เข้าใจ Design Thinking ผ่านมุมมอง William Malek กูรูตัวจริงผู้พลิกธุรกิจด้วยทฤษฎีใหม่

Design Thinking คือสิ่งที่ผู้บริหาร และหลากหลายองค์กรอยากทำความเข้าใจ เพราะมันช่วยยกระดับการทำธุรกิจในยุคนี้ได้ แต่ถ้าไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ลองมาอ่านคำแนะนำจาก William Malek ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนี้กัน

William Malek
William Malek Senior Executive Director for Leadership and Innovation ของ SEAC Lifelong Learning Center

Design Thinking กับจุดเริ่มที่ Tech Company

ปัจจุบันองค์กรดั้งเดิมไม่ว่าจะขนาดเล็ก หรือใหญ่ ต่างถูกคลื่น Digital Disruption ถาโถมจนไม่สามารถดำเนินธุรกิจในรูปแบบเดิมได้ ดังนั้นการคิดใหม่ทำใหม่เพื่อตามยุคสมัยให้ทันจึงกลายเป็นเรื่องจำเป็น ซึ่งหนึ่งในทางออกของการผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้คือ Design Thinking

“Design Thinking นั้นเกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงค.ศ.1990 ก่อนเริ่มแพร่หลายในค.ศ.2000 ผ่านองค์กรเทคโนโลยีต่างๆ ที่นำแนวคิดแบบนี้มาประยุกต์ใช้จนทำให้ธุรกิจเติบโต” William Malek Senior Executive Director for Leadership and Innovation ของ SEAC Lifelong Learning Center กล่าว

William Malek
William Malek Senior Executive Director for Leadership and Innovation ของ SEAC Lifelong Learning Center กล่าว

สำหรับ William Malek คือผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม และการนำไปใช้ได้จริง หรือ Innovation & Execution ที่เคยเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทใน Fortune 500 รวมถึงองค์กรเทคโนโลยีต่างๆ โดยเฉพาะเรื่อง Design Thinking และ Innovative Disruption

ประยุกต์เพื่อเอาตัวรอดจาก Digital Disruption

ส่วนเหตุการณ์ Digital Disruption ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานอินเทอร์เน็ตของผู้บริโภค หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามา ต่างกระตุ้นให้ทุกองค์กรธุรกิจต้องศึกษาการนำนวัตกรรมใหม่เข้ามาช่วยธุรกิจ หรือการปรับโครงสร้างองค์กรให้เข้ากับยุคสมัยเพื่อผ่านพ้น และฝ่าวิกฤตินี้ไปได้

Digital Disruption
Digital Disruption // ภาพจาก Flickr ของ Altimeter, a Prophet Company

“Design Thinking ในความหมายของผมคือต้องเริ่มจากเข้าใจธุรกิจของตัวเองอย่างลึกซึ้ง หรือ Deep Dive เพื่อค้นหาปัญหาต่างๆ และตั้งคำถามให้กับมันว่าถ้าทำแบบนี้จะแก้ปัญหานี้ได้หรือไม่ พร้อมกับการมีทีมงานที่ต้องการทำงานไปด้วยกันเป็นทีม ไม่ใช่เป็นลำดับขั้นเหมือนในอดีต”

ทั้งนี้การทำ Design Thinking อย่างมีประสิทธิภาพนั้นต้องปรับองค์กรให้สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมที่ทุกตำแหน่งทั้งการตลาด, ฝ่ายขาย และอื่นๆ ต่างออกจากตำแหน่งของตัวเอง และช่วยกันมาตั้งคำถามต่างๆ เพื่อให้เกิดเรื่องใหม่ ที่สำคัญต้องเริ่มเร็ว และหากไม่สำเร็จก็ต้องปรับตัวเพื่อเริ่มใหม่ให้ได้เร็วเช่นกัน

SEAC
บรรยากาศใน SEAC

“ความเกรงใจ” คือตัวปัญหาขององค์กรไทย

“หากใช้ Design Thinking ได้อย่างถูกต้อง มันก็สร้างโอกาสเพิ่มยอดขายให้กับบริษัทถึง 2 เท่าตัว ดังนั้นมันเป็นเรื่องจำเป็นที่ทุกองค์กรต้องไป และถึงมันจะไม่แพร่หลายในอดีต แต่ปัจจุบันทุกองค์กรต้องรู้จังวิธีการเดินหน้าธุรกิจด้วยเครื่องมือนี้ให้มาก และลงลึกขึ้นกว่าเดิม”

ในทางกลับกันองค์กรในประเทศไทยนั้นยังมีอุปสรรคอยู่ โดยเฉพาะ “ความเกรงใจ” ที่ทำให้การเดินหน้า Design Thinking ไม่สำเร็จ เพราะตำแหน่งที่ดูแลฝ่ายต่างๆ ยังยอมทำตามในความเห็นจากประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือหัวหน้าใหญ่ และไม่เถียงเพื่อเกิดสิ่งใหม่ โดยเฉพาะในองค์กรใหญ่ที่มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจำนวนมาก

design thinking
การทำงานเป็นทีม // ภาพ pixabay.com

ดังนั้นเพื่อแก้ปัญหานี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือคนใหญ่คนโตอาจลองใช้ Design Thinking ในบางฝ่ายก่อน หรือหากอยากแสดงให้เห็นว่าองค์กรต้องเดินไปข้างหน้าก็อาจทดลองใช้กับฝ่ายบริหารก่อนก็ได้ ซึ่งทั้งสองวิธีนั้นไม่มีวิธีใดผิด แต่เป็นการแสดงให้เห็นว่าองค์กรนั้นเริ่มใช้ Design Thinking เพื่อฝ่าวิกฤติ Digital Disruption

สรุป

ปฎิเสธไม่ได้ว่า Digital Disruption มีผลกับโลกธุรกิจเป็นอย่างมาก และหนึ่งในวิธีที่จะผ่านพ้นวิกฤตินี้ได้ก็คือ Design Thinking ยิ่งในประเทศไทยที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มันก็ยิ่งจำเป็นที่องค์กรต่างๆ จะต้องคิดใหม่ทำใหม่เพื่อสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจในอนาคต

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา