บนโลกนี้มีสื่อให้เลือกชม 108 คนไทยเลือกดูแบบที่ 109

‘ละครแนวตั้ง’ (Vertical Drama) คือละครสั้นที่นำเสนอในรูปแบบแนวตั้ง เพื่อให้มีขนาดพอดีกับการรับชมบนมือถือหรือแท็บเล็ต พร้อมลักษณะการดำเนินเรื่องที่รวดเร็ว เข้าใจง่าย จนกลายเป็นที่นิยมในหลายประเทศ
หากมองในภาพรวมแล้ว ในปี 2025 ตลาดละครแนวตั้งมีมูลค่าสูงถึง 3.7 แสนล้านบาททั่วโลก และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 7.4 แสนล้านบาทภายในปี 2030 ซึ่ง ‘สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า’ เผยว่า ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดที่น่าจับตามอง
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้ากล่าวว่า ในช่วงครึ่งปี 2025 ประเทศไทยมียอดการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันละครแนวตั้งเป็นอันดับที่ 6 ของโลก
ไม่ใช่แค่นั้น บริษัทวิจัยทางการตลาดของจีนยังพบว่า ในไตรมาสแรกของปี 2025 ผู้ใช้งานไทยยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อคอนเทนต์ในแอปฯ ละครแนวตั้ง ถึง 260 ล้านบาท สูงเป็นอันดับ 3 ของตลาดนอกประเทศจีนเลย
เรื่องนี้ถือเป็นข่าวดีหรือข่าวร้ายกันนะ?
เนื้อหาน้ำเน่า ใช้ความรุนแรง อาจกำลังปลูกฝังค่านิยมผิดๆ ให้เยาวชน

หากดูเผินๆ ละครแนวตั้งก็คงเป็นแค่สื่อบันเทิงรูปแบบหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยม แต่หากมองลึกลงไป มันอาจสร้างปัญหาให้สังคมไทยมากกว่าที่คิด
‘สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ’ (สภาพัฒน์) มองว่า การเติบโตของละครแนวตั้งมาพร้อมกับความท้าทายที่ไม่ควรเพิกเฉย
ส่วนหนึ่งที่ทำให้ละครแนวตั้งได้รับความนิยม ก็เพราะเนื้อหาที่สามารถตอบสนองอารมณ์ของผู้ชมอย่างรวดเร็ว ผ่านโครงเรื่องที่เข้าใจง่ายและเข้มข้น เช่น การแก้แค้น ความรักต่างฐานะ หรือการพลิกสถานะจากคนธรรมดาสู่ผู้มีอำนาจ
สภาพัฒน์อธิบายว่า โครงเรื่องแบบนี้มักสร้างความรู้สึกสะใจและเติมเต็มความคาดหวังบางอย่าง เพราะเป็นเรื่องที่อาจเกิดขึ้นในชีวิตจริงไม่บ่อยมากนัก
นอกจากนี้ ด้วยความที่ละครแนวตั้งต้องพยายามแข่งกัน เพื่อดึงดูดความสนใจผู้ชมภายในไม่กี่วิ ผู้ผลิตจำนวนมากจึงเลือกใช้โครงเรื่องที่คล้ายกัน เช่น นางเอกแสนดีสุดๆ นางร้ายก็ร้ายสุดๆ หรือใช้ความขัดแย้งรุนแรงเป็นแกนหลัก
สภาพัฒน์มองว่า หากเนื้อเรื่องแบบนี้ถูกผลิตซ้ำต่อเนื่อง อาจส่งผลต่อมุมมองของผู้ชมบางกลุ่ม โดยเฉพาะ ‘เด็กและเยาวชน’ ซึ่งงานวิจัยพบว่า การรับชมความรุนแรงในสื่อ อาจมีส่วนเสริมให้พฤติกรรมก้าวร้าวที่มีอยู่เดิม แสดงออกมากขึ้นด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น หากเด็กรับชมละครแนวตั้ง โดยไม่มีผู้ใหญ่ช่วยพูดคุยหรืออธิบายบริบท ก็อาจทำให้เกิดความเข้าใจ มุมมอง และค่านิยมแปลกๆ เหมือนในเนื้อหาได้
ผู้สูงวัยก็อาจแยกแยะไม่ออก เสี่ยงโดนมิจฉาชีพหลอก

สำหรับ ‘ผู้สูงวัย’ ก็เช่นกัน เพราะในเมื่อละครแนวตั้งเป็นสื่อที่เข้าถึงง่าย พวกเขาจึงมีรูปแบบการรับชมที่เป็นส่วนตัวมากขึ้น ต่างจากสมัยก่อนที่อาจดูละครร่วมกับผู้อื่น ทำให้ขาดโอกาสแลกเปลี่ยนมุมมอง
หากเป็นผู้สูงวัยที่ขาดการปฏิสัมพันธ์ทางสังคม พวกเขาก็อาจยิ่งใช้ละครแนวตั้งเป็นช่องทางคลายความเหงา ซึ่งอาจทำให้เกิดความท้าทายในการแยกแยะข้อมูล เช่น โฆษณาแฝง เนื้อหาชวนเชื่อ หรือมิจฉาชีพออนไลน์
สภาพัฒน์อธิบายว่า ทุกวันนี้ มิจฉาชีพใช้กระแสความนิยมของละครแนวตั้ง เพื่อมาสร้างโฆษณาและลิงก์ปลอมบนโซเชียลมีเดีย โดยอ้างว่า หากดูแล้วจะได้รับเงิน หรือให้รับชมตอนต่อไปผ่านลิงก์
เมื่อคลิกลิงก์แล้ว ผู้ชมก็อาจถูกหลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว หรือข้อมูลทางการเงิน เพื่อนำไปสวมรอยทำธุรกรรม
ขณะเดียวกัน ลิงก์ดังกล่าวยังอาจนำไปสู่การดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอมที่แฝงมัลแวร์ ซึ่งทำให้มิจฉาชีพสามารถควบคุมโทรศัพท์จากระยะไกล เพื่อเข้าถึงแอปฯ ธนาคาร หรือโอนเงินออกจากบัญชีได้
หากทำให้ถูกต้อง อาจเปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมบันเทิงไทยได้

อย่างไรก็ตาม ในมุมหนึ่ง สภาพัฒน์เล็งเห็นถึงโอกาสในตลาดละครแนวตั้งเช่นกัน เพราะโดยพื้นฐาน ประเทศไทยมีฐานผู้ชมและกำลังซื้อที่พร้อมสนับสนุนอยู่แล้ว แถมบ้านเรายังมีบุคลากรในอุตสาหกรรมบันเทิงที่มีความสามารถมากมายด้วย
ดังนั้น สภาพัฒน์มองว่า ละครแนวตั้งก็อาจเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมสื่อและบันเทิงในหลายด้าน อาทิ
- การเปิดพื้นที่ให้ผู้ผลิตและบุคลากรรุ่นใหม่เข้าสู่อุตสาหกรรม
ละครแนวตั้งไม่ได้เข้ามาแทนที่ละครแบบดั้งเดิมโดยสมบูรณ์ เพียงแค่เป็นทางเลือกหนึ่งเท่านั้น และทั้งคู่ยังมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน จึงสามารถเปิดโอกาสให้ผู้ผลิต นักเขียนบท นักแสดง รวมถึงทีมงานเบื้องหลังหน้าใหม่เข้าสู่อุตสาหกรรมมากขึ้น
- การเกิดโมเดลธุรกิจและช่องทางรายได้รูปแบบใหม่ของผู้ผลิตสื่อ
จากเดิมที่ละครโทรทัศน์ต้องพึ่งพารายได้จากโฆษณาเป็นหลัก แต่ละครแนวตั้งสามารถหารายได้จากหลากหลายช่องทาง เช่น ให้ผู้ชมซื้อเหรียญเพื่อดูตอนถัดไป การสมัครสมาชิก หรือการโฆษณาบนแพลตฟอร์ม
- ใช้เป็นช่องทางเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่ตลาดโลก
การเติบโตของละครแนวตั้ง ทำให้วงการบันเทิงไทยมีโอกาสสร้างฐานผู้ชมในระดับสากลมากขึ้น โดยเฉพาะคอนเทนต์ที่สะท้อนเสน่ห์ความเป็นไทย หรือสื่อประเภท BL (Boys’ Love) และ GL (Girls’ Love) ที่สามารถนำไปต่อยอดเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจอื่นๆ ได้
ต้องหาจุดสมดุลระหว่างการควบคุมและการเปิดพื้นที่ให้ความคิดสร้างสรรค์

อ่านมาถึงตรงนี้ จะเห็นว่าจริงๆ แล้ว ละครแนวตั้งก็มีทั้งโอกาสและความท้าทายที่ควรพิจารณา ส่งผลให้ต้องตั้งคำถามว่า เช่นนั้น ประเทศไทยควรทำอย่างไร?
สภาพัฒน์เล่าว่า อย่างจีนเอง ในฐานะผู้ผลิตละครแนวตั้งรายใหญ่ของโลก พวกเขาเลือกใช้มาตรการกำกับเนื้อหาที่เข้มงวดมากๆ โดยทุกเรื่องต้องได้รับอนุญาตก่อนเผยแพร่ และหากพบเจอเนื้อหาที่ส่งเสริมค่านิยมผิดๆ จะถูกระงับ
กลับกัน สหรัฐอเมริกาให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภคมากกว่า โดยเฉพาะระบบซื้อเหรียญเพื่อปลดล็อกตอน กับการต่ออายุสมาชิกแบบอัตโนมัติ ซึ่งอาจทำให้ผู้ใช้งานไม่ทราบค่าใช้จ่ายที่แท้จริง และถูกเรียกเก็บเงินต่อเนื่องแบบไม่รู้ตัว
สำหรับประเทศไทย สภาพัฒน์กล่าวว่า ควรเปิดพื้นที่ให้ผู้ผลิตและกลไกตลาดมีบทบาทในการกำหนดทิศทางเนื้อหา โดยภาครัฐดูแลแค่ประเด็นที่อาจมีความเสี่ยงต่อสิทธิหรือความปลอดภัยของประชาชนเท่านั้น เพื่อไม่เป็นการจำกัดความคิดสร้างสรรค์มากเกินไป
นอกจากนั้น ประเทศไทยควรส่งเสริม ‘การรู้เท่าทันสื่อ’ (Media Literacy) มากกว่านี้ด้วย โดยเฉพาะในสถานศึกษา เพื่อให้ผู้ชมสามารถตั้งคำถามต่อค่านิยม มุมมอง และพฤติกรรมที่สื่อนำเสนอ รวมถึงรู้จักแยกแยะโฆษณาแฝง เนื้อหาชวนเชื่อ กับภัยมิจฉาชีพออนไลน์
สภาพัฒน์เสริมว่า ประเทศไทยควรเปิดพื้นที่ เช่น ชุมชนออนไลน์ หรือกิจกรรมวิจารณ์เนื้อหา เพื่อให้ผู้ชมสามารถมาพูดคุยและแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับละครแนวตั้งด้วย
Brand Inside มองว่า ละครแนวตั้งถือเป็นสื่อประเภทหนึ่งที่เข้ามาตอบโจทย์สังคมไทยในยุคที่อะไรๆ ก็ต้องรวดเร็วและกระชับไปหมด แต่หากไม่มีมาตรการดูแลที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ปัญหามากมายได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง
ดังนั้น หากสามารถผลิตละครแนวตั้งในลักษณะที่สร้างสรรค์มากกว่านี้ และผลักดันความรู้เท่าทันสื่อในหมู่ประชาชน นี่ก็อาจเป็นอีกหนึ่งโอกาสให้กับอุตสาหกรรมบันเทิงไทยบนเวทีโลกได้
- เด็กไทย ‘พัฒนาการต่ำ’ บกพร่องภาษา-เสี่ยงออทิสติกเทียม เพราะพ่อแม่ทิ้งไว้กับจอ เสพแต่สื่อ ‘คุณภาพต่ำ’ ตั้งแต่ยังเป็นทารก
- ความเจ็บปวดวงการหนังไทย? ทำหนังเยอะขึ้น แต่รายได้ไม่เยอะตาม มูลค่าตลาดแค่ราวๆ 800 ล้าน เพราะยุคนี้ตัวเลือกเยอะ หนังต้องดี คนถึงยอมไปดูในโรง
ที่มา: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา