“อนล ธเนศวรกุล” รวยร้อยล้านจากชานมไข่มุก The Alley เตรียมปั้นโมเดลธุรกิจใหม่หลังตลาดเลยจุดพีค

เริ่มต้นจับธุรกิจชานมไข่มุก The Alley เมื่อปี 2561 เพราะมี Passion ความหลงใหลในอาหารและเครื่องดื่ม และก้าวสู่นักธุรกิจมีรายได้ร้อยล้านบาทในระยะเวลาหนึ่งปี 

อนล ธเนศวรกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มิลลาร์รี่ จำกัด

อนล ธเนศวรกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท มิลลาร์รี่ จำกัด มาสเตอร์แฟรนไชส์ The Alley แบรนด์ชานมไข่มุกพรีเมียมจากประเทศไต้หวัน เล่าว่า การทำธุรกิจชานมไข่มุก The Alley มีโลโก้เป็นกวาง มาจากเดินทางไปไต้หวันแล้วพบว่ามีคนยืนต่อแถวเป็นจำนวนมาก เพื่อซื้อชานมไข่มุก ถือว่าเป็นความบังเอิญไม่ได้วางแผนอะไร

สูตรการเลือกธุรกิจทำแล้วรวย

อะไรที่ทำให้อยากได้แบรนด์ The Alley มาทำธุรกิจ แม้ว่าจะแบรนด์ใหม่ในไต้หวัน เกิดขึ้นเมื่อปี 2557 เพราะเป็นโปรดักส์แชมป์เปี้ยน ใส่ใจในการชงชาโดยผสานเอางานศิลปะเข้ามา การออกแบบเครื่องดื่ม It’s time for tea ชากลิ่นหอม

ความมีเอกลักษณ์เฉพาะของน้ำตาลทรายแดงเคี่ยวเอง ขณะที่แบรนด์อื่นจะซื้อสำเร็จรูปมาใส่ ส่วนไข่มุกเดียร์ริโอก้า ทำด้วยมือและต้องใช้ให้หมดภายใน 2 ชั่วโมง หากใช้ไม่หมดต้องทิ้ง มีความพิถีพิถันแตกต่างกันแบรนด์อื่นอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ เมื่อมองถึงพอร์ตโฟลิโอของ The Alley มีเครื่องดื่มมากมายนอกเหนือจากชานมไข่มุก ทำให้เราสามารถขยายธุรกิจไปได้ไกล และการไม่ได้ตีกรอบการขยายธุรกิจของแบรนด์ จึงคิดนอกกรอบสร้างโมเดลร้านรูปแบบใหม่ๆ ได้

เมื่อคิดแล้วต้องรีบลงมือทำ จากนั้นใช้ระยะเวลาเจรจาเพื่อขอเป็นมาสเตอร์แฟรนไชส์ The Alley ราว 6-7 เดือน และเข้ามาเปิดธุรกิจในไทยเมื่อเดือนตุลาคม 2561 ที่ สยามสแควร์วัน จากวันนั้นถึงวันนี้ ครบรอบ 1 ปี ยอดขายกว่า 100,000 แก้วต่อเดือน สร้างรายได้ 100 ล้านบาท 

สเต็ปต่อไปเมื่อชานมไข่มุกเลยจุดพีค

สำหรับตลาดชานมไข่มุกในประเทศไทย 3 ปี ที่ผ่านมาเติบโตไม่ต่ำกว่า 40% จนมีมูลค่า 2,500 – 3,000 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าตลาดมีแนวโน้มเพิ่ม 5,000 ล้านบาท ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

“ชานมในไทยเลยจุดพีคมาแล้ว 2 ปี นับจากนี้หากชานมไข่มุกยังไม่มีสินค้าเรือธงหรือลูกเล่นใหม่ๆ เข้ามาตลาดจะเริ่มเติบโตช้าลง 20- 25 % และมีบางแบรนด์จะหายไปจากตลาด เพราะกระแสนิยมไม่เท่าเดิม”

อนล เล่าว่า เรากำลังสร้าง The Alley เป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์ หรือพูดง่ายๆ ธุรกิจจากนี้จะไม่ได้ขายแค่เครื่องดื่มชานมไข่มุก ต่อยอดสู่อาหาร เบเกอรี่ และของหวานภายในร้าน และไอคอนของแบรนด์สามารถทำเมอร์ชันไดร์ก็ได้

เปิดโมเดลใหม่สร้างโอกาสโต

เดิมที The Alley มีรูปแบบร้านเพียง 1 รูปแบบ คือสแตนดาร์ด ขนาดพื้นที่ 40-60 ตร.ม.โดยเป็นร้านตกแต่งเป็นธรรมชาติ สำหรับลูกค้านั่งดื่มชิลๆ แต่จากนี้จะเปิดร้านค้า 2 รูปแบบใหม่

The Alley Cafe
  • The Alley Cafe เป็นร้านฟูลสเกล ขนาดพื้นที่ 90 ตร.ม.จำหน่ายทั้งเครื่องดื่มหลากหลายนอกเหนือจากชานมไข่มุกและบริการอาหาร มีพื้นที่ให้ลูกค้าสามารถนั่งชิลหรือทำงาน ทดลองเปิดที่ สีลมคอมเพล็กซ์แล้ว โดยเป็นรูปแบบร้านเพื่อออกมารองรับกับธุรกิจชานมที่เลยจุดพีคไปแล้ว
  • The Alley Express ขนาดพื้นที่ 25 ตร.ม. รูปแบบร้านบริการสำหรับลูกค้าซื้อเครื่องดื่มกลับบ้าน และบริการดีลิเวอรี่ผ่านแกร็บให้กับลูกค้าในรัศมีไม่เกิน 5 กิโลเมตร

การวางโมเดล The Alley Cafe  เส้นทางที่อยากจะไปคือ คล้ายกับ after You ซึ่งเป็นร้านเครื่องดื่มและเบเกอรี่ที่ประสบความสำเร็จมาก และเป้าหมายเราต้องการเป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์

สำหรับการขยายสาขา The Alley ในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 20 สาขาภายในปี 2563 ในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด จากปัจจุบันมี 12 สาขา

ตีโจทย์ให้แตกมากกว่าแค่ขายชาไข่มุก

The Alley จะเพิ่มสินค้าใหม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่หลากหลายมากขึ้น

  • ไอศกรีม Soft Serve ที่ได้นำเมนู Royal No.9 Milk Tea ซึ่งเป็นเมนู signature มีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยพัฒนาสูตรเสิร์ฟพร้อมกับเยลลี่สูตรพิเศษ เพิ่มความอร่อยที่แปลกใหม่
  • เบเกอรี่ คัดสรรเมนู ไม่ว่าจะเป็น Sausage Puff, Bacon & Egg Panini, ครัวซองต์ และอีกมากมาย
  • ครื่องดื่มร้อน ซึ่งมีแผนเพิ่มเครื่องดื่มร้อนมากกว่า 20 เมนู มีความพิเศษที่นำ Brown Sugar มาทำเครื่องดื่มร้อน เพิ่มรสชาติหอมอร่อยกลมกล่อมยิ่งขึ้น
  • ครื่องดื่มชานมไข่มุกเมนูใหม่ โดยการจับมือกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำ พัฒนาเครื่องดื่มที่เป็น  ซีซันนอล (Seasonal) ตอบโจทย์ตลาดไลฟ์สไตล์และสุขภาพ นำเอาจุดแข็งของแบรนด์ The Alley ผสมผสานกับจุดแข็งของพาร์ทเนอร์ เช่น ไข่มุกบราวน์ชูก้าร์ สูตรพิเศษของThe Alley ผสมผสานกับนมถั่วเหลืองของดีน่า

จากนี้ถ้านึกถึง The Alley อยากมาที่ร้านต้องไม่ใช่แค่อยากดื่มชานมไข่มุกน้ำตาลทรายแดง แต่ต้องมีเมนูอื่นๆ แล้วอยากมา เมื่อเทียบกับแบรนด์คู่แข่งบางรายมีเมนูชานมไข่มุกอย่างเดียว 

อนล เล่าว่า เราไม่หยุดในการสร้างโอกาสให้ธุรกิจเติบโต The Alley มองถึงการไปสู่การให้บริการ Catering เป็นการขยายธุรกิจการจัดเลี้ยงนอกสถานที่ สำหรับงานสัมมนา อีเว้นท์ จับกลุ่มธุรกิจโรงแรม ออฟฟิศสำนักงาน

รักษ์โลกสร้างความต่างจากคู่แข่ง

ขณะนี้ The Alley เป็น Top 3 ในเซ็กเมนต์พรีเมี่ยม เดินหน้ามุ่งสู่ Go Green แสดงจุดยืนดูแลและรักษ์โลก การใช้ส่วนประกอบออแกนิค น้ำเชื่อมที่ผลิตจากอ้อยออแกนิคไม่ผ่านการฟอกขาว ไซรัปน้ำตาลอ้อย

การบริหารจัดการเศษอาหารอย่างมีศักยภาพ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติ เช่น แก้ว ถุง หลอดดูด เป็นต้น การรณรงค์ลดขยะพลาสติก ด้วยการนำแก้วและหลอดดูดของตัวเองมาซื้อเครื่องดื่ม ลดราคาทันที 10 บาท

สรุป

ธุรกิจชานมไข่มุกแม้ว่าจะเป็นเครื่องดื่ม EVERY DRINK หรือที่คนไทยดื่มทุกๆ วันไปแล้วก็ตาม แต่เมื่อตลาดกำลังเลยจุดพีค และเริ่มเข้าสู่ Red Ocean เกิดการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรง จากการมีแบรนด์ชานมไข่มุกชั้นทั้งในประเทศและต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 25 แบรนด์อยู่ในตลาด ทางรอดที่จะทำให้รายได้เติบโตต้องสร้างสรรค์เมนูอื่นๆ หรือการสร้างแบรนด์ให้เป็นมากกว่าแค่ขายชานมไข่มุกแต่เป็นการขายไลฟ์สไตล์

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา