อะไรจะเกิดขึ้น ! เมื่อ Donald Trump ขู่จีนขึ้นภาษีการค้าหวังจบ Trade war สัปดาห์นี้

จากที่ทั่วโลกคลายกังวลเรื่อง Trade war (สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน) มาพักใหญ่เพราะมีวี่แววว่าทั้ง 2 ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่ระดับโลกจะเจรจากันลงตัว แต่ล่าสุด Donald Trump ขู่จะขึ้นภาษีสินค้าจีนในวันศุกร์นี้

หลังจากนี้ Trade War จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร?

ภาพจาก Shutterstock

ทำไม Trump ต้องขู่ขึ้นภาษีการค้าจีน

Donald Trump ประธานธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ส่งสัญญาณวว่า วันศุกร์ (10 พ.ค.2562) นี้สหรัฐฯ จะขึ้นภาษีสินค้าที่นำเข้าจากจีนเป็น 25% จากเดิมอยู่ที่ 10% หากขึ้นภาษีกับสินค้าจีนจะมีมูลค่ากว่า 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สาเหตุที่ Trump จะประกาศขึ้นภาษีเพราะมองว่าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนช้าเกินไป

ทั้งนี้การขึ้นภาษีสินค้าจีนที่นำเข้ามายังสหรัฐฯ น่าจะส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามหลังการประกาศของ Donald Trump พบว่าตลาดหุ้นและราคาน้ำมันราคาตกลง เช่น S&P 500 futures ลดลง 1.7% Dow futures ลดลง 1.8% และ Nasdaq futures ลดลง 2.2%

จิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย บอกว่า จากสหรัฐฯ จะปรับขึ้นภาษีสินค้าจีน จะเห็นได้ชัดใน 3 สถานการณ์ได้แก่

  1. Trump ต้องการตั้งภาษีเพื่อกดดันการเจรจากับจีนให้ราบรื่นยิ่งขึ้น เพราะหากทั้ง 2 ประเทศสามารถเจรจาสำเร็จ และหากลดภาษีทั้งหมดจะทำให้ GDP จีนเพิ่มขึ้น 0.5%
  2. Trump ขึ้นภาษีเพื่อดึงให้จีนเจรจาต่อ แต่หากใช้เวลามากขึ้นแสดงว่า สหรัฐต้องขึ้นภาษี 200,000 ล้านบาท และส่งผลกระทบต่อ GDP จีนจะเติบโตลดลง 0.4%
  3. หากการเจรจาครั้งนี้ไม่สำเร็จ กลับมาใช้สงครามการค้าโดยสหรัฐฯ ขึ้นภาษีทั้งหมดอ อาจจะลดการเติบโตเศรษฐกิจจีนที่ 1.5%

ทั้งนี้คาดว่าบทสรุปของการเจรจา Trade war จะออกมาในรูปแบบ 1 หรือ 2 เพราะจุดประสงค์ของ Trump ไม่ต้องการให้เศรษฐกิจชะลอตัว (หากเศรษฐกิจจีนชะลอตัวอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและกระทบสหรัฐฯ) รวมถึง Trump ต้องการเซ็นสัญญาการค้าใหม่กับจีน จึงต้องเพิ่มปัจจัยกดดันจีนให้สรุปการเจรจาให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด อย่างไรก็ตามหากสหรัฐฯ ยังดึงการเจรจาให้ยาวต่อไปอาจเกิดผลเสียต่อสหรัฐฯ เองเพราะหากไม่มีความชัดเจน การเจรจาการค้าร่วมกับยุโรปและกลุ่มประเทศ USMCA (สหรัฐฯ แคนาดา แม็กซิโก) อาจช้าออกไป

สรุป

สงครามการค้ายังเป็นเรื่องที่ต้องจับตาอย่างต่อเนื่องเพราะ หากจีนได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ย่อมส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาท และการค้าของไทย เช่น เมื่อสินค้าจีนไปขายที่สหรัฐฯ ไม่ได้อาจต้องมาลดราคาขายแข่งกับสินค้าในเอเชีย หรือ จีนอาจจะบริโภคสินค้าจากไทยลดลง (จีนเป็นคู่ค้า Top 3 ของไทย)

ที่มา BBC

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา