ttb leasing ชิงเค้กแสนล้านบาท ตลาดสินเชื่อมอเตอร์ไซค์ ผลตอบแทนดี ความเสี่ยงสูง 

การประกาศตั้งบริษัทใหม่ “ttb leasing” เพื่อรุกตลาดสินเชื่อรถจักรยานยนต์ของ ttb เป็นหนึ่งในธุรกิจที่น่าจับตาด้วยผลตอบแทนที่สูง (High Yield) แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน ทั้งหนี้เสีย ดอกเบี้ยที่ลดต่ำลง และคู่แข่งในตลาดที่แข็งแกร่ง มาดูกันว่า ทำไม ttb ถึงหันมาสนใจตลาดสินเชื่อรถจักรยานยนต์ และต้องเผชิญกับอะไรบ้าง

หากประเมินมูลค่าของ “ตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย” ในปัจจุบัน ถือว่าเป็นเค้กก้อนใหญ่ระดับ “แสนล้าน” ที่มีความคึกคักและดุเดือด โดยอ้างอิงจากการที่ “กรุงศรี ออโต้” ซึ่งเป็นเบอร์ 1 ของตลาด มีพอร์ตสินเชื่อมอเตอร์ไซค์อยู่ราว 3.8 – 4 หมื่นล้านบาท และครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 40% โดยตลาดรวมนี้มีรถมอเตอร์ไซค์ใหม่เฉลี่ยประมาณ 1.7-1.8 ล้านคันต่อปี และกว่า 70-80% เป็นการซื้อผ่านระบบ “เช่าซื้อ” ไม่ใช่การซื้อเงินสด

กรุงศรีออโต้ครองเจ้าตลาด – โอกาสบุกตลาดไม่ง่าย

เจ้าตลาดปัจจุบันคือ กรุงศรีออโต้ มีส่วนแบ่งประมาณ 40% และยังมีกลุ่ม Non-Bank ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เช่น ฐิติกร (TK), เน็คซ์ แคปปิตอล (NCAP), เอส 11 กรุ๊ป (S11), ไมโครลิสซิ่ง (MICRO) รวมถึงบริษัทลูกของแบรนด์ เช่น ฮอนด้า ลีสซิ่ง และ ยามาฮ่า ลีสซิ่ง

นอกจากคู่แข่งที่อยู่ในตลาดซึ่งมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับดีลเลอร์ผู้ขายอยู่แล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลให้โอกาสในการบุกตลาดใหม่ไม่ง่าย เช่น การกำหนดเพดานดอกเบี้ยที่ 23% ต่อปี จากเดิมที่เคยสูงถึง 30% เป็นการแบ่งเบาภาระให้คนไทยส่วนใหญ่ใช้รถมอเตอร์ไซค์ แต่ก็ทำให้ส่วนต่างของกำไรลดลง

อีกประเด็นคือ หนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น และมีโอกาสเป็นหนี้เสีย (NPL) โดยเฉพาะกลุ่มที่กำลังซื้อเปราะบาง และเป็นกลุ่มหลักที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์ ทำให้เกณฑ์การให้สินเชื่อและการอนุมัติทำได้ยากขึ้น

ภาพจาก Shutterstock

ทำไมต้องเป็น “สินเชื่อมอเตอร์ไซค์”

ttb leasing เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการเพื่อลุยตลาดรถมอเตอร์ไซค์ ส่วนหนึ่งเพราะตลาดรถยนต์เริ่มชะลอตัว ยอดขายลดลงต่อเนื่อง ทั้งรถยนต์ใหม่และรถมือสองซึ่งมี ttb drive เป็นผู้นำอยู่ การพึ่งพาพอร์ตรถยนต์อย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่ารถยนต์ แม้จะถูกคุมดอกเบี้ยไว้แล้ว

และด้วยยอดขายรถจักรยานยนต์ใหม่ 1.7-1.8 ล้านคันต่อปี ก็เป็นเค้กก้อนใหญ่ที่จะสร้างการหมุนเวียน และดึงลูกค้าเข้าสู่ Ecosystem ของธนาคาร เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในอนาคตได้

จุดเด่นที่ได้เปรียบของ ttb

การเป็นธนาคารพาณิชย์ของ ttb ทำให้มีต้นทุนทางการเงินที่ถูกกว่ากลุ่ม Non-Bank และการมี ttb drive ซึ่งมีเครือข่ายดีลเลอร์ทั่วประเทศแม้จะไม่ใช่กลุ่มเดียวกันโดยตรง แต่ก็ช่วยให้ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ และมีประสบการณ์เรื่องทักษะในการเจรจา การให้คอมมิชชัน และการบริหารความสัมพันธ์กับคู่ค้า

อีกส่วนที่สำคัญคือ การทวงหนี้ ซึ่งคือหัวใจสำคัญของธุรกิจลีสซิ่ง ซึ่ง ttb มีระบบและทีมติดตามหนี้ที่แข็งแกร่ง ซึ่งสามารถปรับมาใช้กับพอร์ตมอเตอร์ไซค์ได้

ภาพจาก Shutterstock

เป้าหมายท้าทายผู้นำตลาดใน 3 ปี

ttb leasing บอกว่าจะขึ้นท้าทายเจ้าตลาดใน 3 ปี ถือว่าไม่ง่าย รวมถึงมีคู่แข่งอย่างกลุ่ม Non-Bank ที่ต้องแย่งพื้นที่หน้าร้านเพราะทุกคนล้วนอยากได้ลูกค้าที่วินัยการเงินดีทั้งนั้น ในขณะที่ลูกค้ามอเตอร์ไซค์ส่วนใหญ่คือกลุ่มผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง อาชีพอิสระ ซึ่งเปราะบางต่อสภาพเศรษฐกิจที่สุด โอกาสผิดนัดชำระหนี้สูงมาก

อีกทั้ง รถมอเตอร์ไซค์ สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย ซ่อนง่าย สวมทะเบียนง่าย การติดตามยึดรถจักรยานยนต์กลับมาขายทอดตลาดนั้นมีกระบวนการที่จุกจิก และมีอัตราสูญหายสูงกว่ารถยนต์มาก

สรุป

การขยับตั้ง ttb leasing เพื่อลุยตลาดมอเตอร์ไซค์ เป็นกลยุทธ์แบบ High Risk, High Reward ที่จำเป็นต้องทำเพื่อรักษาระดับการทำกำไร ในวันที่พอร์ตรถยนต์หลักกำลังชะลอตัว ส่วนสำคัญคือ การใช้ “ความแม่นยำของ Data และ AI” ในการประเมินความเสี่ยง (Risk-based Pricing) ตั้งแต่ด่านแรก ถ้าคัดกรองลูกค้าได้ดี มีระบบติดตามที่เด็ดขาด ก็มีโอกาสได้กำไรที่สูงขึ้น

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา