ศึกฟินเทค อังกฤษออกกฎใหม่ ให้ธนาคารทำ Open Banking เปิดโอกาส Facebook-Google สู้เต็มตัว

สหราชอาณาจักรออกกฎใหม่ ให้ 9 ธนาคารใหญ่ต้องทำ Open Banking เป็นการปรับตัวเพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ในขณะเดียวกันก็เตรียมเจอศึกหนักจากบริษัทไอทียักษ์ใหญ่อย่าง Facebook และ Google ได้เลย

Photo: Shutterstock

กฎหมายใหม่ บังคับ 9 แบงค์ใหญ่ในสหราชอาณาจักรทำ Open Banking

สหราชอาณาจักรผ่านกฎหมายใหม่ที่มีชื่อว่า Open Banking มีผลตั้งแต่วันเสาร์ที่ 13 มกราคม 2018 ที่ผ่านมา โดยเนื้อหาสาระแล้ว บังคับให้ 9 ธนาคารใหญ่ในสหราชอาณาจักร ได้แก่ Allied Irish Bank, Bank of Ireland, Barclays, Danske, HSBC, Lloyds, Nationwide, RBS และ Santander ต้องทำ Open Banking ทั้งหมด

พูดง่ายๆ ก็คือ ประชาชนในสหราชอาณาจักรที่ใช้บริการของ 9 ธนาคารรายใหญ่จะสามารถเปลี่ยนไปใช้ธนาคารในกลุ่มนี้ได้อย่างสะดวกสบาย เพราะธนาคารจะแชร์ข้อมูลร่วมกันบน API มาตรฐาน (อ่านเรื่อง API เพิ่มเติมได้ที่นี่)

ที่สำคัญคือ หากประชาชนยินยอมที่จะให้ข้อมูลทางการเงินกับบุคคลที่สาม (third party) ธนาคารและสถาบันทางการเงินในสหราชอาณาจักรจะต้องแชร์ข้อมูลกับบริษัทอื่นๆ ด้วย นั่นหมายความว่า บริษัทเอกชนจะสามารถเข้ามาจัดการเรื่องทางการเงินของลูกค้าได้ โดยที่ไม่ต้องขอความยินยอมจากธนาคารอีกต่อหนึ่ง เพราะขอความยินยอมจากลูกค้ารายนั้นๆ แล้ว

ก่อนหน้านี้ บริษัทไอทีที่เข้ามาทำตลาดในสหราชอาณาจักรจะต้องติดต่อไปยังธนาคารโดยตรง เพื่อขอข้อมูลทางธุรกรรมของลูกค้า แม้ลูกค้าจะยินยอมแล้วก็ตาม แต่กฎหมาย Open Banking ตัวใหม่นี้จะทำให้ข้อจำกัดด้านกฎหมายแบบเดิมๆ หมดไป กฎหมายใหม่นี้จึงสำคัญ เพราะนอกจากจะทำให้เห็นการปรับตัวของธนาคารใหญ่ในสหราชอาณาจักรแล้ว ในขณะเดียวกันก็เป็นก้าวสำคัญของบริษัทไอทียักษ์ใหญ่ที่พร้อมลงมาเล่นในศึกฟินเทคนี้ด้วย

Facebook กับ Google พัฒนา Product รออยู่แล้ว พร้อมสู้เต็มตัว

ในสหราชอาณาจักร Facebook ได้ส่ง Messenger Payment เข้าไปทดลองในตลาดตั้งแต่ปลายปี 2017 แต่หลัจากกฎหมาย Open Banking จะทำให้ลูกค้า/ประชาชนสามารถทำธุรกรรมทางการเงินบน Messenger หรือบนแอพพลิเคชั่นของ Facebook ได้โดยตรงเลย และ Facebook ก็คงจะขยายการทำธุรกรรมไปสู่ WhatsApp ด้วยอย่างแน่นอน

ส่วน Google มี Google Wallet ที่สามารถทำธุรกรรมทางเงินผ่านทาง E-mail ได้ เรียกได้ว่า Facebook กับ Google ก็เข้าใกล้ “ความเป็นธนาคาร” มากขึ้นนั่นเอง

David Birch ที่ปรึกษาด้านการเงินดิจิทัล บอกว่า “ต่อไปนี้ถ้าคุณต้องการโอนเงินให้เพื่อน คุณก็แค่โอนผ่านแอพ messenger ไปเลย ไม่ต้องไปเปิดแอพของแบงค์ ไม่ต้องมานั่งหาเลขบัญชี แค่ยืนยันตัวตนบนแอพก็โอนเงินได้เลย”

ไม่ใช่แค่ Facebook กับ Google อีคอมเมิร์ซอย่าง Amazon ก็ด้วย

บริษัทอีคอมเมิร์ซรายใหญ่อย่าง Amazon ก็จะได้ผลประโยชน์จากกฎหมายนี้ด้วย เพราะในเมื่อสามารถเข้าถึง API ของธนาคารได้ ต่อไปก็ไม่จำเป็นจะต้องมีบุคคลที่สาม หรือ third party ในการทำธุรกรรม ส่วนบริษัทอย่าง Visa หรือ Mastercard ก็จะถูกลดความสำคัญลงไป เพราะ Amazon จะเข้าถึง API ของธนาคารและตัดค่าบริการสินค้าจากบัญชีได้โดยตรง

สรุป

การปรับตัวของธนาคารใหญ่ในสหราชอาณาจักรเป็นก้าวที่สำคัญ และเรากำลังอยู่ในยุคที่บริษัทยักษ์ใหญ่ไอทีจะผูกขาดกินรวบหมดทุกวงการ ชัดเจนว่าการเปิดประตูให้เข้ามาในครั้งนี้เป็นการเดินหมากที่สำคัญ เพราะถ้าไม่ทำ การถูก Disrupt จะรุนแรงกว่านี้ก็เป็นได้ แต่ในเมื่อเปิดประตูแล้ว ก้าวต่อไปจะเป็นการหาจุดสมดุลของธนาคาร บริษัทไอที และสตาร์ทอัพที่จะพัฒนา Product มาให้ผู้บริโภค หรือการแข่งขันในสมรภูมิฟินเทคจะเดือดกว่านี้ เราคงต้องติดตาม แต่ที่แน่ๆ บริษัทไอทีและสตาร์ทอัพคือภัยคุกคามที่แท้จริงของธนาคารใหญ่ในสหราชอาณาจักรไปเรียบร้อยแล้ว

ที่มา – QUARTZ อ่านเพิ่มเติม – Business InsiderWired

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา