Home Article Uniqlo เตรียมปิดสาขาใหญ่สุดในเกาหลีใต้ ผลพวงจากกระแส “บอยคอตต์ญี่ปุ่น”

Uniqlo เตรียมปิดสาขาใหญ่สุดในเกาหลีใต้ ผลพวงจากกระแส “บอยคอตต์ญี่ปุ่น”

uniqlo
Uniqlo ภาพจาก Shutterstock

Uniqlo สาขาใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ เตรียมปิดตัว

แบรนด์เสื้อผ้าเจ้าดังสัญชาติญี่ปุ่น “Uniqlo” ประกาศในเว็บไซต์ว่า ร้าน Uniqlo สาขาเรือธงในย่าน “เมียงดง” จะให้บริการไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม ปีหน้า 

โดย Uniqlo สาขาเมียงดงเป็นสาขาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้ และใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก รองจากสาขานิวยอร์ก ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณทางเข้าย่านการค้าเมียงดง ย่านใหญ่ใจกลางกรุงโซลที่คนพลุกพล่านมากที่สุดแห่งหนึ่ง

เบื้องหน้าโควิด เบื้องลึกสายสัมพันธ์ที่คุกรุ่น

Uniqlo ให้เหตุผลของการปิดสาขาในครั้งนี้ว่า เป็นเพราะวิกฤติโควิด-19 ย่านการค้าอย่างเมียงดงซึ่งเป็นสถานที่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างมหาศาลก่อนหน้านี้จึงซบเซาลงอย่างมาก ส่งผลต่อยอดขาย ทำให้ทาง Uniqlo ต้องทำการปิดบริการในสาขาดังกล่าว

Seoul South Korea โซล เกาหลีใต้
ภาพจาก Shutterstock

แต่ว่าเมื่อเราลองดูตัวเลขรายได้ของ Uniqlo ในเกาหลีใต้ พบว่า รายได้ของ Uniqlo ในเกาหลีใต้ลดลงตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ลดลงกว่าครึ่งเทียบกับเดือนเดียวกันในปีก่อน โดยขาดทุนมากกว่า 80 ล้านเหรียญสหรัฐฯ 

น่าสนใจว่า รายได้ที่ลดลงเกิดขึ้นก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิดเสียอีก แล้วสาเหตุของการปิดที่แท้จริงคืออะไร

ที่จริงแล้ว ในเบื้องหลังเบื้องลึก การปิดสาขาในครั้งนี้เป็นเรื่องของความสัมพันธ์เกาหลีใต้กับญี่ปุ่นที่เขม่นกันกันมาตลอด และมักจะจุดติดเสมอเมื่อมีประเด็นเชื้อไฟเข้ามา 

South Korea Boycott Japan
ภาพจาก Shutterstock

โดยในครั้งนี้ เกิดจากการที่ญี่ปุ่นระงับการส่งออกวัตถุดิบในอุตสาหกรรมสำคัญให้กับเกาหลีใต้ (เช่นวัสดุสำหรับการผลิตชิป) ในเดือนกรกฎาคม ปี 2019 ซึ่งส่งผลให้เกิดกระแส “บอยคอตต์ญี่ปุ่น” 

ชาวเกาหลีใต้เลือกแบนสินค้าบางประเภท เน้นไปที่สินค้าที่เห็นได้ชัดเจนว่ามีกลิ่นอายของความเป็นญี่ปุ่น เช่น เบียร์ญี่ปุ่น และรถยนต์ญี่ปุ่น จนมาถึงในครั้งนี้คือ “เสื้อผ้าญี่ปุ่น” ซึ่งกระทบอย่างร้ายแรงต่อยอดขายของ Uniqlo ที่ตกลงตั้งแต่เดือนกันยายน ปี 2019 และถึงจุดต่ำสุดในเดือนสิงหาคม 2020

นี่คือการแบนเชิงสัญลักษณ์ ไม่ได้แบนทุกอย่าง Playstation 5 รอด

Nikkei Asia ได้วิเคราะห์ว่าการแบนสินค้าของคนเกาหลีในครั้งนี้ เป็นการแบนเชิงสัญลักษณ์ หรือ การเลือกแบน (Selective Boycotting) ซึ่งหมายถึง การแบนเพื่อแสดงให้เห็นกันอย่างชัดเจนว่าไม่พึงพอใจตัวแบรนด์หรือประเทศเจ้าของแบรนด์ ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ยอดขายจริงๆ

อย่างไรก็ตาม มีการเปิดเผยให้เห็นว่า แม้ยอดขายออฟไลน์จะหายไป แต่ตัวเลขการขายสินค้าดังกล่าวจะไปเติบโตในช่องทางออนไลน์แทนอย่างได้สัดส่วน อย่างที่ในกรณีล่าสุด การที่ร้านสะดวกซื้อจำนวนมากในเกาหลีนำเบียร์ญี่ปุ่นออกจากหน้าร้าน ทำให้ยอดขายเบียร์ออนไลน์เติบโตขึ้น

แต่ว่าสินค้าบางกลับข้ามผ่านความสัมพันธ์อันตึงเครียดนี้ได้ เช่น “จอร์ดี้ทามาก็อตจิ” ที่ผลิตโดยแบรนด์ของเล่นญี่ปุ่นเจ้าดังอย่าง Bandai ก็มียอดจองในเกาหลีใต้สูงสุดเป็นประวัติการณ์เพราะเป็นสินค้าที่ทำให้เราย้อนนึกถึงความทรงจำวัยเด็กที่น่าคิดถึงได้ดี

แล้วก็ยังมีเครื่องเล่นเกม “Playstation 5” สุดฮิตที่เหล่าเกมเมอร์ตั้งหน้าตั้งตารอคอย โดย PS5 ขายหมดทันทีที่วางขายในเกาหลี และตอนนี้ก็ยังหาซื้อได้ยากแม้แต่ในช่องทางออนไลน์

ที่มา – Nikkei Asia (1) (2), YNA

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm
บาส รชต สนิท - นักข่าว นักเขียน ที่ Brand Inside | สนใจด้าน Future of Work, สิทธิคนทำงาน, สิ่งแวดล้อม, การเมืองโลก, ปัญหาทุนนิยม และ สิทธิมนุษยชน