เกือบ 50% ของคนไทยมี ‘น้ำหนักเกิน’ และตอนนี้ยังทำท่าจะเพิ่มขึ้นอีก

ก่อนหน้านี้ ‘กรมอนามัย’ เคยออกมาเผยรายงานว่า คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไปมากถึง 42.4% มีน้ำหนักเกินและภาวะอ้วน สอดคล้องกับเทรนด์โลกที่ตอนนี้มีคนเป็น ‘โรคอ้วน’ มากกว่า 800 ล้านคน และกำลังเพิ่มสูงถึง 1 พันล้านคนในอีก 5 ปีข้างหน้า
ดร.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ บอกว่า น้ำหนักตัวเกินมาตรฐานไม่ได้เป็นเพียงเรื่อง ‘รูปลักษณ์ภายนอก’ แต่ยังเป็นปัญหาสุขภาพร้ายแรงและเป็นประตูสู่โรคไม่ติดต่อเรื้อรังอันตรายหลายชนิด เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด ไขมันพอกตับ และมะเร็งบางชนิดด้วย
และจากแนวโน้มจำนวนประชากรน้ำหนักเกินในประเทศไทยสะท้อนว่า คนไทยกำลังก้าวสู่ ‘สังคมอ้วนเร็วและแรง’ กว่าที่เราคิด

เด็กไทย ยิ่งโต ยิ่งอ้วน
ก่อนหน้านี้ Brand Inside เคยเผยข้อมูลจาก ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุขในปี 2566 ระบุว่า พื้นที่ที่มีความชุกของปัญหาน้ำหนักเกินและอ้วนที่สุด คือ กรุงเทพมหานคร (56.4%) ตามด้วยภาคเหนือ (51.8%) ภาคใต้ (50.8%) ภาคกลาง (46.9%) และภาคอีสาน (46.6%)
นอกจากนั้น ยังพบว่าเด็กไทยกำลังเจอกับภาวะ ‘ยิ่งโต ยิ่งอ้วน’ ที่ควรได้รับการดูแล เพราะเด็กอ้วนมีแนวโน้มจะโตไปเป็นผู้ใหญ่อ้วนมากกว่า 5 เท่าของเด็กไม่อ้วน
เพราะเด็กอ้วน 55% มีโอกาสโตไปเป็น ‘วัยรุ่นอ้วน’ ตามด้วยวัยรุ่นอ้วน 80% มีโอกาสจะโตไปเป็น ‘ผู้ใหญ่อ้วน’ และวัยรุ่นอ้วน 70% มีโอกาสจะเป็น ‘โรคอ้วน’ ตั้งแต่อายุ 30 ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ความดัน ไขมันในเลือดสูง และขาโก่งนั่นเอง
ฟากวารสารทางการแพทย์ The Lancet อธิบายว่า ปัญหา ‘น้ำหนักเกิน’ ทั่วโลกเกิดจากปัญหาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีรวมกัน ทำให้ระบบอาหารและเทรนด์การกินเปลี่ยน โควิดทำให้คนทั่วโลกมีรายได้ลดลง แต่ราคาอาหารแพงขึ้น คนจึงหันไปหาอาหารที่สะดวกและมีราคาถูก
โดยเฉพาะ ‘อาหารแปรรูปสูง’ (Ultra-Processed Food) ที่ปรุงมาด้วยเกลือ น้ำตาล สารเติมแต่ง และสารกันบู ทำให้มีแคลอรี่สูงกว่าอาหารปกติ ขณะเดียวกันคนทั่วโลกก็มีรูปแบบการทำงานและเดินทางต่างจากเดิม จึงทำให้คนอ้วนเยอะขึ้น
สังคมอ้วนเร็ว-อ้วนแรง ส่งผลกระทบเศรษฐกิจ
นอกจากนั้น ‘โรคอ้วน’ ยังส่งผลกระทบต่อ ‘เศรษฐกิจ’ เพราะรายงานบอกว่า ค่าใช้จ่ายจากภาวะโรคอ้วนของคนไทย สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจราว 256,370 ล้านบาท หรือประมาณ 1.5% ของ GDP โดยคิดเป็นมูลค่าเฉลี่ย 4,000 บาทต่อคน
รายงานของ World Obesity Federation (WOF) บอกว่า หากไม่เร่งจัดการปัญหาให้ชะลอลง อีก 34 ปีข้างหน้า ผลกระทบทางเศรษฐกิจจะเพิ่มเป็น 5.6 ล้านล้านบาท หรือประมาณ 5.6% ของ GDP ไทยในอนาคต เรียกว่าเพิ่มขึ้นถึง 22 เท่าจากปี 2562 เลยทีเดียว
‘ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ’ ประเมินจากค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลโดยตรง ค่าใช้จ่ายทางอ้อมจากประสิทธิภาพการทำงานลดลง การขาดงานหรือทำงานได้ไม่เต็มที่ จนถึงการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ซึ่งกระทบต่อศักยภาพการเติบโตของประเทศโดยตรง
ด้าน ‘โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์’ บอกว่า เพราะปัญหาโรคอ้วนขยายตัว ‘วิธีควบคุมน้ำหนัก’ ที่ถูกต้องและปลอดภัย จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนสำหรับคนไทย ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยา การส่องกล้องเย็บกระเพาะอาหาร การผ่าตัด ควบคู่ปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ควบคุมอาหารและออกกำลังกาย
โดยอธิบายว่า การควบคุมน้ำหนักที่สำเร็จและยั่งยืน “ต้องอาศัยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างถาวร” ทั้งการกิน ออกกำลังกาย จัดการความเครียด และพฤติกรรมการใช้ชีวิตด้วย
- วิจัยเผย อีกแค่ 25 ปี คนจะ ‘อ้วน’ เกินครึ่งโลก สาเหตุจากเน้นกินถูก-กินแปรรูป เพราะจนลง
- ‘กรุงเทพ’ ครองแชมป์ ‘คนอ้วน’ เยอะสุดในไทย คนไทยเกือบ 50% น้ำหนักเกิน
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา