Visa ยิ้มกริ่ม ผู้บริโภคหันใช้เทคโนโลยีในการท่องเที่ยวเพิ่ม ทำยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโต

ก่อนหน้านี้การจะหาข้อมูล และจองที่พัก กับตั๋วเครื่องบินนั้นต้องใช้เวลา และมีความยุ่งยากสูง แต่ด้วยเทคโนโลยีล้ำๆ ในปัจจุบันที่มีมากขึ้น ทำให้เรื่องเหล่านี้ง่ายลงอย่างเห็นได้ชัด แถมมันกระตุ้นให้ทุกคนอยากไปเที่ยวมากกว่าเดิมด้วย

บริการรับชำระเงินด้วยบัตรเครดิตของ VISA ในต่างประเทศ

เที่ยวง่าย เที่ยวเยอะ ทำการใช้จ่ายสะพัด

เมื่อการท่องเที่ยวเป็นเรื่องง่าย เพราะปัจจุบันใครๆ ก็สามารถหาข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวได้จากอินเทอร์เน็ต และสามารถจองที่พัก กับตั๋วเครื่องบินได้เอง ไม่จำเป็นต้องพึ่งตัวแทนอีกต่อ ซึ่งพอทุกอย่างมันอยู่บน Online ก็เท่ากับว่ายอดใช้จ่ายส่วนใหญ่ก็น่าจะมาจากบัตรเครดิต เพราะสะดวก และมีความปลอดภัยสูง

นั่นจึงทำให้ผู้ให้บริการด้านเครือข่ายการชำระเงินรายต่างๆ ถูกใช้งานมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ Visa ที่มีเครือข่ายทั่วโลกกว่า 200 ประเทศ และมีธนาคารยักษ์ใหญ่เป็นพาร์ทเนอร์ในการออกบัตรเครดิต และเดบิต ให้ใช้งานกันบนเครือข่ายดังกล่าว

สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการ Visa ประจำประเทศไทย

สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการ Visa ประจำประเทศไทย เล่าให้ฟังว่า จำนวนการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต และเดบิตเพื่อการท่องเที่ยวมันเพิ่มขึ้นแน่นอน นอกจากนี้ตัวแปรที่ทำให้มันเพิ่มไม่ใช่การใช้จ่ายช่วงก่อนการท่องเที่ยว เช่นของโรงแรม และตั๋วเครื่องบิน เพราะตามหน้าร้านต่างๆ ของแหล่งท่องเที่ยวก็มีการรับชำระเงินด้วยบัตรกันมากขึ้น

อนาคตใหม่กับการจ่ายแบบ Contactless

“ถ้ามองแค่การจับจ่ายผ่านบัตรในประเทศไทยของ Visa เราก็ยังเติบโตอยู่ในแง่ Payment Volume ราว 10% ในปีนี้ ซึ่งก็ใกล้เคียงกับปีก่อน และด้วยภาครัฐก็มีการสนับสนุนเรื่อง Cashless Society ก็ยิ่งทำให้การใช้จ่ายผ่านบัตรทั้งคนไทย และนักท่องเที่ยวก็ยิ่งมีมากขึ้น ซึ่งทำให้การเติบโตมันไม่น่าจะหยุดแค่นี้”

บัตรเครดิต และเดบิตต่างๆ // ภาพ pixabay.com

สำหรับในประเทศไทยเอง นอกจากการเกิดขึ้นของการชำระเงินผ่าน QR Code ภายใต้ระบบ Promptpay ที่ภาครัฐเป็นผู้ขับเคลื่อน หน่วยงานเอกชนก็ช่วยทำให้การจับจ่ายแบบ Contactless นั้นเติบโตขึ้นเช่นกัน อาทิร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ก็มีจุดรับชำระเงินแบบ Contactless แล้วกว่า 10,000 สาขา

ซึ่งอนาคตตัวร้านค้าต่างๆ ก็น่าจะได้รับการชำระเงินแบบ Contactless นี้ไปใช้งานด้วย เพราะจากแค่การรับชำระ QR Code ภายใต้ระบบ Promptpay ทาง Visa ก็อยู่ระหว่างหารือกับธนาคารพาณิชย์ และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อใช้งาน QR Code ที่รับชำระบัตรเครดิตได้ เพื่อเพิ่มโอกาสการขายสินค้าให้กับธุรกิจต่างๆ

รูปแบบการจับจ่ายในการท่องเที่ยวแต่ละทริปของคนไทย และทั่วโลก

ถึงจะเติบโต แต่ Visa ก็ยังหยุดนิ่งไม่ได้

แม้ปัจจุบัน Visa จะมีการทำตลาดกับหน่วยงานกำกับกิจการด้านท่องเที่ยวอยู่ทั่วโลก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการใช้จ่าย และทำให้บริษัทสามารถมียอดใช้จ่ายเกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่เติบโตอย่างรวดเร็ว แต่บริษัทก็ไม่สามารถที่จะอยู่นิ่งเพื่ออยู่กับการเติบโตดังกล่าวได้

“เรายังเติบโตเรื่อยๆ ล้อไปกับกระแสการจับจ่ายผ่านบัตรที่ยังเติบโตทั่วโลก แต่มันก็ต้องมีการลงทุนเพื่อสนับสนุนให้เกิดการเติบโตได้มากกว่านี้ เช่นการช่วยให้ร้านเล็กๆ สามารถใช้งาน E-Payment ได้ด้วย รวมถึงในไทยตอนนี้มีบัตรเครดิต 20 ล้านใบ แต่คนที่มีบัตรเครดิตจริงๆ แค่ไม่ถึงล้านคน ดังนั้นเราต้องกระตุ้นให้พวกเขาจับจ่ายเช่นกัน”

จุดหมายในการท่องเที่ยวของคนไทย

ทั้งนี้ Visa ได้มีการสำรวจพฤติกรรมการท่องเที่ยวของผู้บริโภคชาวไทย และพบว่า ในการท่องเที่ยวแต่ละครั้งโดยเฉลี่ยของคนไทยใช้เงินราว 50,000 บาท/ทริป และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นถึง 50% จากมูลค่าดังกล่าว ส่วนเป้าหมายอันดับหนึ่งยังเป็นญี่ปุ่น, ฮ่องกง และสิงคโปร์ ตามลำดับ

สรุป

เทคโนโลยีที่หมุนเร็ว ทำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนพฤติกรรมไปชัดเจน และส่งผลให้การชำระเงินผ่านบัตรเครดิต หรือเดบิต รวมถึง E-Wallet ก็เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่เรื่องนี้ก็ทำให้หน่วยธุรกิจอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวต้องปรับตัวเช่นเดียวกัน เพราะถ้าไม่ปรับ การตกขบวนการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ก็มีสูง

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา