ตลาดที่อยู่อาศัยไทยในปี 2569 กำลังซบยาวมากกว่าที่หลายคนคิด โดยข้อมูลจาก ‘SCB EIC’ ชี้ชัดว่า ทั้งฝั่ง ‘คนซื้อ’ และ ‘บ้านที่เปิดขายใหม่’ ต่างหดตัวพร้อมกัน และเป็นการหดตัวต่อเนื่องเข้าสู่ปีที่ 4

ภาพรวมของตลาดสะท้อนผ่านตัวเลขการโอนบ้าน หรือยอดซื้อขายจริงทั่วประเทศ ซึ่งปี 2569 คาดว่าจะลดลงอีก 5% จากปีก่อน มาอยู่ที่ประมาณ 824,000 ล้านบาท และมีความเสี่ยงจะหดตัวแรงถึง 10-15% หากปัจจัยลบอย่างสงครามตะวันออกกลางยืดเยื้อ
แรงกดดันหลักยังมาจาก 3 เรื่องพร้อมกัน ทั้งหนี้ครัวเรือนที่สูง ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเร็วกว่ารายได้ และการปล่อยสินเชื่อที่ยังเข้มงวด ส่งผลให้กำลังซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มรายได้ปานกลางถึงล่าง ยังไม่ฟื้น ส่วนกลุ่มรายได้สูงก็ชะลอการตัดสินใจซื้อจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
ขณะที่บ้านใหม่ก็ไม่ได้ช่วยให้ตลาดคึกคักขึ้น ผู้ประกอบการเลือกชะลอมากกว่าลุย โดยการเปิดโครงการใหม่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ราว 39,000 หน่วย ลดลง 5% และเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เช่นกัน
SCB EIC มองว่า ผู้ประกอบการรอบนี้ไม่ได้เน้นเปิดโครงการใหม่ แต่หันไปเร่งขายของที่มีอยู่ และพยายามรักษาเงินสดมากกว่า ส่งผลให้แม้บ้านเปิดใหม่จะลดลง แต่หน่วยเหลือขายสะสมก็ลดลงตามมา อยู่ที่ประมาณ 212,000 หน่วย ลดลง 4% และเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
อย่างไรก็ตาม การลดลงของซัพพลายไม่ได้แปลว่าตลาดเริ่มฟื้น เพราะในอีกด้าน ต้นทุนก่อสร้างกลับมีแนวโน้มสูงขึ้นจากปัจจัยภายนอก ขณะที่ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับขึ้นราคาขายได้มากนักจากกำลังซื้อที่อ่อนแอ ทำให้กำไรของผู้ประกอบการถูกบีบทั้งสองด้าน
อีกสัญญาณที่เห็นชัดคือ โครงการใหม่เปิดตัวน้อยลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567-2569 รวมถึงอัตราการขายในช่วงเปิดตัวโครงการใหม่ที่ยังอยู่ในระดับต่ำ จากกำลังซื้อที่ยังไม่กลับมาเต็มที่
เมื่อรวมทุกปัจจัยเข้าด้วยกัน ตลาดที่อยู่อาศัยไทยในปี 2569 จึงอยู่ในภาวะ “ดีมานด์หาย ซัพพลายหด” อย่างแท้จริง และยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวในระยะสั้น ทำให้ปีนี้กลายเป็นอีกปีที่ธุรกิจอสังหาต้องประคองตัวมากกว่าการเติบโต
- ไนท์แฟรงค์ชี้ปี 2569 อสังหาฯ ไทยยังผันผวน ผู้ซื้อยังต่อรองสูง บ้านลักชัวรียังโต ภูเก็ตยีลด์แรง
- บ้านเดี่ยวแจ้งวัฒนะ ราชพฤกษ์ เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต
ที่มา: SCB EIC
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา