
จังหวัดน่าน เป็นหนึ่งจังหวัดของภาคเหนือที่มีภาพจำเป็นพื้นที่ภูเขาสูงที่เคยปกคลุมไปด้วยป่าต้นน้ำอันสมบูรณ์ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จังหวัดน่านกลับถูกพูดถึงในด้านการทำลายป่าและการประสบปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง พื้นที่ป่าถูกแทนที่ด้วยไร่ข้าวโพดเชิงเดี่ยวจำนวนมหาศาล ปัญหาดินเสื่อมโทรม น้ำท่วม น้ำแล้ง และความยากจนในชนบทจึงเป็นผลลัพธ์ที่ตามมา
การหาทางออกที่ยั่งยืนเพื่อให้ “คนอยู่ได้ ป่าอยู่รอด” เป็นเสมือนโจทย์ใหญ่ที่ท้าทาย และการจะแก้ไขได้นั้นจำเป็นต้องเข้าใจและแก้ไขปัญหาชีวิตของผู้คนที่อยู่ในป่าก่อนเป็นอันดับแรก และนี่คือจุดเริ่มต้นของโครงการน่านแซนด์บ็อกซ์และการผลักดัน ‘หญ้ายา’ ที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาได้อย่างรอบด้านและตรงโจทย์
จุดเริ่มต้นของน่านแซนด์บ็อกซ์
การมองเห็นปัญหาของจังหวัดน่านอย่างครอบคลุมทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม จึงเป็นสิ่งสำคัญทำให้เกิดโครงการน่านแซนด์บ็อกซ์ขึ้น โดยมีเป้าหมายใหญ่คือการสร้างสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อมกับการดำรงชีพของคนท้องถิ่น ภายใต้แนวคิดการจัดสรรพื้นที่ป่าแบบ 72:18:10

ภายหลังจากการริเริ่มโครงการน่านแซนด์บ็อกซ์ ก็พบอีกสาเหตุหลักที่ทำให้พื้นที่ป่าจำนวนมากถูกทำลายเพราะชาวบ้านนั้นจำเป็นต้องบุกรุกป่า เพื่อหาทางรอดในการเลี้ยงชีพ ซึ่งเป็นการทำลายพื้นที่ป่าอย่างหนัก แต่หากจะไปบอกให้ชาวบ้านเลิกทำก็คงไม่ได้ จึงริเริ่มนำ หญ้ายา เข้ามาเป็นทางเลือกใหม่ให้กับเกษตรกร ที่ไม่ใช่แค่การบังคับให้ปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นฟูป่า แต่ยังนำโมเดลทางเศรษฐกิจเข้ามาสนับสนุนให้ชาวบ้านในพื้นที่สามารถอยู่รอดได้ด้วยอาชีพของตนเอง
หญ้ายา แสงสว่างของผืนป่าน่าน
เมื่อคิดจะต่อยอดจากน่านแซนด์บ็อกซ์ จึงเกิดคำถามที่ว่าแล้วอะไรที่จะปลูกได้ดีกว่าข้าวโพดและไม่ทำลายป่าเพิ่ม และเมื่อมองกลับไปในจังหวัดน่านที่มีผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ ยังมีพืชที่มีสรรพคุณทางยามากมายที่ชาวบ้านรู้จักและใช้สืบทอดกันมาแต่โบราณ พืชเหล่านี้สามารถเติบโตได้ดีใต้ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ โดยไม่จำเป็นต้องถางป่าเพื่อปลูกเลย จึงเกิดคำว่า “ หญ้ายา (YAYA) ” ขึ้นมา คำนี้ไม่ใช่คำเรียกเล่น ๆ แต่เป็นคำใหม่ที่สื่อให้เห็นตัวตนของพืชที่เติบโตได้ดีในผืนป่า และมีคุณค่าสูงทั้งต่อสุขภาพ ชุมชน และอนาคตทางเศรษฐกิจของจังหวัดน่าน
หญ้ายา (YAYA) ไม่ได้หมายถึงหญ้าทั่วไป มาจากคำว่า ‘เย่าเฉ่า’ (藥草 Yàocǎo) เป็นคำภาษาจีนที่แปลว่าพืช หรือหากเป็นภาษาอังกฤษจะเรียกว่า “Medicinal Grasses” เป็นคำที่ใช้เรียกพืชที่มีสรรพคุณทางยาที่พบเจอในจังหวัดน่าน สามารถเจริญเติบโตได้ดีใต้ร่มเงาป่าใหญ่ และคนน่านส่วนใหญ่ก็ใช้หญ้ายานี้ ช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วย บำรุงร่างกายและรักษาโรคตามตำราพื้นบ้านมานานกว่า 700 ปี พืชเหล่านี้มีประโยชน์ทั้งด้านสุขภาพและเศรษฐกิจซึ่งสามารถต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพและยาสมัยใหม่ได้ เช่น ฟ้าทะลายโจร ขมิ้นชัน ไพล หรือกระชายดำ
การปลูกหญ้ายาจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงโดยไม่ต้องถางป่า ไม่ต้องใช้พื้นที่โล่งแจ้งอย่างข้าวโพด อีกทั้งหญ้ายา ยังตอบโจทย์ความต้องการของคนในยุคนี้ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพและหันมาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากสารธรรมชาติมากยิ่งขึ้น หญ้ายาจึงเป็นการผสานผลประโยชน์ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่
- ด้านสิ่งแวดล้อม เพราะผืนป่าถูกฟื้นฟูและจะไม่ถูกทำลายอีกต่อไป
- ด้านเศรษฐกิจชุมชน เพราะเกษตรกรมีรายได้จากการขายหญ้ายาและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากพืชเพิ่มมากขึ้น
- ด้านสังคมและสุขภาพ เพราะสร้างองค์ความรู้ด้านยาจากพืชและภูมิปัญญาท้องถิ่น
สำหรับคนในจังหวัดน่าน หญ้ายาไม่ได้เป็นเพียงโครงการชั่วคราว แต่เป็นจุดสำคัญในเปลี่ยนแปลงทางความคิด ในการมองปัญหาป่าน่านได้ลึกไปถึงต้นเหตุ มากกว่าเน้นแก้ที่ปลายทาง หากสังคมไทยมองเห็นปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วยมิติที่กว้างกว่าแค่การอนุรักษ์ เราก็จะสามารถสร้างสมดุลใหม่ระหว่างธรรมชาติกับเศรษฐกิจได้ และนี่คือจุดที่ทำให้หญ้ายากลายเป็นกุญแจสำคัญ
หญ้ายาจึงไม่ใช่แค่พืช แต่คือโมเดลความคิดใหม่ที่พลิกจากการทำลายป่าไปสู่การให้ป่าเป็นต้นทุนชีวิตของคนท้องถิ่นอย่างแท้จริง
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา