Home Article อินฟลู-ครีเอเตอร์ ล้นวงการ จน ‘คุณภาพ’ หายาก เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร จับตาเกมใหม่แพลตฟอร์ม เข้มงวดคอนเทนต์ อยากได้คุณภาพมากขึ้น

อินฟลู-ครีเอเตอร์ ล้นวงการ จน ‘คุณภาพ’ หายาก เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร จับตาเกมใหม่แพลตฟอร์ม เข้มงวดคอนเทนต์ อยากได้คุณภาพมากขึ้น

ประเทศนี้มีคนทำอาชีพ ‘ครีเอเตอร์’ หรือ ‘อินฟลูเอนเซอร์’ อยู่มากถึง 9 ล้านคน โดยกว่า 3 ล้านคนในนั้น ทำอาชีพนี้แบบฟูลไทม์ หรือเต็มเวลาเป็นงานประจำ  ลองคิดดูสิว่า วงการที่มีคนอยู่มากมายเกือบ 10 ล้านคนจะวุ่นวายขนาดไหน นั่นแหละอาจเป็นเหตุผลที่จะมีทั้งคนทั้งคนอยู่รอดและไม่รอด

ครีเอเตอร์ล้นวงการ จน ‘คุณภาพ’ หายากเหมือนงมเข็มในมหาสมุทร

‘ปู-สุวิตา จรัญวงศ์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เทลสกอร์ จำกัด เผยตอนที่ถูกถามถึง ‘คุณภาพครีเอเตอร์’ ในตอนนี้เทียบกับเมื่อ 10 ปีก่อนนั้นเพิ่มขึ้นหรือลดลงว่า ทั้งเพิ่มขึ้นและลดลงในเวลาเดียวกัน เพราะปัจจุบันจำนวนครีเอเตอร์เพิ่มขึ้นมาก จนกลายเป็นการ ‘งมเข็มคุณภาพ’ ในมหาสมุทร

แต่ในขณะเดียวกัน ยุคสมัยนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ ‘ครีเอเตอร์คุณภาพ’ ที่มีคุณภาพมากจริงๆ กำเนิดขึ้นมาเหมือนกัน ในแบบที่เราไม่เคยเจอมาก่อน ครีเอเตอร์หลายๆ คนไม่ได้เป็นแค่ครีเอเตอร์ แต่เป็น ‘ผู้เชี่ยวชาญ’ ที่พูดเป็น ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านสูงมาก ส่วนความสามารถในเชิงครีเอเตอร์เป็นรองลงมา

อย่างเช่น ครีเอเตอร์บางคนในยุคนี้ที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเทคโนโลยีในระดับถอดประกอบออกมาพิสูจน์คุณภาพในคนดูชมได้ หรือความเชี่ยวชาญอื่นๆ ที่เมื่อก่อนเราอาจไม่ค่อยเห็นมากนักในหมู่ครีเอเตอร์ อย่างเช่นความรู้ความเข้าใจทางด้านวิทยาศาสตร์ ด้านคาร์บอนเครดิต ด้านเกษตรกรรม หรือแม้แต่ประวัติศาสตร์

แต่จำนวนครีเอเตอร์ที่เพิ่มขึ้นมากก็ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า Halo Effect หรือ การเหมารวมจากภาพจำ เมื่อด้านแย่ๆ ของครีเอเตอร์ที่ถูกผลิตซ้ำ และเข้ามาบดบังด้านดีๆ ของวงการครีเอเตอร์ไป 

โดย ปู เผยว่า ด้านที่แย่ที่สุดหรือมืดที่สุดของวงการครีเอเตอร์ในเวลานี้อาจไม่ใช่แค่สารพัดดราม่าอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะ ‘ปู’ มองว่า สิ่งเลวร้ายที่สุดคือการกลายเป็นเครื่องมือของการฟอกเงิน ค้ามนุษย์ หรือแม้แต่พื้นที่ปฏิบัติการข่าวสาร (io) ต่างหาก

เกมใหม่กำลังมา เมื่อแพลตฟอร์มจะเรียกร้อง ‘คุณภาพ’ มากขึ้น

แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้จะอยู่ตลอดไป ปู บอกเราว่า อีกไม่นานเราจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของวงการครีเอเตอร์ไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ซีอีโอของ ‘เทลสกอร์’ จึงนิยามยุคสมัยนี้ว่าเป็น ‘ยุคจัดระเบียบใหม่’ ของวงการครีเอเตอร์ 

ฝั่งหนึ่งจากความเปลี่ยนแปลงของแพลตฟอร์มที่จะมุ่งเน้น ‘คุณภาพ’ มากขึ้น ก่อนหน้านี้เป็นช่วงเวลาที่แพลตฟอร์มปล่อยยอดวิวออกมาล่อใจให้ครีเอเตอร์ทำคอนเทนต์ จนเราได้เห็นภาพครีเอเตอร์หลายคนที่ทำคอนเทนต์มาหลายปี แต่เคยไวรัลแค่คลิปเดียว ยังไม่ประสบความสำเร็จหรือสร้างรายได้จากงานครีเตอร์ได้ แต่ก็ถูกคลิปไวรัลเดียวล่อใจให้ยอมเสียเวลาหลายปีผลิตคอนเทนต์ต่อมาเรื่อยๆ

ช่วงเวลาหลังจากนี้จึงอาจจะเป็นช่วงเวลา “เจ็บแต่จบ” เมื่อแพลตฟอร์มเริ่มสะท้อนยอดชม ยอดเอนเกจเมนท์จริงๆ ออกมาให้เห็นมากขึ้น

ปู อธิบายว่า ส่วนหนึ่งก็เพราะว่าแพลตฟอร์มเองก็อยากได้ ‘คอนเทนต์’ ที่ดีขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น เพราะแพลตฟอร์มเองก็มีต้นทุนค่าเซิร์ฟเวอร์มหาศาล และเริ่มไม่อยากเปลืองต้นทุนไปกับคอนเทนต์ที่ไม่มีคุณภาพ หรือคอนเทนต์ลอกเลียนแบบแล้ว

โดยสิ่งที่วัดคุณภาพของคอนเทนต์อาจจะไม่ใช่แค่จำนวนผู้ติดตามเยอะแค่ไหน แต่เป็นการมีส่วนร่วมอย่างสม่ำของผู้ติดตาม แม้จะไม่มีไวรัลคลิปเลย แต่ครีเอเตอร์หลายคนก็สามารถรักษาฐานผู้ชมของตัวเองได้อย่างเหนียวแน่น และเจอลูกค้าที่ตรงใจ

ขณะเดียวกัน วงการครีเอเตอร์ไทยก็อยู่ระหว่างการจัดระเบียบใหม่เช่นเดียวกัน ตอนนี้สมาคมฯ เองกำลังเดินหน้านำกฎหมายหลากหลายฉบับมาร่างเป็นแม่แบบจริยธรรมครีเอเตอร์ เพื่อให้ครีเอเตอร์ไทยสามารถเดินตามภายใต้การกำกับดูแลหลังจากนี้

แน่นอนว่า การกำกับคัดกรองจะทำให้ครีเอเตอร์เหนื่อยขึ้นและมีต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ก็จะทำให้ครีเอเตอร์ต้องเปิดเผยโปร่งใสกับผู้ชมมากขึ้นด้วย ปูบอกว่า สิ่งที่แนะนำหลังจากนี้คือ ครีเอเตอร์ต้องทำตัวเองให้น่าเชื่อถือมากขึ้น เปิดหน้า เปิดชื่อ เปิดวัตถุประสงค์ของการทำช่อง ตามด้วยงานสร้างความเชื่อมโยงกับผู้ฟัง กระจายช่องทางหารายได้ และสร้างคอมมูนิตี้ของตัวเอง

ยุคครีเอเตอร์ล้น คนอยู่รอดต้องตัวตนชัด-สม่ำเสมอ-มีความรับผิดชอบ

สำหรับคำถามว่า “แล้วในยุคที่ครีเอเตอร์ล้นตลาดแบบนี้ ครีเอเตอร์แบบไหนถึงจะยังอยู่รอด?” ผู้บริหารเทลสกอร์ ตอบว่า ครีเอเตอร์ยุคใหม่จำเป็นจะต้องมี ตัวตนชัด มีเอกลักษณ์ ความเชี่ยวชาญ หรือสิ่งที่คนอื่นทดแทนได้ยาก มีความสม่ำเสมอที่ไม่ได้หมายถึงโพสต์ทุกวัน แต่ต้องสม่ำเสมอทั้งความถี่ ระดับภาษา และเรื่องราวที่จะเล่า 

นอกจากนั้น ยังต้องปรับตัวเป็นให้ทันแพลตฟอร์ม อัลกอริทึม และผู้ชม เข้าใจรูปแบบการทำงานเชิงพาณิชย์ร่วมกับแบรนด์ เพื่อให้มีแหล่งรายได้ที่ยั่งยืน ที่สำคัญที่สุดคือ Trust หรือความน่าเชื่อถือ เพราะยิ่งมีอิทธิพลมาก ก็ยิ่งต้องรับผิดชอบมาก

สอดคล้องกับคำตอบของคำถามที่ว่า “ยุค AI แบบนี้ คุณค่าของครีเอเตอร์จะไปอยู่ตรงไหน?” ปู อธิบายว่า AI ทำให้ต้นทุนการผลิตคอนเทนต์ลดลงรวดเร็วจริง ทำให้โลกครีเอเตอร์โหดขึ้น แข่งขันแรงขึ้น แต่สุดท้าย ‘เนื้อแท้’ คือสิ่งที่ทำให้ครีเอเตอร์แตกต่างจาก AI

คอนเทนต์ครีเอเตอร์คือ คนที่จะตัดสินได้ว่าอะไรควรพูดไม่ควรพูด คือคนที่มีรสนิยมในการเล่าเรื่อง คือความที่มีประสบการณ์ มีความรู้สึก เคยเจอกับความผิดพลาด และมีมุมมองจากชีวิตจริงมานำเสนอ 

และแน่นอนว่า Trust เป็นสิ่งสำคัญที่สร้างด้วย Prompt ไม่ได้ แต่ต้องสะสมจากพฤติกรรม ความสม่ำเสมอ และความรับผิดชอบในระยะยาว และปู ยังเสริมด้วยว่า เดี๋ยวนี้คอนเทนต์สไตล์ไม่มีหน้าหรือ Faceless จะเริ่มถูกเปิดการมองเห็นน้อยลง ตัวตนของครีเอเตอร์จึงยิ่งมีความสำคัญมากเช่นกัน

แบรนด์เองก็มองจากยอดวิวน้อยลง แต่หันไปสนใจ ‘คุณภาพของคนดูช่อง’ ว่าตรงกับแบรนด์แค่ไหน ดูนานไหม ตอบโต้มากน้อยแค่ไหนมากขึ้น

เกมครีเอเตอร์ในไทยกำลังเปลี่ยนจากยุคที่ขับเคลื่อนด้วย ‘ความนิยม’ ไปสู่ความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ตลาดกำลังให้ความสำคัญกับ Trust และ Trust Value โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคของ AI

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา