รู้จัก “จง ซานซาน” มหาเศรษฐีเบอร์ 1 เอเชียคนใหม่ รวยสุดในจีน ใกล้แซง Warren Buffet

จง ซานซาน (Zhong Shanshan) วัย 66 ปี มหาเศรษฐีชาวจีน กลายเป็นคนที่ร่ำรวยที่สุดในเอเชียหลังจากที่สินทรัพย์ของเขาพุ่งทะลุ มูเกช อัมบานี่ มหาเศรษฐีชาวอินเดียที่เคยครองบัลลังก์รวยที่สุดในเอเชียมากว่า 2 ปี จากข้อมูลของ Bloomberg

ด้วยสินทรัพย์สุทธิ 8.62 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้ จง ซานซาน ร่ำรวยแซงหน้ามหาเศรษฐีในจีนอย่าง แจ๊ค หม่า จาก Alibaba และ โทนี่ หม่า เจ้าของ Tencent กลายเป็น มหาเศรษฐีเบอร์ 1 ของจีนในที่สุด

ในระดับโลก จง ซานซาน ร่ำรวยอยู่ในลำดับที่ 7 มีสินทรัพย์ตามหลัง วอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีนักลงทุนซึ่งร่ำรวยเป็นอันดับที่ 6 เพียง 400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และร่ำรวยแซง ลาร์รี่ เพจ เจ้าของ Google เรียบร้อยแล้ว

Zhong Shanshan จง ซานซาน nongfu spring
Zhong Shanshan picture from nongfuspring.com

แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ไม่ง่าย

Brand Inside ขอพาผู้อ่านไปรู้จักกับ จง ซานซาน ในแง่มุมที่ลึกขึ้น โดยเปิดดูข้อมูลกิจการ ภูมิหลังส่วนตัว และเส้นทางที่ทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีเบอร์ 1 ของจีนและเอเชียในวันนี้

จง ซานซาน รวยด้วยน้ำและยาในยุคที่มหาเศรษฐีส่วนใหญ่อยู่ในสายเทคโนโลยี

จง ซานซาน เป็นมหาเศรษฐีที่กุมบังเหียน 2 บริษัทที่มีมูลค่ามากกว่า 1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ในคราวเดียวกันคือ Nongfu Spring บริษัทน้ำแร่บรรจุขวดยักษ์ใหญ่ในจีน รวมไปถึงเครื่องดื่มอื่นๆ ทั้งชา กาแฟ น้ำผลไม้ น้ำดื่มผสมแร่ธาตุ และน้ำดื่มผสมวิตามิน ซึ่งผลิตภัณฑ์ของวางขายตั้งแต่ร้านสะดวกซื้อยันโรงแรมหรู 5 ดาว 

และยังมีบริษัท Beijing Wantai Biological Pharmacy บริษัทเวชภัณฑ์ยาที่ผลิตวัคซีนรักษา HIV วัณโรค และไวรัสตับอักเสบ และล่าสุด บริษัทกำลังพัฒนาวัคซีนป้องไวรัสโควิด-19 อยู่

Nongfu Spring จง ซานซาน มหาเศรษฐี
ภาพจากเว็บไซต์ Nongfu Spring

เส้นทางชีวิต จากพนักงานก่อสร้าง สู่ผู้ร่ำรวยที่สุดในเอเชีย

จง ซานซาน ได้ชื่อว่าเป็น “หมาป่าเดียวดาย” (Lone Wolf ) เนื่องจากบุคคลิกของเขาเป็นคนที่ไม่ค่อยออกสื่อมากนักและไม่ค่อยเปิดเผยเรื่องราวส่วนตัวสู่สาธารณะ

เขาเกิดในหางโจว เมืองหลวงของมณฑลเจ้อเจียงในปี ค.ศ. 1954 เขาได้เข้ารับการศึกษาจนอายุ 12 ปีก็ต้องลาออกมาทำงานหาเงิน เนื่องจากประเทศจีนในปี 1966 เกิดการปฏิวัติทางวัฒนธรรมที่ก่อให้เกิดความโกลาหลไปทั่ว 

หางโจว Hangzhou จีน
Hangzhou photo by N Norwood on Unsplash

ต่อมา เขาได้รับจ้างเป็นพนักงานก่อสร้างจนเมื่อเก็บเงินได้จำนวนหนึ่งเขาไปศึกษาต่อใน Zhejiang Radio and Television University หลังจากการปฏิวัติทางวัฒนธรรมจบลง และได้ทำงานต่อกับหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอย่าง Zhejiang Daily ในสายข่าวธุรกิจ ได้คลุกคลีกับผู้ประกอบการอยู่ 5 ปี และเล็งเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ

ในปี 1988 เขาหันหลังให้กับงานข่าวและหันมาทำงานเป็นเซลล์ขายน้ำดื่ม และเมื่อเล็งเห็นตลาดการบริโภคเพื่อสุขภาพมากขึ้น ในปี 1993 เขาได้ก่อตั้งบริษัทยา Yangshengtang ที่มีสินค้าเลื่องชื่ออย่างยาเม็ดบำรุงกำลัง แก้ไขความบกพร่องของสมรรถภาพทางเพศ 

ในปี 1996 เขาได้ก่อตั้ง Nongfu Spring ซึ่งกลายเป็นแหล่งขุมทรัพย์ของเขาในท้ายที่สุด Nongfu Spring ขายน้ำแร่บรรจุขวดที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยใช้แหล่งน้ำแร่ธรรมชาติในมณฑลเจ้อเจียง แต่ในภายหลังขยายเป็น 10 แหล่งทั่วประเทศ โดยปัจจุบันครองส่วนแบ่งในตลาดน้ำดื่มถึง 21% 

IPO และปัญหาจีนเขม่นบริษัทเทคฯ ทำให้ยักษ์น้ำดื่มพุ่งทะยาน

สาเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้ จง ซานซาน พุ่งทยานขึ้นมาสู่ตำแหน่งมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของเอเชียคือการที่เขาประสบความสำเร็จในการนำบริษัททั้งสองเข้า IPO และหลังจากที่เขานำ Nongfu Spring เข้า IPO ในตลาดหุ้นฮ่องกงเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ปรากฏว่าหุ้นพุ่ง 85% ระดมทุนได้กว่า 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

ทำให้เขากลายเป็นมหาเศรษฐีอันดับที่ 3 ของจีนในชั่วข้ามคืน ก่อนที่จะไต่อันดับจนกลายเป็นเบอร์ 1 ในที่สุด

นอกจากนี้ โปรเจกต์ในการพัฒนาวัคซีนก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ราคาหุ้น Beijing Wantai Biological Pharmacy เพิ่มขึ้น 2,000% หลังจากเข้า IPO ในตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา

อีกหนึ่งสาเหตุที่ผลักให้ จง ซานซาน ขึ้นเบอร์ 1 จีน คือการที่บริษัทสายเทคโนโลยีในจีนทั้ง Tencent และ Alibaba ซึ่งเป็นบริษัทที่มั่งคั่งระดับต้นๆ ของจีน กำลังถูกทางการจีนจับตามอง (โดยเฉพาะในกรณีของ แจ๊ค หม่า) และยังต้องเจอปัญหาการกีดกันสินค้าเทคโนโลยีจากสหรัฐฯ เนื่องด้วยสงครามการค้าอีกด้วย

ที่มา – Business Insider, Bloomberg, Straits Times, TRT world

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Rachata Sanit, Content Creator Intern at Brand Inside. An eternal International Affairs student. Interested in Social (in)justice, International Development, and Creative Economy.