สงครามในตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ กำลังกระทบราคาน้ำมันทั่วโลก หลายประเทศเริ่มออกมาตรการเข้ามาพยุงราคา เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน

Nikkei Asia รายงานว่า ราคาน้ำมันใน ‘เวียดนาม’ ปรับตัวลดลงทันที 19% หลังรัฐบาลตัดสินใจยกเลิกภาษีสำคัญหลายรายการ ทั้งภาษีสิ่งแวดล้อม ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีสรรพสามิต สำหรับน้ำมันเบนซิน ดีเซล และเชื้อเพลิงการบิน เพื่อรับมือกับวิกฤตราคาพลังงานที่ยังตึงตัวจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังอินเดียประกาศลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเบนซินลง และยกเลิกภาษีดีเซลบางส่วน สะท้อนว่าหลายประเทศเริ่มใช้มาตรการภาษีเข้ามาช่วยชะลอราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
ในทางกลับกัน Nikkei Asia ระบุว่า ‘ไทย’ เลือกใช้แนวทางต่างออกไป โดยปรับราคาขายปลีกน้ำมันเพิ่มขึ้นสูงสุดถึง 18% หลังรัฐบาลทยอยลดการอุดหนุน และหันไปช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เช่น คนขับรถบรรทุก เกษตรกร และผู้มีรายได้น้อย
ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อรักษาเสถียรภาพ และความมั่นคงด้านพลังงาน
ราคาน้ำมันเบนซิน RON95-III ของเวียดนามอยู่ที่ลิตรละประมาณ 24,330 ดอง (ราว 30.39 บาท) ลดลง 28% จากจุดสูงสุดเมื่อต้นสัปดาห์ แต่ยังสูงกว่าระดับก่อนเกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่านราว 21% โดยมาตรการลดภาษีจะมีผลถึงวันที่ 15 เมษายน 2569
รัฐบาลเวียดนามระบุว่า นี่เป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อรักษาเสถียรภาพตลาดพลังงาน และความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ ท่ามกลางความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นหนึ่งในคอขวดสำคัญของพลังงานโลก และเป็นปัจจัยที่ผลักดันราคาน้ำมันดิบให้ทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ราวเดือนละ 7.2 ล้านล้านดอง หรือประมาณ 8.99 พันล้านบาท แต่กระทรวงการคลังมองว่าเป็นต้นทุนที่จำเป็น เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพ และพยุงภาคธุรกิจในช่วงที่ต้นทุนพลังงานยังผันผวน
แม้ราคาน้ำมันเบนซินจะปรับลดลง แต่ราคาดีเซลยังอยู่ในระดับสูง โดยอยู่ที่ลิตรละ 35,440 ดอง (ราว 44.27 บาท) เพิ่มขึ้นถึง 81% จากช่วงก่อนเกิดความขัดแย้ง และลดลงเพียง 11% จากจุดสูงสุด
รายงานจาก Nikkei Asia ยังระบุว่า เวียดนามเป็นผู้เข้าน้ำมันดิบสุทธิ โดยในปีที่ผ่านมา นำเข้า 14.2 ล้านตัน ซึ่งกว่า 80% มาจาก ‘คูเวต’ ก่อนที่สงครามจะกระทบเส้นทางขนส่งหลักอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ส่งออกน้ำมันราว 2.5 ล้านตันไปยัง ‘ออสเตรเลีย’ และ ‘ไทย’
ด้านการผลิตในประเทศ โรงกลั่น Nghi Son ซึ่งเป็นโรงกลั่นที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม ระบุว่าเดินเครื่องเต็มกำลังในเดือนมีนาคม และมีวัตถุดิบเพียงพอรองรับการผลิตไปจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม
ข้อมูลครึ่งแรกของเดือนมีนาคมสะท้อนแรงกดดันด้านพลังงาน โดยการนำเข้าน้ำมันดิบลดลง 7% เหลือ 2.8 ล้านตัน ขณะที่การนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปอย่างเบนซินและดีเซลเพิ่มขึ้นถึง 43% เมื่อเทียบกับปีก่อน
รัฐบาลยังขอความร่วมมือให้ประชาชนทำงานจากที่บ้านมากขึ้น (Work From Home) เพื่อลดการใช้พลังงาน ขณะที่นายกรัฐมนตรี ‘ฝ่าม มิงห์ จิ๋ญ’ ได้ส่งจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เพื่อขอความช่วยเหลือในการจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติม
สายการบินประกาศลดเที่ยวบินในเดือนเมษายน
ผลกระทบเริ่มลามไปยังอุตสาหกรรมการบิน โดยสายการบินหลายแห่งในเวียดนามเตรียมลดจำนวนเที่ยวบินตั้งแต่เดือนเมษายน
‘Vietnam Airlines’ อาจลดเที่ยวบินสูงสุดเดือนละถึง 1,700 เที่ยวในไตรมาส 2/2569 ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันเครื่องบิน ขณะที่ ‘Vietjet’ วางแผนลดจำนวนเที่ยวบินรวม 18% ในเดือนเมษายน และเริ่มลดความถี่บางเส้นทางแล้ว รวมถึงเส้นทางไป ‘สิงคโปร์’ และ ‘กรุงเทพมหานคร’
เช่นเดียวกับสายการบิน ‘Pacific Airlines’ อาจลดกำลังการบิน 8-30% และ ‘Bamboo Airways’ มีแนวโน้มลดเที่ยวบินมากกว่า 50% เหลือเพียงวันละ 15-17 เที่ยว
อย่างไรก็ตาม สายการบินขนาดเล็กบางรายยังคงเดินหน้าตามแผน เช่น ‘Sun PhuQuoc Airways’ ที่ยังให้บริการวันละ 60 เที่ยวบิน หลังมีเชื้อเพลิงเพียงพอถึงสิ้นเดือนเมษายน และ ‘Vietravel Airlines’ ที่ยังคงเที่ยวบินวันละ 12-14 เที่ยวในเดือนเมษายน พร้อมแผนเพิ่มฝูงบินหากสถานการณ์คลี่คลาย
- Wisesight พบเอนเกจเมนต์ “น้ำมันขาดแคลน” พุ่งกว่า 9 ล้านครั้งภายในไม่กี่วัน สะท้อนความไม่เชื่อใจที่ขยายตัวเพิ่ม
- นักวิชาการ มธ. ชี้ รัฐต้องแก้ ‘โครงสร้างพลังงานไทย’ อุ้มราคาน้ำมัน ช่วยได้แค่ระยะสั้น
ที่มา: Nikkei Asia
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา