
2025 ถือเป็นปีทองของหุ้น THAI หรือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่สามารถติดเครื่องยนต์ Take Off อย่างร้อนแรง
- ล้างขาดทุนสะสมได้สำเร็จในรอบเกือบ 10 ปี
- มูลค่าบริษัทแตะ 2 แสนล้านบาท ติดท็อป 20 อันดับหุ้นไทย
- เป็นหุ้น Big Cap. เพียงไม่กี่ตัวที่ราคาเป็นบวก ตลอดปี 2025 หุ้น THAI เพิ่มขึ้นเกิน 100%
- ทิศทางธุรกิจที่ดูสดใสตามการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน ท่องเที่ยวไทยฟื้น และต้นทุนราคาน้ำมันลดลง
หลังก่อนหน้านี้ ‘การบินไทย’ เผชิญกับมรสุมลูกใหญ่จากการขาดทุนสะสมกว่าแสนล้านบาทในปี 2020 ถูกห้ามซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และเกือบโดนถอดหุ้น THAI ออกจากตลาดถาวร นำมาสู่การต้องนำบริษัทเข้าสู่แผนฟื้นฟูกิจการ
ย้อนอดีต ‘การบินไทย’ ตกหลุมอากาศ ขาดทุนแสนล้าน
ไทม์ไลน์ช่วงหลังโควิด-19 การบินไทยที่พื้นฐานธุรกิจอ่อนแออยู่แล้ว ต้องมาเจอกับความยากลำบากยิ่งไปอีก เพราะธุรกิจการบินหยุดชะงัก
ถ้ายังจำกันได้ ภาพพนักงานสายการบินต้องมาทอดปาท่องโก๋ขาย รวมถึงข่าวประกาศขายที่ดินและตึกสำนักงานทั่วประเทศ

ตกต่ำสุด ๆ เมื่อบริษัทขาดคุณสมบัติด้านส่วนของผู้ถือหุ้นที่น้อยกว่า 0 ซึ่งเป็นผลมาจากผลประกอบการปี 2020 ที่การบินไทยขาดทุน -141,171 ล้านบาท มีหนี้สะสม 337,456 ล้านบาท กระทั่งกัดกินส่วนของผู้ถือหุ้นจนติดลบ -128,665 ล้านบาท
เวลานั้นการบินไทยต้องแก้ปัญหานี้ให้ได้ หากทำไม่สำเร็จ จุดจบคือหุ้น THAI จะถูกเพิกถอนออกจากการเป็นบริษัทจดทะเบียน ราคาหุ้น ณ วันสุดท้ายที่ THAI ทำการซื้อขายก่อนถูกระงับไปยาว ๆ ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2021 อยู่ที่ 3.32 บาทต่อหุ้น
การยื่นขอฟื้นฟูกิจการ เป็นวิธีต่อลมหายใจของสายการบินแห่งชาติเพื่อจะได้กลับมาเทรดใน SET ได้อีกครั้ง
สิ่งที่ทำไล่มาตั้งแต่ปรับโครงสร้างองค์กร เปลี่ยนจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจเป็นเอกชน ปรับกลยุทธ์ฝูงบินและเส้นทางการบินใหม่ รวมไปถึงการเพิ่มความคล่องตัวและลดต้นทุนจำนวนพนักงานให้เหมาะสม

อีกประเด็นสำคัญ คือ การเจรจาปรับโครงสร้างหนี้ ผ่านการแปลงหนี้เป็นทุน 53,453 ล้านบาท และเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนอีก 22,987 ล้านบาท
ทำให้ส่วนผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2025 พลิกกลับเป็นบวกที่ 55,439 ล้านบาท
- และสามารถลดอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E Ratio) เหลือ 2.2 เท่า จาก 12.5 เท่า ในช่วงปี 2019 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงสถานะทางการเงินที่มั่นคงอีกครั้ง
“การแปลงหนี้เป็นทุน คือ กระบวนการที่เจ้าหนี้ยินยอมเปลี่ยน “หนี้” ให้กลายเป็น “หุ้น” ของบริษัทลูกหนี้ แปลว่าหนี้ก้อนนี้จะหายไป แต่แลกกับการได้เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทแทน เพื่อช่วยฝั่งบริษัทลดภาระหนี้ ทำให้งบดุลแข็งแรงขึ้น ส่วนฝั่งเจ้าหนี้ก็มีโอกาสได้ผลตอบแทนในระยะยาวหากบริษัทฟื้นตัว ดีกว่าจะปล่อยให้ล้มละลายแล้วเก็บหนี้ไม่ได้”
ปีพลิกฟื้น 2025 ‘การบินไทย’ Take Off
วันที่ 4 สิงหาคม 2025 ดีเดย์หุ้น THAI กลับเข้าเทรดในกระดาน SET อีกครั้งหลังหายไปเกือบ 4 ปี โดยเปิดการซื้อ-ขายวันแรกที่ราคา 10.50 บาท พุ่งขึ้นกว่า 200% จากราคาปิดสุดท้าย (3.32 บาท)
ตลอดทั้งปี 2025 ราคาหุ้น THAI เคยทะยานขึ้นไปถึงระดับ 17.80 บาท ก่อนจะเริ่มย่อลงมาและปิดปีที่ราคา 6.95 บาท ด้วยมูลค่า Market Cap. กว่า 2 แสนล้านบาท

ความเชื่อมั่นดังกล่าวเป็นผลลัพธ์จากความสำเร็จของแผนฟื้นฟูกิจการ สะท้อนผ่านตัวเลขผลประกอบการ ในช่วง 3 ปีย้อนหลัง
– ปี 2022 รายได้ 105,041 ล้านบาท กำไรจากการดำเนินงาน 7,002 ล้านบาท
– ปี 2023 รายได้ 161,067 ล้านบาท กำไรจากการดำเนินงาน 35,551 ล้านบาท
– ปี 2024 รายได้ 187,989 ล้านบาท กำไรจากการดำเนินงาน 35,166 ล้านบาท
และในช่วง 9 เดือนของปี 2025 (มกราคม – กันยายน) ผลประกอบการเป็นดังนี้
- รายได้รวม 140,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% YoY
- กำไรจากการดำเนินงาน 33,146 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.0% YoY
- กำไรสุทธิ 26,394 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73.4% YoY
พร้อมทั้งล้างขาดทุนสะสมได้สำเร็จ ตัวเลขล่าสุด ณ 30 กันยายน 2025 บริษัทมีกำไรสะสมพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 26,211.85 ล้านบาท
ทำไม การบินไทย ถึงกลับมาได้?

บทวิเคราะห์ บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ ระบุว่า THAI กลับมาอย่างแข็งแกร่ง จากแผนฟื้นฟูกิจการที่ประสบความสําเร็จซึ่งช่วยสร้างฐานกําไรและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระยะยาวอย่างมีนัยสําคัญ
ที่สำคัญก็คือการบริหารต้นทุนอย่างมีวินัย เช่น
1. การลดค่าใช้จ่ายพนักงาน
- ปี 2019 มีค่าใช้จ่ายพนักงาน 25% ของรายได้
- ปี 2024 มีค่าใช้จ่ายพนักงานเหลือ 11% ของรายได้
2. การปรับโครงสร้างหนี้
- ปี 2019 อัตราส่วนหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น 12.5 เท่า
- ปี 2025 อัตราส่วนหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเหลือ 2.2 เท่า
นอกจากนี้ ยังปรับปรุงเครือข่ายเส้นทางการบินด้วยการควบรวมกับไทยสมายล์ และทําข้อตกลงทําเที่ยวบินร่วม (codeshare) กับสายการบินพันธมิตรอื่น ๆ เพื่อเพิ่มสัดส่วนผู้โดยสารบนเครื่อง
และยังมีอัตรากําไรจากการดําเนินงานอยู่ที่ 18.30-19.0% ถือเป็นตัวเลขที่แข่งขันได้เมื่อเทียบกับหุ้นสายการบินในภูมิภาค ชี้ถึงความสามารถในการรับมือกับความผันผวนของอุตสาหกรรมได้ดีขึ้น
ปี 2026 วัดใจ ‘การบินไทย’ Landing?
แม้ภาพทุกอย่างจะดูสวยหรู ราบรื่น ไร้คลื่นลม แต่จริง ๆ แล้ว การบินไทยยังมีชนักติดหลังที่ฝากไว้จากแผนฟื้นฟูกิจการ
นั่นคือ เจ้าหนี้ที่ตอนนี้แปลงร่างกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ คิดเป็นสัดส่วนรวมกันประมาณ 93% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด
- ส่วนใหญ่คือกลุ่มสถาบันทางการเงินขนาดใหญ่ เช่น ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารทหารไทยธนชาต และสหกรณ์ออมทรัพย์ต่าง ๆ

เพียงแต่ว่าช่วงที่ผ่านมา หุ้นที่ผ่านการแปลงหนี้เป็นทุนนั้นติดอยู่ใน Silent Period คือถูก Lock-Up เอาไว้ว่า “ห้ามขายออกสู่ตลาด”
- ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ หุ้นที่แปลงหนี้เป็นทุนชุดแรกประมาณ 6,600 ล้านหุ้น หรือสัดส่วน 23.3% กำลังจะครบกำหนดขายได้
- ต่อจากนั้นวันที่ 4 สิงหาคม 2026 หุ้นชุดที่สองอีก 19,802 ล้านหุ้น หรือสัดส่วน 70% จะทยอยหลุดจาก Silent Period เช่นกัน
บทวิเคราะห์ บล. กรุงศรี ระบุว่า ช่วงต้นปีและกลางปี 2026 หุ้น THAI จะสิ้นสุดระยะเวลาการห้ามซื้อขายหุ้นเพิ่มทุน ซึ่งมีต้นทุนอยู่ที่ 2.54-4.48 บาทต่อหุ้น ประเด็นนี้ถือเป็น Sentiment ลบต่อแนวโน้มการเคลื่อนไหวของหุ้น THAI
ขณะที่มุมมองปี 2026 ผลการดำเนินงาน THAI อาจมี Upside จากราคาน้ำมัน Jet Fuel ที่ต่ำกว่าคาด แต่คาดว่ากำไรมีโอกาสลดลง -26% YoY เนื่องจากธุรกิจสายการบินแข่งขันสูงขึ้น
ต้องดูกันต่อไปว่าการ Landing ของสายการบินไทยจะลงจอดได้นุ่มนวลแค่ไหน เพราะความกังวลรอบนี้ไม่ใช่เรื่องผลกำไร หรือกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ แต่เกิดจากโครงสร้างผู้ถือหุ้น
คำถามคือในมุมเจ้าหนี้ที่รอรับดอกผลมานาน แถมปล่อยให้ลูกหนี้มีเวลาทำงานหาเงินมา 4-5 ปีแล้ว… พอถึงวันที่เริ่มเห็นว่าเขาสร้างเนื้อสร้างตัวได้แล้ว การจะขอเอาคืนทบต้นทบดอก ก็เป็นเรื่องที่น่าคิด
ส่วนในมุมของนักลงทุนรายย่อยที่ถือหุ้นการบินไทย ควรรับรู้ไว้ว่ายังมีหุ้นก้อนใหญ่ที่กำลังรอขายออกหลังจากนี้
อ้างอิง: สรุปข้อสนเทศบริษัทจดทะเบียน THAI, บทวิเคราะห์ บล. อินโนเวสท์ เอกซ์ (1)(2), บทวิเคราะห์ บล. กรุงศรี, เอกสารประกอบการประชุมใหญ่วิสามัญ สหกรณ์ออมทรัพย์กรมป่าไม้ จำกัด
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา