ศึกกาแฟต่ำร้อยเดือดอีกแล้ว! ZUS COFFEE จากมาเลเซีย บุกไทยอย่างเป็นทางการแล้ว

ศึกกาแฟ ‘ต่ำร้อย’ ครั้งใหม่เริ่มต้นขึ้นแล้ว? เมื่อร้านกาแฟพันสาขาจากมาเลเซียประกาศบุกไทยอย่างเป็นทางการ

2025 คือปีแห่งการเปิดศึกกาแฟดีราคาหลักสิบอย่างแท้จริง เมื่อ 1:2 Coffee ร้านกาแฟดีราคาคุ้มค่าผงาดขึ้นมาเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ตามด้วยการมาของ Uno Coffee ร้านกาแฟสไตล์ชัดที่มีศักยภาพในการขยายสาขาอย่างรวดเร็วในสุดยอดโลเคชัน โดยเฉพาะในพื้นที่ศูนย์การค้าอย่าง ‘เซ็นทรัล’ ที่ได้ทำเลทอง จนสร้างไวรัล กลายเป็นกระแสได้หลังเปิดให้บริการไม่นาน

ตลาดยังไม่ทันสงบดี ตอนนี้มีอีกแบรนด์มาเจาะตลาดแล้ว นั่นคือ ZUS COFFEE นั่นเอง

แบรนด์กาแฟ ‘มาเลเซีย’ อายุ 6 ปีที่มีพันสาขา 

ZUS COFFEE คือแบรนด์กาแฟสัญชาติมาเลเซียที่มีสาขามากกว่าพันสาขา แม้จะก่อตั้งมาได้เพียง 6 ปีเท่านั้น ย้อนกลับไปในปี 2562 ตอนนั้น ZUS COFFEE ยังเป็นแค่ร้านกาแฟคีย์ออสเล็กๆ ในกัวลาลัมเปอร์ 

ก่อนจะค่อยๆ เติบโตด้วยพลังของร้านกาแฟแบบ App First หรือให้ความสำคัญกับ ‘แอปพลิเคชัน’ ก่อน จนกระทั่งสามารถขยายสาขาทะลุ 860 สาขาในมาเลเซียได้สำเร็จ เมื่อระบบบริหารจัดการแน่นแล้วจึงค่อยขยับขยายไปสู่ ‘ฟิลิปปินส์’ จนกระทั่งตอนนี้มีสาขามากกว่า 160 สาขา

พร้อมแผนเปลี่ยนจาก แบรนด์ระดับโลคอล หรือตัวแทนของชาติใดชาติหนึ่งไปเป็นแบรนด์ระดับภูมิภาค ด้วยการขยายสาขาในสิงคโปร์และบรูไน ที่ตอนนี้มีราว 10 สาขา ทำให้มีสาขารวมทะลุ 1,000 สาขาแล้วเรียบร้อยในเวลานี้

แบรนด์ ZUS COFFEE ได้เข้ามาเปิดให้บริการในประเทศไทยปลายเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ผ่านไป 5 เดือนมีสาขาเปิดให้บริการแล้ว 15 สาขา ผู้บริหารของ ZUS COFFEE ถือเป็นหนึ่งในตลาดเติบโตเร็วและมีศักยภาพสูง แม้จะมีผู้เล่นจำนวนมากในตลาด

บุกไทยเล็งเปิด 50 สาขาในปีนี้

หลังเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ZUS COFFEE จึงตั้งเป้าเปิดให้บริการให้ครบ 50 สาขาในปีนี้ โดยจะเน้นสาขาในกรุงเทพฯ ชั้นกลางและชั้นในเป็นหลัก แบ่งเป็นในอาคารสำนักงาน 25 แห่ง สาขาในศูนย์การค้า 20 แห่ง และสาขาริมถนน 5 แห่ง 

ในแง่ของกาแฟ ZUS COFFEE วางตำแหน่งเป็นแบรนด์กาแฟ ‘สเปเชียลตี้’ เสิร์ฟกาแฟพรีเมี่ยมคุณภาพดี 

มี 3 เมล็ดกาแฟให้เลือก ตั้งแต่ Single Origin จากไร่กาแฟในประเทศไทย BOSS เมล็ดกาแฟคั่วเข้ม หอมกลิ่นควัน ช็อคโกแลต และคาราเมล LYDIA เมล็ดกาแฟคั่วอ่อน หอมกลิ่นถั่วและผลไม้บางๆ พร้อมเมนูพิเศษในประเทศไทยอย่าง ต้มยำอเมริกาโน

โดยราคาเริ่มต้นแค่แก้วละ 65 บาท ด้วยเป้าหมายอยากให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงกาแฟคุณภาพดีในราคาเข้าถึงได้ ทำให้ตอนนี้ positioning ในตลาดของ ZUS COFFEE จึงเป็นตลาดที่ใกล้เคียงกับ 1:2 Coffee และ Uno Coffee ที่กำลังโดมิเนทตลาดกาแฟราคา 60-80 บาทอยู่

คนไทยไม่ค่อยกินหวาน หลังบ่ายสองไม่กินกาแฟแล้ว

ผู้บริหารของ ZUS COFFEE บอกว่า ความท้าทายในช่วง 6-7 เดือนในประเทศไทยคือ การปรับตัวเข้ากับตลาดไทย เพื่อหารสชาติที่เข้ากับคนไทยจริงๆ

สิ่งใหม่ที่ได้พบคือ ความหวานที่มีให้เลือก 2 ระดับอย่าง หวาน 50% และหวาน 100% หวานไปและมีให้เลือกน้อยไปสำหรับคนไทย จึงเตรียมเปลี่ยนระดับความหวานเป็น 4 ระดับ ได้แก่ หวาน 25% หวาน 50% หวาน 75% และหวาน 100%

นอกจากนั้น คนไทยยังไม่ค่อยดื่มกาแฟหลังบ่ายสอง ต่างจากคนมาเลเซียที่ดื่มกาแฟทั้งวันทั้งคืน จึงเตรียมเพิ่มเมนู Non-Coffee อย่างเช่นเมนูโซดาเป็นต้น

จุดต่างคือ เน้นแอป-ขี้เล่น-ปรับตัวเก่ง-เข้าถึงง่าย

ส่วนจุดเด่นหรือความต่างที่จะทำให้ ZUS COFFEE สามารถบุกตลาดไทยได้ ได้แก่

1 – แอปมาก่อน : ZUS COFFEE ให้ความสำคัญกับ ‘แอปพลิเคชัน’ มาโดยตลอด (App First) ทำให้แบรนด์สามารถปรับแนวทางการทำตลาดและโปรดักส์ได้ตรงกับความต้องการของลูกค้ารายคน (Persolization)  

โดยปัจจุบันลูกค้าไทยใช้บริการผ่านแอปราว 60% ของยอดขาย เพราะลูกค้าสามารถเข้าถึงโปรโมชันได้มากกว่า และสามารถสั่งไว้ล่วงหน้าถึงหน้าร้านแล้วมารับได้เลย ทำให้ลูกค้าสะดวกสบายมากขึ้น

เป้าหมายของ ZUS COFFEE อยากจะให้ยอดขายในแอปพลิเคชันมีสัดส่วนมากกว่า 90% จากยอดขายทั้งหมด

2 – แบรนด์ขี้เล่น : ZUS COFFEE มี DNA ของแบรนด์ขี้เล่นและสนุกสนาน และมีทีมโปรดักส์ที่แข็งแกร่ง ทำให้สามารถพัฒนาโปรดักส์ใหม่ๆ ที่หลุดออกจากกรอบเดิมๆ อย่างเช่น ‘ต้มยำอเมริกาโน’ เป็นต้น

3 – ปรับตัวเก่ง : ZUS COFFEE ให้ความสำคัญกับการปรับตัวเข้ากับท้องถิ่น (Localization) นอกจากเมล็ดกาแฟและเมนูแล้ว ยังเตรียมจะคอลแลบกับพาร์ทเนอร์ใหม่ๆ เพื่อสร้างความตื่นเต้นด้วย 

4 – เข้าถึงง่าย สาขาเยอะ : ZUS COFFEE ยืนยันว่า ยังไงความเข้าถึงง่ายก็สำคัญ ทั้งจากจำนวนสาขาที่มากพอและช่องทางอื่นๆ อย่างแอปพลิเคชันเดลิเวอรีอื่นๆ ทั้ง Grab, LINE MAN หรือ Shopee เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าด้วย

เวนอน เทียน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการกลุ่ม ZUS COFFEE บอกว่า ไม่อยากให้มองว่า ZUS COFFEE เป็นแบรนด์ชาติไหน เพราะเป้าหมายของ ZUS COFFEE อยากจะเป็นแบรนด์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเติบโตต่อไปเป็นแบรนด์ระดับนานาชาติหรือ Global Brand พร้อมเป้าหมายขยายสู่ประเทศอื่นๆ เพิ่มอีกในปีนี้

ส่วนตลาดประเทศไทยถือเป็นตลาดสำคัญ เพราะเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง โตได้อีกมาก และเป็นประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงกับมาเลเซียนั่นเอง

อ่านเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติม

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา