3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย บอกว่าจะขึ้นราคาค้าปลีกน้ำตาล เพราะต้นทุนพุ่ง

มนุษย์เงินเดือนคนนี้กำลังจะหมดแรง อากาศร้อนไม่พอ ‘น้ำตาล’ ก็กำลังจะแพงขึ้นไปอีก

น้ำตาล

ล่าสุด 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย (TSMC) ออกมาชี้แจงว่าภายใต้ต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้นจะยังตรึงราคาขายปลีกน้ำตาลทรายในเดือนเมษายนนี้ต่อไป

จุดที่ต้องจับตาต่อคือ อุตสาหกรรมกำลังทบทวนโครงสร้างราคาขายปลีกให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลง โดยคาดว่าจะเริ่มมีผลในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป 

ทางสมาคมยืนยันว่าการพิจารณาครั้งนี้จะดำเนินภายใต้หลักการดูแลผลกระทบอย่างรอบด้าน เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างผู้บริโภคและผู้ประกอบการ โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ให้สามารถเดินหน้าต่อได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางภาวะต้นทุนที่ยังมีแนวโน้มผันผวน

[ ทำไมราคาปลีก น้ำตาล จะแพงขึ้น? ]

‘ดร. สมชาย หาญหิรัญ’ ประธานคณะกรรมการประสานงาน 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย อธิบายว่า ภาคการผลิตทั่วโลกกำลังเผชิญต้นทุนที่สูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี 

จุดที่กระทบชัด ๆ คือต้นทุนด้าน ‘บรรจุภัณฑ์’ จากการที่ราคาเม็ดพลาสติกในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ราคาถุงและกระสอบที่ใช้บรรจุน้ำตาลเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉลี่ย 40 %

ขณะเดียวกันราคาน้ำมันที่ยังพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง ก็ทำให้ค่าขนส่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย จึงส่งผลให้เกิดต้นทุนเพิ่มขึ้น สร้างผลกระทบตั้งแต่การขนส่งสินค้าไปยังคลัง ไปจนถึงการกระจายไปยังร้านค้าปลีกทั่วประเทศ ซึ่งล้วนเป็นต้นทุนแฝงที่พุ่งสูงขึ้นในทุกกระบวนการผลิตและจัดจำหน่าย 

‘ดร. สมชาย’ บอกว่า ก่อนหน้านี้ผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาลทรายได้พยายามบริหารต้นทุนอย่างเต็มที่ ทั้งการทำสัญญาซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า และการควบคุมค่าใช้จ่ายในส่วนอื่น ๆ แต่ด้วยสถานการณ์ห่วงโซ่อุปทานโลกที่ผันผวนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ผลิตวัตถุดิบและซัพพลายเออร์หลายรายทยอยปรับราคาสินค้าขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมน้ำตาลทรายไม่สามารถหลีกเลี่ยงแรงกดดันด้านต้นทุนในรอบนี้ได้  

[ ปรับราคาปลีก แต่ยังคงตรึงราคาส่ง ]

อย่างไรก็ตาม จากแนวโน้มต้นทุนที่ยังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในหลายปัจจัย จึงจำเป็นต้องพิจารณาปรับโครงสร้างราคาให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงมากขึ้น ซึ่ง ‘ดร. สมชาย’ บอกว่าเป็นการรักษาสมดุลของระบบโดยรวม ทั้งในด้านการผลิต การบริหารสภาพคล่อง และความต่อเนื่องของห่วงโซ่อุปทาน 

ดังนั้นการเตรียมปรับราคาขายปลีกตั้งแต่เดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป จึงเป็นแนวทางในการดูแลเสถียรภาพของอุตสาหกรรมในระยะยาว เพื่อให้ทุกภาคส่วนในระบบ ทั้งผู้บริโภค ผู้ประกอบการ และเกษตรกร สามารถก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างมั่นคง

ซึ่งในการพิจารณาปรับโครงสร้างราคาครั้งนี้ อุตสาหกรรมได้ประเมินผลกระทบอย่างรอบด้าน โดยเลือกที่จะปรับขึ้นเฉพาะในส่วนของ ‘ราคาขายปลีก’ เท่านั้น ขณะที่ราคาจำหน่ายให้ภาคอุตสาหกรรมจะยังไม่มีการปรับในรอบนี้

แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเนื่องไปยังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ ที่อาจปรับตัวขึ้นตาม ซึ่งเป็นการรักษาสมดุลทางเศรษฐกิจโดยรวม

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

mm
บาส รชต สนิท - นักข่าว นักเขียน ที่ Brand Inside | สนใจด้าน Future of Work, สิทธิคนทำงาน, สิ่งแวดล้อม, การเมืองโลก, ปัญหาทุนนิยม และ สิทธิมนุษยชน