ไช่ อิงเหวิน รับตำแหน่งผู้นำไต้หวันสมัยที่ 2: ยืนยัน ไม่เอา “1 ประเทศ 2 ระบบ”

ประธานธิบดีไช่ อิงเหวิน กล่าวสุนทรพจน์ในโอกาสขึ้นรับตำแหน่งผู้นำไต้หวันเป็นสมัยที่ 2 เธอเริ่มพูดถึงความเป็นสังคมของไต้หวันก่อนเลย เธอกล่าวว่า เธอรู้สึกซาบซึ้งใจที่ได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้นำไต้หวันอีกครั้ง เพราะมันสะท้อนถึงความไว้วางใจที่ประชาชนชาวไต้หวันมีต่อเธอ

เธอกล่าวว่าพิธีสาบานตนนี้ ถือว่ามีลักษณะเฉพาะตัวแห่งประวัติศาสตร์สาธารณรัฐจีน (ชื่อทางการของไต้หวัน Republic of China) มันมีความพิเศษเพราะมันยากลำบากสำหรับจุดที่ไต้หวันดำรงอยู่

จากนั้น เธอกล่าวขอบคุณประชาชนเป็นอันดับแรก เธอขอบคุณประชาชนที่ไม่ได้รับความใส่ใจมากนักในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ที่ไต้หวันต้องสู้ รับมือกับโควิด-19 เธอขอบคุณทุกคนที่ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากในช่วงที่ต่อสู้กับโควิดช่วงแรกๆ ทั้งผู้คนที่ต้องยืนต่อคิวหน้าร้านยา ทั้งคนที่ต้องกักกันโรคและกักบริเวณตนเองอยู่ในบ้าน เพื่อทำให้ผู้อื่นปลอดภัยและสุขภาพดีไปด้วยกัน เธอขอบคุณที่ทุกคนปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างมวลมนุษยชาติที่มีคุณภาพอย่างดีที่สุด จนทำให้ไต้หวันประสบความสำเร็จในการจัดการโควิด-19 ได้

เธอกล่าวว่า มันเป็นความภาคภูมิใจของไต้หวัน ที่ทุกคนร่วมต่อสู้กับโชคชะตาในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา มันเป็นความรู้สึกที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน จากนั้นเธอก็ขอบคุณบรรดาเอกอัครราชทูตและผู้แทนจากประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมงานวันนี้เพื่อแสดงความยินดีกับเธอ เธอกล่าวว่า ไม่ว่าไต้หวันจะต้องเผชิญกับความทุกข์ยากมากเพียงใด ไต้หวันก็จะยึดมั่นในประชาธิปไตย ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน รับผิดชอบต่อสังคมเพื่อที่โลกจะส่งเสริมให้ไต้หวันก้าวข้ามความท้าทายในช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้ (ไต้หวันเผชิญความยากลำบากจากโควิด-19 ที่หนักหนาสาหัสแล้ว ยังต้องเผชิญความยากลำบากในเวทีการเมืองระหว่างประเทศด้วย)

Tsai Ing-Wen ไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดี ไต้หวัน ภาพจาก English.President.Gov.TW

จากนั้น ไช่ อิงเหวิน ก็พูดถึงประเด็นความท้าทายที่ไม่เคยเกิดขึ้นและโอกาสที่ยอดเยี่ยมว่า เธอกล่าวว่าโลกต้องตกตะลึงกับไต้หวันถึง 2 ครั้งด้วยกัน ทั้งเรื่องการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยของไต้หวัน และเรื่องที่ไต้หวันจัดการโควิด-19 ได้

จากนั้นเธอก็เล่าถึงความภาคภูมิใจในการจัดการโควิด-19 ได้สำเร็จว่า ไต้หวันปรากฏอยู่ในพาดหัวสื่อหลายแห่งเพราะสามารถจัดการโควิดได้ นอกจากความสำเร็จที่จัดการโรคระบาดในบ้านตัวเองได้ไม่พอ ไต้หวันยังให้ความช่วยเหลือกับประเทศอื่นๆ ในการเสนอความช่วยเหลือด้วย (เช่น การประกาศบริจาคหน้ากากอนามัยในช่วงที่โลกขาดแคลน พร้อมประโยคเด็ดของเธอที่โลกต้องฟัง Taiwan can help.) เธอกล่าวว่าหัวใจของมันก็คือ ช่วยเหลือตัวเองเพื่อที่จะช่วยเหลือคนอื่นได้ เมื่อเราช่วยตัวเองได้แล้ว คนอื่นก็จะสามารถช่วยเราได้ด้วย ขณะนี้โรคระบาดยังไม่จบ ก็ยังต้องเฝ้าระวังต่อไป

จากนั้น เธอก็กล่าวว่า โคโรนาไวรัสหรือโควิด-19 นี้ส่งผลกระทบต่อโลกของเรา เปลี่ยนแปลงระเบียบการเมืองและเศรษฐกิจโลก เป็นตัวเร่งและเป็นตัวขยายให้เกิดการจัดระเบียบซัพพลายเชนของโลกใหม่ มันเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตผู้คน ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นทั้งความท้าทาย เป็นทั้งโอกาส เธอขอให้ประชาชนชาวไต้หวันเตรียมตัวให้พร้อม ยังมีความท้าทายมากมายรออยู่ข้างหน้า

อีก 4 ปีข้างหน้า ใครที่สามารถหยุดโรคระบาดในประเทศตัวเองได้ ก็จะสามารถกำหนดยุทธศาสตร์ประเทศให้อยู่รอดและพัฒนาต่อไปได้ ผู้นำคือคนที่สามารถกำหนดแนวทางที่ถูกต้องได้ภายใต้โลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง ไช่ อิงเหวินกล่าวว่านั่นเป็นสิ่งที่เธอทำมาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว เธอเคยกล่าวไว้ว่า เธอจะทำให้ไต้หวันดีขึ้น ดังนั้นอีก 4 ปีข้างหน้า เธอจะพัฒนาอุตสาหกรรม ทำให้สังคมปลอดภัย ทำให้ชาติมั่นคง และทำให้ประชาธิปไตยหยั่งรากลึกมากขึ้น เธอจะสร้างไต้หวันใหม่ นำพาไต้หวันสู่อนาคต

ไช่ อิงเหวิน พูดถึงประเด็นการพัฒนาชาติ ด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม เธอกล่าวว่า เธอเริ่มใช้โมเดลพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ เพื่อเชื่อมต่อเศรษฐกิจไต้หวันกับโลก สี่ปีที่แล้วมีความเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจระหว่างประเทศมากมาย เศรษฐกิจไต้หวันเติบโตสูงสุดในบรรดาสี่เสือแห่งเอเชีย (Four Asian Tigers: ฮ่องกง สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน)  จากนั้นก็กล่าวถึงความสำเร็จในการจัดการโควิด-19 อีกครั้ง เพราะมันทำให้ไต้หวันยังสามารถรักษาความสามารถทางเศรษฐกิจให้เติบโตได้ต่อไป ซึ่งหาได้ยากมากในโลกนี้

ในด้านการพัฒนาอุตสาหกรรม เธอจะพัฒนา 6 เรื่องหลักๆ ดังนี้ หนึ่ง พัฒนาอุตสาหกรรมดิจิทัลและข้อมูลข่าวสาร รวมทั้ง IoT และ AI ด้วย สอง พัฒนาอุตสาหกรรมความมั่นคงไซเบอร์ สาม สร้างเทคโนโลยีทางการแพทย์และเทคโนโลยีชีวภาพ สี่ พัฒนาความมั่นคงของชาติและอุตสาหกรรมด้านยุทธศาสตร์ ซึ่งรวมถึงศักยภาพด้านการทหารและพลเรือน ห้า เร่งพัฒนาพลังงานสีเขียว อุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน และหก อุตสาหกรรมคลังสินค้าที่จำเป็น

Tsai Ing-Wen ภาพจาก Twitter Tsai Ing-Wen

ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรม พัฒนาอุตสาหกรรมภายใต้แบรนด์ไต้หวัน (Taiwanese brand) ทำให้สังคมปลอดภัยทั้งในด้านสาธารณสุขและด้านสังคม ตามด้วยความมั่นคงของชาติ ไต้หวันจะมีบทบาทเชิงรุกมากขึ้นในการส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความรุ่งเรืองในอินโด-แปซิฟิก สี่ปีถัดจากนี้ทิศทางนโยบายจะยังคงเดิม

ในการปฏิรูปด้านความมั่นคงของชาติ ไต้หวันจะมีทิศทางสำคัญ 3 เรื่อง คือ หนึ่ง เร่งพัฒนาศักยภาพด้านความมั่นคง สอง ปฏิรูปการระดมพลและกำลังการทหาร สาม พัฒนาสถาบันการจัดการด้านการทหาร

ในเวทีระหว่างประเทศ ไต้หวันจะมีบทบาทเชิงรุกในการมีส่วนร่วมในเวทีระหว่างประเทศมากขึ้น

ในด้านสันติภาพและเสถียรภาพความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบ (ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับไต้หวัน) ไช่ อิงเหวิน ระบุว่า ไต้หวันได้พยายามอย่างมากในการรักษาสันติภาพและเสถียรภาพตลอดสี่ปีที่ผ่านมา ไต้หวันจะพยายามต่อไป ไต้หวันยินดีที่จะเกี่ยวพันกับจีนเพื่อสร้างความมั่นคงในภูมิภาค

ไช่ อิงเหวิน กล่าวว่า เธอต้องการย้ำคำว่า สันติภาพ ความเท่าเทียม ประชาธิปไตย และการเจรจา เราไม่ยอมรับอำนาจจีน ที่จะใช้คำว่า หนึ่งประเทศ สองระบบ เพื่อลดคุณค่าของไต้หวัน และสั่นคลอนสถานภาพ เรายืนยันตามหลักการนี้ จากนั้นเธอก็กล่าวว่า ความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบมาถึงจุดเปลี่ยนแห่งประวัติศาสตร์แล้ว ทั้งสองฝ่ายมีหน้าที่ที่จะต้องแสวงหาหนทางที่จะดำรงอยู่ร่วมกันต่อไปในระยะยาวดีกว่า เผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงนั้นเสีย และก็ย้ำว่าไต้หวันจะยึดมั่นในระบอบการปกครองตามครรลองประชาธิปไตยต่อไป

ที่มา – Focus Taiwan, English.President.GOV.TW

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา