั้น การถือหุ้นใน KBank ของบริษัทกัลฟ์ที่ 10.03% นั้น ยังไม่ถึง 10% ภายใต้เกณฑ์ของ ธปท.
และบริษัทได้เคยรายงานการถือหุ้นต่อ ธปท. แล้วตั้งแต่มีการถือหุ้น 5% ของหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมด
นอกจากนี้ หลักเกณฑ์ของ ธปท. อนุญาตให้เกิน 10% ได้เฉพาะกรณีที่มีความจำเป็นต่อการเพิ่มความมั่นคงหรือศักยภาพของสถาบันการเงินแห่งนั้น หรือการรักษาเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงินในภาพรวม หรือกรณีหน่วยงานรัฐที่ถือหุ้นเพื่อรับผลตอบแทนจากการลงทุนโดยทั่วไป
จะเกิดอะไรต่อไป?
KBANK แจ้งผ่านรายงานการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นของธนาคารว่า การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นดังกล่าว ไม่มีผลกระทบ ต่อนโยบายการดําเนินธุรกิจ โครงสร้างการบริหารงานและการจัดการของธนาคารแต่อย่างใด
และทาง GULF ก็ออกมาแจ้งผ่านเอกสารชี้แจงเกี่ยวกับการถือหุ้นในธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ว่า บริษัทไม่มีนโยบายที่จะเข้าไปมีส่วนร่วม ในการกำหนดนโยบายหรือการบริหารจัดการของธนาคาร
เนื่องจากการกำหนดนโยบายและทิศทางการดำเนินธุรกิจเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการและฝ่ายบริหารของธนาคารอันเป็นไปตามหลักปฏิบัติทั่วไปและหลักเกณฑ์ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ

GULF ยังมองตัวเองในฐานะผู้ถือหุ้น ที่จะพิจารณาใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นตามสัดส่วนการถือหุ้นที่มีอยู่ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นของธนาคาร ตลอดจนคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เป็นสำคัญเท่านั้น
หมายเหตุ: สัดส่วนการถือหุ้น KBANK ของบริษัทอื่น ๆ นอกจาก GULF ยังอ้างอิงจากตัวเลขเดิม ณ วันที่ 16/2/2569
อ้างอิง: SET, KBank, สรุปแบบ 246-2 โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 13/5/2568 – 13/2/2569 โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา