ปกติไป Big C คือ ไปซื้อของอย่างเดียวแล้วกลับบ้าน แต่ ‘ห้างใหม่’ ของ Big C ไม่ใช่แบบนั้นอีกแล้ว เพราะออกแบบมาเป็นห้างจริงๆ ให้กิน ให้เที่ยว ให้ช้อป ให้ใช้ชีวิตได้ในห้างเลย

The Color คือชื่อของห้างใหม่ในเครือ Big C ที่แตกต่างกับของเดิม เพราะจะกลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า ‘ไลฟ์สไตล์มอลล์’ คือ ห้างที่มีมากกว่าพื้นที่สำหรับ ‘ซื้อของใช้’ กลับบ้าน แต่มีร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้าเครื่องประดับแฟชัน พื้นที่นั่งทำงาน และพื้นที่ทำกิจกรรมด้วย
เรียกง่ายๆ เลยว่า เป็นพื้นที่สำหรับ “ใช้ชีวิต” มากขึ้น เหมือนกับศูนย์การค้าแนวไลฟ์สไตล์ แตกต่างจาก Big C ที่เป็น ‘ไฮเปอร์มาร์เก็ต’ ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่เน้นขายสินค้าราคาประหยัดแบบครบวงจร ทั้งของสดและของใช้ในชีวิตประจำวัน
โดยพื้นที่ส่วนใหญ่ราว 60-70% ของ The Color จะเป็นพื้นที่สำหรับ ‘ร้านค้า’ แบ่งเป็นร้านอาหาร 40% แฟชัน 20% ส่วนที่เหลือจะประกอบด้วยพื้นที่สำหรับร้านค้ากลุ่ม Well-Being รวมถึงกลุ่มร้านค้าและบริการสำหรับเด็กด้วย ส่วนพื้นที่ที่เหลือราว 20-30% จะเป็นซูเปอร์มาเก็ตของ Big C เอง

ผู้บริหารของ Big C บอกว่า นอกจากพื้นที่กิน ช้อป ใช้ชีวิตแล้ว The Color จะมีพื้นที่ Co-Working Space ราว 300-400 ตร.ม. และพื้นที่สำหรับบาร์บนดาดฟ้าด้วย ทำให้จะเปิดให้บริการนานกว่า Big C เพราะจะเปิดเร็วกว่าและปิดช้ากว่า (8 โมง-5 ทุ่ม) นอกจากนั้น ยังวางกลุ่มเป้าหมายเอาไว้พรีเมี่ยมกว่า Big C ด้วย
“เดิมเราไป Big C ไปซื้อของ ซื้อน้ำ ซื้อขนม แต่มา The Color มาใช้ชีวิต นั่งทำงาน กินข้าว นัดเพื่อน เป็นสิ่งที่เดิม Big C ไม่ได้มีให้ เดี๋ยวนี้คนซื้อของใช้อาจจะเลือกซื้อออนไลน์ได้ แต่ศูนย์การค้าไม่ใช่พื้นที่สำหรับคนมาซื้อของ แต่เป็นพื้นที่ให้คนมาใช้ชีวิต มากินข้าว มาเจอหน้ากัน เป็นสินค้าที่ตอบสนองผ่านออนไลน์ไม่ได้”
โดยยืนยันว่า The Color ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะการถดถอยของ ‘ไฮเปอร์มาร์เก็ต’ แต่เกิดขึ้นเพราะเป็นสิ่งที่ชุมชนต้องการ ลูกค้าต้องการและอยากได้จึงเกิดขึ้น
สาขาแรกของ The Color คือ The Color แจ้งวัฒนะ ตั้งอยู่บนพื้นที่เดิมของ Big C แจ้งวัฒนะ ที่ถูกทุบทิ้งและสร้างเป็นอาคารใหม่ขึ้นมา
เมื่อถูกถามว่าจะต้องแข่งขันกับกลุ่มลูกค้าของ Central แจ้งวัฒนะหรือไม่? ผู้บริหารของ Big C บอกว่า Central แจ้งวัฒนะ เป็นศูนย์การค้าเน้นกลุ่มเป้าหมายกลุ่ม A และ B+ แต่กลุ่มลูกค้าของ The Color จะครอบคลุมมากกว่า ในกลุ่มเป้าหมายระดับ B ลงมาด้วย นอกจากนั้น ยังมีจุดเด่นเรื่องโลเคชันติดกับสถานีรถไฟฟ้าด้วย
โดยตั้งเป้าจะทุบ Big C ทิ้งสร้างใหม่เป็น The Color รวม 8-10 สาขาภายในปี 2030 หรืออีกไม่เกิน 5 ปีข้างหน้านั่นเอง

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา