Toyota ร่วมมือ Startup จีน Pony.ai ติดเครื่องพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับ

เทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับยังเป็นที่สนใจของหลายค่ายผู้ผลิตรถยนต์ หนึ่งในนั้นคือ Toyota ที่เลือกจับมือ Startup และองค์กรที่เชี่ยวชาญเพื่อร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีนี้ ซึ่งพาร์ทเนอร์รายล่าสุดก็คือ Pony.ai จากจีน

รถยนต์ไร้คนขับ
รถยนต์ที่ติดตั้งระบบของ Pony.ai

รถยนต์ไร้คนขับคือเรื่องจำเป็น

Toyota เน้นการลงทุนเพื่อพัฒนารถยนต์ไร้คนขับเป็นอย่างมาก เพราะมองว่ามันคืออนาคตของอุตสาหกรรมนี้ แต่แทนที่ Toyota จะพัฒนาทั้งหมดเอง กลับเลือกการพาร์ทเนอร์กับองค์กรที่เชี่ยวชาญ และก่อนที่จะมาถึง Pony.ai ทาง Toyota ก็ลงทุน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 15,000 ล้านบาท) เพื่อพัฒนารถยนต์ไร้คนขับร่วมกัน

นอกจากนี้ยังจับมือกับ CALTY Design Research เพื่อออกแบบเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับให้ดีขึ้น และเพื่อจริงจังเรื่องนี้ ทาง Toyota ก็ได้ก่อตั้ง Toyota Research Institute ที่ดูเรื่องการวิจัย และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ในอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์ไร้คนขับ

รถยนต์ไร้คนขับ
รถยนต์ไร้คนขับของ Uber

อย่างไรก็ตามทาง Toyota ไม่ได้เปิดเผยถึงรายละเอียด และระยะเวลาในการเป็นพาร์ทเนอร์ รวมถึงเม็ดเงินที่อาจจะลงทุนใน Pony.ai คล้ายกับที่บริษัทเคยลงทุนใน Uber มาแล้ว แต่ถือว่าเป็นอีกสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่า Toyota เอาจริงในเรื่องรถยนต์ไร้คนขับ

สำหรับ Pony.ai เป็น Startup ด้านเทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับจากประเทศจีน ก่อตั้งโดย Tiancheng Lou อดีตวิศวกรของโครงการ Google X ด้านรถยนต์ไร้คนขับ ที่ต่อมากลายเป็นโครงการ Waymo ที่เริ่มให้บริการจริงแล้ว โดยเขาเห็นว่าอนาคตรถยนต์ไร้คนขับจะเป็นที่แพร่หลาย การพัฒนาเรื่องนี้จึงจำเป็น

รถยนต์ไร้คนขับ
Toyota รุ่น e-Palatte

ที่ผ่านมา Pony.ai ระดมทุนได้กว่า 300 ล้านดอลลาร์ (ราว 9,100 ล้านบาท) เน้นทดสอบให้บริการในประเทศจีน โดยรถยนต์ต่างๆ สามารถติดตั้งชุดอุปกรณ์ PonyAlpha ที่มี Lidar, Radar และกล้องรอบคันที่มีรัศมี 200 ม. เพื่อทำให้การขับขี่แบบไร้คนขับทำได้ปลอดภัยที่สุด

สรุป

เวลาพูดถึงรถยนต์ไร้คนขับของ Toyota จะเห็นว่า Toyota พาร์ทเนอร์กับองค์กรต่างๆ เพื่อเร่งเครื่องพัฒนาเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด และตัวอย่างที่เห็นกันแล้วคือ e-Pallete รถยนต์ไร้คนขับรุ่นต้นแบบที่เป็นทั้งยานพาหนะส่งขน, ส่งของ รวมถึงแปลงร่างเป็นโรงแรม และจุดจำหน่ายสินค้าได้เลยด้วย

อ้างอิง // VentureBeat

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา