ผ่าแผน ttb 2569 ขยับสู่บทบาท “Enabler” ลุยพอร์ตมอเตอร์ไซค์-ตั้ง บล.เจาะกลุ่ม Wealth ท่ามกลางโจทย์ยากหนี้ครัวเรือน

การประกาศวิสัยทัศน์และทิศทางธุรกิจประจำปี 2569 ของ ttb ภายใต้รหัส “Empower Your REAL Change” สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามปรับตัวของธนาคารพาณิชย์ ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจไทยที่โตต่ำ โครงสร้างเศรษฐกิจมีปัญหา และตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่ยังคงกดดันตลาดสินเชื่อรายย่อยอย่างหนัก

ttb

ภาพรวมของกลยุทธ์ “ยกระดับ 3+” เป็นการจัดพอร์ตโฟลิโอใหม่ (Portfolio Management) โดยเน้นไปที่การหารายได้จากกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง (Wealth) การเจาะตลาดสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูง (High Yield) อย่างมอเตอร์ไซค์ ควบคู่ไปกับการคุมความเสี่ยงลูกหนี้เดิมอย่างรัดกุม

ใช้ “Risk-Based Pricing” คุมความเสี่ยงรายย่อย

ในฝั่งลูกค้ารายย่อย ttb ชูเรื่องการช่วยเหลือลูกหนี้และการแก้หนี้ เป็นการบริหารจัดการหนี้เสีย (NPL) แคมเปญอย่างรวบหนี้ หรือผ่อนดีมีรางวัล เป็นกุศโลบายในการรักษาลูกหนี้ชั้นดีให้อยู่กับธนาคารต่อไป

ที่น่าสนใจคือการนำระบบ Risk-based Pricing (การคิดดอกเบี้ยตามความเสี่ยง) มาใช้อย่างเป็นรูปธรรม นำร่องในกลุ่มสินเชื่อบุคคล ซึ่งปล่อยวงเงินไปแล้วกว่า 1,600 ล้านบาทในเวลาไม่ถึง 3 เดือน การขยับเพดานดอกเบี้ยให้ยืดหยุ่นตามพฤติกรรมลูกค้า เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ธนาคารยังสามารถปล่อยสินเชื่อได้โดยไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเกินความจำเป็น

New S-Curve ใหม่ ลุยมอเตอร์ไซค์ และปั้นพอร์ต Wealth

การต่อยอดจาก 6 Ecosystem เดิมที่ธนาคารมีฐานลูกค้าอยู่แล้ว (คนมีรถ มีบ้าน มนุษย์เงินเดือน ฯลฯ) มีความเคลื่อนไหวสำคัญที่ต้องจับตา 2 ส่วน ทั้งตลาดบนสุด และตลาด Mass ที่ให้ผลตอบแทนสูง

  • ลุยตลาดมอเตอร์ไซค์ (ttb leasing) แม้ ttb จะแข็งแกร่งในตลาดสินเชื่อรถยนต์ แต่ตลาดรถยนต์ปัจจุบันเผชิญปัญหายอดขายหดตัวและรถยึดล้นตลาด การประกาศเปิดตัว ttb leasing เพื่อลงมาเล่นในตลาดสินเชื่อรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่และให้ Yield (อัตราผลตอบแทน) สูงกว่า ถือเป็นการหาแหล่งรายได้ใหม่เพื่อชดเชยตลาดเดิม แม้จะต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงของกลุ่มลูกค้า Mass ก็ตาม
  • ตั้งบริษัทหลักทรัพย์ (ttb wealth securities) สำหรับกลุ่มลูกค้ามีกำลังซื้อ (Mass Affluent และ Wealth) ที่กำลังเติบโต ธนาคารเลือกที่จะไม่เป็นแค่ช่องทางขายกองทุน แต่ตั้ง บล. ของตัวเองขึ้นมาเพื่อให้บริการด้านการลงทุนที่ครบวงจรขึ้น เป็นการเพิ่มสัดส่วนรายได้ค่าธรรมเนียม (Fee Income) ที่ไม่มีความเสี่ยงด้านเครดิต

คุมความเสี่ยง SME ด้วย “Supply Chain” และ “แพลตฟอร์ม”

การปล่อยสินเชื่อ SME แบบดั้งเดิมมีความเสี่ยงสูงมากในยุคนี้ กลยุทธ์ของ ttb คือการปล่อยสินเชื่อโดยเกาะไปกับ Supply Chain หรือ Ecosystem ของธุรกิจขนาดใหญ่แทน

  • การจับมือกับ LINE MAN Wongnai ทำให้ธนาคารเห็น Data การค้าขายจริงของร้านอาหาร ช่วยให้ประเมินความเสี่ยงได้แม่นยำขึ้น
  • โซลูชัน ttb total e-GP มุ่งเป้าไปที่ SME ที่รับงานรัฐ ซึ่งมีความแน่นอนในการรับเงิน ถือเป็นการปล่อยสินเชื่อแบบลดความเสี่ยง
  • ผลลัพธ์คือ สัดส่วนสินเชื่อ Supply Chain ของ ttb เติบโตขึ้นมาอยู่ที่ 17% ของสินเชื่อ SME ทั้งหมด

ดิจิทัลต้อง “รู้ใจ” เพื่อ Cross-sell

แนวคิด Humanized Digital Banking และการนำ AI/Data มาใช้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการธนาคาร แต่สำหรับ ttb เป้าหมายหลักคือการใช้ข้อมูลเหล่านี้เพื่อเจาะพฤติกรรมรายบุคคล (Personalization) ซึ่งจะนำไปสู่การเสนอขายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน (Cross-selling) ได้ตรงจุดและแนบเนียนมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผ่านสาขา, Contact Center หรือแอปพลิเคชัน ttb touch

สรุป

กลยุทธ์ “Empower Your REAL Change” ของ ttb ในปี 2569 สะท้อนภาพของธนาคารที่ระมัดระวังแต่ไม่หยุดหาโอกาสใหม่ ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง การยอมรับบทบาท “Enabler” คือการเลี่ยงสงครามราคาและการปล่อยกู้แบบเหวี่ยงแห แต่หันมาใช้ Data เพื่อคัดกรองลูกค้า รุกธุรกิจใหม่ที่มีช่องว่าง (มอเตอร์ไซค์และ Wealth) และปกป้องส่วนต่างรายได้ด้วยเครื่องมืออย่าง Risk-Based Pricing ถือเป็นเกมรับสลับรุกที่ออกแบบมาเพื่อประคองกำไรและบริหารความเสี่ยงอย่างชัดเจน

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา