เปิดปีใหม่ได้ไม่นาน ประเทศไทยก็เผชิญเหตุร้ายด้าน ‘ความปลอดภัย’ อย่างต่อเนื่อง จนเกิดคำถามว่า ต่างชาติจะยังอยากมาบ้านเราอยู่ไหม?

‘มนาเทศ อันนวัฒน์’ ประธานบริษัท Thailand Privilege Card ภายใต้การดูแลของ ททท. เผยว่า ความปลอดภัยถือเป็นเรื่องที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาโดยตลอด แต่ที่ผ่านมา ไทยก็ยังติดอันดับต้นๆ ของประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในโลก
ในฐานะผู้นำของ Thailand Privilege Card บริษัทผู้ให้บริการ ‘วีซ่า’ สำหรับการพำนักระยะยาวในไทย ‘มนาเทศ’ กล่าวว่า ทุกวันนี้ สาเหตุที่ชาวต่างชาติยังอยากมาอาศัยบ้านเราก็เพราะ
- Hospitality ดีเป็นอันดับ 1 ของโลก ผู้คนน่ารัก และมีประวัติศาสตร์ยาวนาน
- ตอบโจทย์ต่างชาติสูงวัย ที่มองหาบริการด้านสุขภาพ ไปจนถึงที่อยู่อาศัยที่สอดคล้องกับรายรับวัยเกษียณ
- คุ้มค่ากับการลงทุน เพราะประเทศไทยตั้งอยู่ในศูนย์กลางของเอเชีย เดินทางสะดวก และสามารถนำครอบครัว รวมถึงลูกๆ มาเรียนหนังสือที่นี่ได้
ปีที่แล้ว เมมเบอร์เพิ่ม 3,000 คน รายได้โตทุกปี

อย่างในปี 2025 มนาเทศเล่าว่า มีชาวต่างชาติสมัครเป็นสมาชิกของ Thailand Privilege Card เพิ่มขึ้นถึง 3,000 คน ส่งผลให้มียอดเมมเบอร์รวมแล้วอยู่ที่ราว 40,000 คน ต่างจากเมื่อ 3 ปีก่อนที่มีเพียง 10,000 คนเท่านั้น
หรือถ้ามาดูรายได้ย้อนหลังของ ‘บริษัท ไทยแลนด์ พริวิเลจ คาร์ด จำกัด’ ก็จะเห็นเลยว่าเติบโตขึ้นทุกปี โดย
- 2020: 656 ล้านบาท
- 2021: 905 ล้านบาท
- 2022: 1,186 ล้านบาท
- 2023: 1,945 ล้านบาท
- 2024: 2,989 ล้านบาท
ลูกค้าไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ต้องยินดีจ่ายเพื่ออยู่ไทยระยะยาว

กลุ่มเป้าหมายของ Thailand Privilege Card ก็ค่อนข้างเฉพาะเจาะจงมากๆ เนื่องจากเป็นระบบแบบ ‘สมาชิก’ ในราคาตั้งแต่ 900,000 บาทไปจนถึง 5,000,000 บาท โดยจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมายขึ้นอยู่กับระดับเมมเบอร์ อาทิ
- วีซ่าระยะยาวในไทย ตั้งแต่ 5 ปี จนถึง 20 ปีขึ้นไป
- บริการระดับ VIP ในสนามบิน โดยมีเจ้าหน้าที่ดูแลตั้งแต่ทางเข้าไปจนถึงก่อนขึ้นเครื่อง
- บริการลักชูรี ทั้งในด้านช็อปปิ้ง ท่องเที่ยว สุขภาพ การลงทุน และการพักอาศัย
ดังนั้น กลุ่มลูกค้าของ Thailand Privilege Card จึงไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวทั่วไป และอาจไม่ขึ้นตรงกับสถานการณ์การท่องเที่ยวแต่ละปีเท่าไรนัก ซึ่งมนาเทศกล่าวว่า สัดส่วนของเมมเบอร์ปัจจุบันคือ
- ผู้ประกอบการ/นักลงทุน/นักเดินทางที่เดินทางบ่อย: 40%
- ชาวต่างชาติเกษียณอายุ: 15%
- ต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทย (Expat): 12-14%
- Digital Nomad หรือกลุ่มคนที่ทำงานได้ทุกที่ทั่วโลก: หลักหน่วยเปอร์เซ็นต์
- ไม่ระบุ: 30%
ฐานลูกค้าจีนเยอะสุด ปีนี้เตรียมเจาะตลาดอินเดีย-GCC-เมียนมา

ขณะเดียวกัน หากจะจำแนกเมมเบอร์ตามสัญชาติ มนาเทศเผยว่า Thailand Privilege Card มีลูกค้าจาก ‘จีน’ เยอะมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ตามด้วย ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร รัสเซีย ไต้หวัน เยอรมนี ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และฮ่องกง
ในปีนี้ Thailand Privilege Card ก็ยังคงมุ่งหน้าในการขยายฐานลูกค้าชาวจีนต่อไป โดยอยากเจาะกลุ่มครอบครัวมากขึ้น เพราะเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการส่งลูกหลานเข้ามาเรียนในไทย และอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว
นอกจากนั้น Thailand Privilege Card ก็อยากขยายฐานลูกค้าจากประเทศอื่นๆ เช่นกัน โดยโฟกัสในสามกลุ่มประเทศหลักๆ ได้แก่
- อินเดีย เพราะมีประชากรเยอะพอๆ กับจีน แต่ยังมีเมมเบอร์กลุ่มนี้ไม่ถึง 400 คน
- กลุ่มประเทศ GCC (Gulf Cooperation Council) เนื่องจากมองเห็นถึงศักยภาพ เพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังจ่าย และยังมองหาบริการเหนือระดับด้วย
- เมียนมา เพราะเป็นกลุ่มลูกค้าที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เนื่องจากส่งบุตรหลานมาเรียนในไทยเยอะ ส่งผลให้ครอบครัวก็ตามมาอยู่อาศัยด้วยกัน
มีมาตรการป้องกันเมมเบอร์ทุนเทา พร้อมตัดสิทธิ์หากตรวจเจอ

ในเมื่อฐานลูกค้ามีแต่ต่างชาติที่ค่อนข้างมีกำลังซื้อแบบนี้ บริษัทจะทราบได้อย่างไรว่าชาวต่างชาติที่สมัครมาเป็นเมมเบอร์ ไม่ใช่บุคคลในธุรกิจสีเทา?
ทุนเทาเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่คนไทยจับตามอง โดยเฉพาะในหมู่นักธุรกิจต่างชาติ ซึ่งมนาเทศก็เข้าใจถึงปัญหานี้ ส่งผลให้ Thailand Privilege Card มีระบบการตรวจสอบที่เชื่อมโยงกับหลากหลายหน่วยงาน ได้แก่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB), องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (INTERPOL), ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.), กรมการกงสุล และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)
มนาเทศมั่นใจว่า ในเชิงของกระบวนการตรวจคัดกรองแล้ว 5 หน่วยงานนี้คือ “สุดยอดมหากาฬของเมืองไทย” โดยในระยะหลัง ก็ใช้เวลาตรวจสอบนานขึ้นด้วย เพราะอยากคัดกรองผู้กระทำความผิดจริงๆ
“ทุกวันนี้ ถ้าเกิดมีหมายมา เราอาจระงับบริการต่างๆ ไว้ก่อน เราให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการตำรวจเต็มที่ในการติดตาม แล้วก็ป้องกันและคัดกรองผู้กระทำผิด และแน่นอน ถ้าเกิดพบว่าผู้กระทำความผิดได้พิสูจน์ถึงเป็นที่สิ้นสุดแล้ว เราก็ยกเลิกสมาชิก” มนาเทศกล่าว
สุดท้ายนี้ แม้ตัวเลขของ Thailand Privilege Card อาจไม่ได้ผูกกับสถานการณ์การท่องเที่ยวไทยในแต่ละปีโดยตรง แต่ Brand Inside เชื่อว่า หากภาพลักษณ์ประเทศดีขึ้นในสายตาต่างชาติ ควบคู่กับระบบการคัดกรองนักเดินทางที่รัดกุม ผลประโยชน์ย่อมเกิดกับทุกภาคส่วนอย่างแน่นอน
- Thailand Privilege Card เผย ‘จีน’ ยังเบอร์ 1 ตลาดหลัก ความท้าทายต่อไปคือ โตกว่าเดิม
- Agoda มอง นักท่องเที่ยวจีนยังมีโอกาสโต แต่ไทยต้องเร่งลงทุนยาว และยกระดับประสบการณ์ หากจะชนะในสมรภูมิเอเชีย
ที่มา: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา