ศึก Rap Survival ระหว่าง The Rapper vs SMTM Thailand ใครจะอยู่ ใครจะปัง!

บทความโดย นฤพนธ์ ชมภูศรี

ช่วงที่ผ่านมารายการประเภทร้องเพลง ทั้งแบบประกวดและแบบแข่งขัน มีออกมาเยอะมากจนคนดูเริ่มบ่น เพราะดูจะมีออกมามากเกินไป จากจุดเริ่มต้นที่มี The Voice Thailand เป็นรายการแรกๆ ไล่มาจนถึง The Mask Singer ที่แผ่วลงตามซีซั่นที่เพิ่มขึ้น และรายการร้องเพลงลูกทุ่งทั้งหลาย ที่ใช้ความดราม่าเข้ามาช่วย

มาถึงช่วงนี้ เกิดรายการประกวดร้องเพลงประเภท “แร็ป” ขึ้นในเวลาใกล้เคียงกันของ 2 ช่องทีวีดิจิทัล เรียกว่าเป็น Rap/Hiphop Survival เพื่อเฟ้นหาที่สุดของแรปเปอร์เมืองไทย ซึ่งดูน่าจะสร้างความแปลกใหม่ได้ไม่น้อย

Workpoint Entertainment ได้เปิดตัวรายการ The Rapper ซึ่งออนแอร์ไปแล้ว 3 ep ได้รับกระแสตอบรับบนโลกออนไลน์ค่อนข้างดี ส่วนอีกฟากคือ True4U ซื้อลิขสิทธิ์รายการชื่อดังที่เกาหลี Show Me The Money หรือ SMTM มาออนแอร์ในวันที่ 24 เมษา นี้ เรียกได้ว่า รันวงการแรปเปอร์เมืองไทยเราไปทำความรู้จักกันแต่ละรายการเลยดีกว่า

THE RAPPER จับมือ Rap is Now ดึงตัวพ่อวงการแร็ปมาเต็ม

The Rapper ของ Workpoint Entertainment ได้ร่วมงานกับทีม Rap is Now กลุ่ม Community ที่รักการแร็ป ซึ่งเคยผลิตรายการเป็นกระแสบนโลกออนไลน์อยู่ช่วงหนึ่ง มาทำโปรเจคที่ใหญ่ขึ้น เป็นทางการมากขึ้น ดึงตัวพ่อของวงการแร็ปเมืองไทยมาได้หลายคน เช่น โจอี้บอยและขันเงิน มาในตำแหน่ง Producer และตามด้วยโค้ชมากฝีมืออย่าง กอล์ฟ ฟักกลิ้ง ฮีโร่, ปู่จ๋านลองไมค์, URBOY TJ, TWOPEE Southside

รูปแบบของรายการ เริ่มจากการคัดเลือกผู้สมัครผ่านทาง Online เพื่อเข้ามา Audition ในรอบแรก โดยมีกติกาคือ ผู้เข้าแข่งขันต้องออกมาแร็ปคนละ 1 เพลง เพื่อให้โค้ชเลือกเข้าทีม โดยการเหยียบปุ่มคันเร่งของตัวเอง หลังจากนั้น Producer ก็จะเป็นคนเลือกผู้เข้าแข่งขันให้กับโค้ชเอง เพื่อไปร่วมกันทำโชว์ในรอบต่อไป

สำหรับจุดแข็งของรายการ The Rapper นอกจากจะได้ตัวพ่อของวงการแร็ปเปอร์มาค่อนวงการแล้ว ตัวช่องของ Workpoint เอง ก็สามารถเข้าถึงกลุ่มคนดูระดับแมสได้ดี และประสบการณ์การทำรายการประเภทประกวดร้องเพลงให้ดัง ปัง! มาหลายรายการ น่าจะทำให้ The Rapper ถูกกล่าวถึงได้ไม่ยาก

Show Me The Money Thailand มีฐานคนดูอยู่บ้าง

ด้าน True ก็ได้ลิขสิทธิ์รายการ SMTM มาจาก CJ E&M ยักษ์ใหญ่แห่งวงการบันเทิงเกาหลี โดยที่เกาหลีรายการนี้ดำเนินมาถึง 6 Season แล้ว ได้รับความนิยมอย่างมากทั้งคนเกาหลีและคนไทยที่ชื่นชอบเพลงสไตล์ K-HipHop โดยทีม Producer ที่ดึงมาก็ไม่น้อยหน้าอีกฝั่งรายการ ทั้งทีม Buddha Bless (อุ๋ย นที เอกวิจิตร, เอ็ม กิตติพงษ์ คำศาสตร์ และโต้ง สุรนันต์ ชุ่มธาราธร) ทีม DAJIM DAJAZZ (ดาจิม-สุวิชชา สุภาวีระ, แจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก) ทีม Double P (เป้ วงมายด์, ป๊อก Mindset) และทีม SUNNYCASH (เดย์ ไทเทเนียม, เอ้ BOTCASH)

สำหรับ กติการอบ Audition ของ SMTM รอบแรกคือ Face to Face ผู้เข้าแข่งขันจะแร็ปแบบไม่มีดนตรี ต่อหน้า Producer ถ้าใครได้สร้อยก็จะได้ผ่านเข้ารอบต่อไป

รอบที่ 2 Ring of Fire จะเป็นการแร็ปสด มี Beat(ดนตรีประกอบ) เป็นเวลา 1 นาที

รอบที่ 3 Battle หาคนเข้ารอบสุดท้ายเพียง 20 คน  ซึ่งต้องไปเลือก Producer ที่ต้องการ เพื่อร่วมกันทำโชว์จนได้ผู้ชนะ ซึ่งจะได้เงินรางวัล 1,000,000 บาท และยังได้ไปขึ้นโชว์ในรายการ SMTM Season 7 ที่ประเทศเกาหลี

จุดแข็งของรายการ SMTM Thailand คงเป็นเรื่องฐานคนดูที่ติดตามชมตั้งแต่ของเกาหลี รวมทั้งรูปแบบรายการที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ตัวผู้เข้าร่วมรายการที่มาก็มีชื่อเสียงในวงการแร็ปเปอร์เมืองไทย ส่วนกระแสจะเป็นอย่างไรก็ต้องรอดูกันต่อไปหลังจากรายการออนแอร์ไปแล้ว

หลังจากออนแอร์ ep แรกไป ได้รับกระแสตอบรับจากโลกออนไลน์ค่อนข้างดี ติดเทรนด์อันดับ 1 ในทวิตเตอร์ในไทยอย่างรวดเร็ว รูปแบบรายการก็ทำได้ดีออกมาไม่แพ้ต้นฉบับของเกาหลี ยิ่งก่อนหน้านั้นมีการเรียกน้ำย่อยด้วยเพลง Together ของ 9 โปรดิวเซอร์มาแล้ว

Rap/HipHop จะแมสในไทย?

อย่างที่กล่าวตอนต้น รายการร้องเพลงในไทยมีหลายรายการ แต่สำหรับ 2 รายการใหม่นี้ จับตลาดกลุ่ม Rap/HipHop ในไทยที่เป็นที่รู้จักและเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จากเดิมที่นิยมในกลุ่มใต้ดิน ไม่ได้อยู่ในกระแสหลัก คำถามคือ Rap/HipHop ในไทยจะดังมากพอ จนยืนระยะความนิยมในไทยได้มากน้อยแค่ไหน

แต่อย่างน้อยที่สุด นี่คือเวทีที่เปิดให้คนไทยที่ชื่นชอบการแร็ปได้มีพื้นที่แสดงออก เพราะจะว่าไปแล้ว การแร็ป ก็เหมือนกับโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ที่มีคำสัมผัส คำคล้องจอง คำพ้องเสียง และใส่จังหวะดนตรีเข้ามาให้สนุกสนานขึ้นนั่นเอง

#TheRapper

#SMTMthailand #TheOriginalBegins

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา