ตอนต้นปีเป็นงานพี่คนนั้น ตอนนี้กลายเป็นงานเรา? รับมือยังไงกับ Quiet Hiring เมื่อคนเก่าออกไป แล้วเราต้องทำแทน

เคยไหม “ตอนต้นปีเป็นงานพี่คนนั้น ตอนนี้กลายเป็นงานเราซะแล้ว” 

เพราะทุกครั้งที่องค์กรตัดสินใจว่า “มีคนต้องไป” นั่นแปลว่า “มีคนต้องอยู่” หลายครั้งมีการจ้างงานคนใหม่มาทำแทน แต่บางครั้งก็ไม่เป็นแบบนั้น เพราะองค์กรตัดสินใจไม่จ้างคนใหม่มาทำแทน แต่ตัดสินใจให้คนที่ได้อยู่ต่อรับหน้าที่ไปเพิ่ม

ถ้าคุณเจอกับสถานการณ์แบบนี้ก็อย่าคิดว่ากำลังเดียวดาย เพราะจริงๆ สิ่งนี้เรียกได้ว่าเป็นเทรนด์แห่งยุคสมัย จนถึงกับต้องมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการเลยทีเดียว

Quiet Hiring คนเก่าออกไป ไม่รับคนใหม่ ให้คนอยู่ทำแทน

สถานการณ์ “คนเก่าออกไป ไม่รับคนใหม่ ให้คนอยู่ทำแทน” แบบนี้มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า ‘Quiet Hiring’ เป็นกลยุทธ์ที่บริษัทเติมช่องว่างที่บริษัทต้องการคนมาทำงาน โดยไม่จ้างพนักงานประจำเพิ่ม แต่ใช้ทรัพยากรบุคคลที่มีอยู่แทน

‘Quiet Hiring’ หมายรวมตั้งแต่การโยกย้ายพนักงานเก่ามาทำงานแทน การเพิ่มบทบาทหน้าที่ชั่วคราวให้พนักงานเก่า การเพิ่มทักษะให้กับพนักงานเก่าให้สามารถทำงานเพิ่มได้ ไปจนถึงการจ้างพนักงานสัญญาจ้างระยะสั้น

สาเหตุที่บริษัทต้องทำแบบนั้นก็เพราะต้องการรัดเข็มขัดประหยัดงบประมาณ รับมือกับปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวหรือถดถอย โดยเฉพาะช่วงที่คาดการณ์ว่าสถานการณ์มีความเสี่ยงจะแย่ลง

วิธีนี้สามารถถูกเลือกมาใช้ได้ทั้งในสถานการณ์ที่บริษัทไม่อยากเลิกจ้างหรือปลดพนักงานออก แต่ยังต้องสร้างการเติบโต หรือถูกเลือกมาใช้ตอนที่บริษัทปลดพนักงานออกแล้ว แต่ยังต้องการให้องค์กรเดินหน้าต่อไปได้แบบเดิมหรือเติบโตกว่าเดิม

ไม่ได้มีแต่ข้อเสีย เพราะจริงๆ เราอาจกำลังเติบโต

แม้การทำแทนคนอื่นอาจจะดูเหมือนมีแต่ข้อเสีย แต่ในภาวะเงินหายากแล้ว แต่งานหายากยิ่งกว่าแบบนี้ การปรับตัวเข้ากับความเปลี่ยนแปลงในที่ทำงานก็เป็นเรื่องจำเป็น

ถ้าวันไหนถูก Quiet Hiring เข้ากับตัว ไม่ว่าจะโยกย้ายตำแหน่งหรือทำงานเพิ่ม พนักงานอย่างเราๆ ก็อย่าลืมที่จะแสวงหาความก้าวหน้าในอาชีพจากช่วงเวลานี้เท่าที่สถานการณ์จะอำนวยให้ทำได้  

ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาต่อรองเงินเดือนเพิ่มจากงานที่ต้องทำเพิ่ม (เพราะยังไงองค์กรก็ไม่ต้องจ่ายเยอะเท่ากับจ้างคนเดิมหรือจ้างคนใหม่อยู่แล้ว) หรือรองลงมาก็อาจเป็นการเจรจาต่อรองสวัสดิการเพิ่ม อย่างเช่นวันลาหรือเวลาทำงานแบบยืดหยุ่น

นอกจากนั้น อย่าลืมถามหัวหน้าว่า การโยกย้ายตำแหน่งงานครั้งนี้จะส่งเสริมให้เราก้าวหน้าขึ้นได้ยังไงบ้าง แล้วร่วมกับหัวหน้าออกแบบ career path ให้ตรงกับความต้องการของเรา

เพราะหัวหน้าย่อมเข้าใจว่าคนส่วนใหญ่มักจะไม่อยากถูกย้ายตำแหน่งโดยไม่มีเหตุผลอยู่แล้ว ดังนั้น ทั้งหัวหน้าและองค์กรต้องให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับเราเป็นอย่างแรก

บริษัทก็ควรระวัง อย่าให้พนักงานรู้สึกว่าตัวเองไม่สำคัญ ไม่ก้าวหน้า

สำหรับบริษัทและฝ่ายบุคคนจะต้องให้ความสำคัญกับ ‘พนักงาน’ ที่ต้องทำงานเพิ่มหรือต้องย้ายตำแหน่ง เพราะพนักงานอาจเกิดคำถามว่า “ตำแหน่งเดิมไม่สำคัญกับบริษัทรึเปล่านะ เขาถึงเลือกย้ายเราได้ทันที” ซึ่งอาจจะนำไปสู่ความรู้สึก “ไม่มีคุณค่าต่อองค์กร” ทำให้พนักงานเริ่มมองหางานใหม่ในที่สุด

บริษัทจึงต้องอธิบายกับพนักงานให้ชัดเจนว่า “ทำไมตำแหน่งใหม่ถึงสำคัญกับบริษัท”

จนถึงวันนี้เราเห็นแล้วว่าสถานการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2026 ยังไม่มีทีท่าจะพลิกฟื้นกลับไปเติบโตได้ดีอย่างเมื่อก่อน จึงไม่แปลกที่เราจะได้เห็นข่าวยุติกิจการ เลิกจ้าง และหยุดจ้างงานใหม่ทยอยออกมาเป็นระยะ ดังนั้น แม้ Quiet Hiring จะยังไม่เกิดขึ้นกับเราวันนี้ แต่เตรียมตัวไว้ก่อน ย่อมดีเสมอ

ข้อมูลจาก CNBC

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา