Home Article ‘ชุดนอนโนบรา’ ที่ใส่ออกไปรับพัสดุได้ เข้าใจเพนพ้อยท์ผู้หญิงไทย คือเหตุผลที่ Sliptosleep รายได้ทะลุ 200 ล้าน

‘ชุดนอนโนบรา’ ที่ใส่ออกไปรับพัสดุได้ เข้าใจเพนพ้อยท์ผู้หญิงไทย คือเหตุผลที่ Sliptosleep รายได้ทะลุ 200 ล้าน

คนเราจะยอมจ่ายเงินเป็นพันเพื่อ ‘ชุดนอน’ ตัวเดียวทำไม?

sliptosleep

ชุดนอนเป็นของใช้สำคัญที่แต่ละคนอาจมีสไตล์เป็นของตนเอง เช่น บางคนชอบใส่ชุดที่แมตช์กัน ขณะที่บางคนอาจชอบใส่ชุดเดรสยาว เสื้อบอลชิลล์ๆ หรือไม่ใส่อะไรเลย

ด้วยความที่มันเป็นของใช้ในชีวิตประจำวันนี่ล่ะ หลายคนจึงอาจมองข้ามความสำคัญของชุดนอนไป แต่ไม่ใช่ ‘นีท-อมลานันท์ สังสิทธิวงศ์’ และ ‘อิ้ว-วรรณิต บุญเจริญทวีสุข’ สองผู้ก่อตั้งแบรนด์ ‘Sliptosleep’ แบรนด์ชุดนอนโนบรา ที่ทำรายได้ไปกว่า 233 ล้านบาทในปี 2025

เริ่มจากอยากหาชุดนอนเป็นของขวัญให้พี่สาว แต่ไม่รู้จะซื้อของแบรนด์อะไร

sliptosleep
ภาพจากเว็บไซต์ Sliptosleep

ภายในงาน The Secret Sauce Summit 2026 ‘นีท’ กับ ‘อิ้ว’ เล่าว่า ทั้งคู่เริ่มจากการเป็นเพื่อนกันมาก่อน และมีความฝันที่อยากจะทำแบรนด์ด้วยกัน จึงหาแรงบันดาลใจจากสิ่งที่ชอบ

ระหว่างที่นีทและอิ้วกำลังคิดว่าจะทำธุรกิจอะไร ช่วงนั้นใกล้ถึงวันเกิดของพี่สาวนีทพอดี ซึ่งเธออยากได้ชุดนอน แต่นีทก็ไม่รู้ว่าควรซื้อแบรนด์อะไร เนื่องจากยังไม่เจอเจ้าที่ถูกใจ ประกอบกับอิ้วเอง ที่เป็นคนชอบซื้อชุดนอนแบรนด์ต่างประเทศอยู่แล้ว แต่ราคาค่อนข้างแรง จึงนำไปสู่การตัดสินใจทำแบรนด์ชุดนอนขึ้นมา

เมื่อคิดว่าจะทำแบรนด์ชุดนอนแล้ว นีทและอิ้วก็ตกลงกันว่า จะต้องเป็นชุดนอนที่เน้นความสบาย ในคุณภาพที่ดีไม่ต่างจากแบรนด์ต่างประเทศ แต่ขายในราคาที่ไม่แพงเกินไป พร้อมเป้าหมายในการเป็น Top of Mind ของผู้บริโภค

“ถึงแม้ว่าจริงๆ ตั้งต้นเราลงทุนแค่หลักหมื่น แต่ว่าเราก็พยายามคิดการใหญ่ ซึ่งตั้งแต่แรก เราก็คุยกันว่า เราอยากจะเป็นชุดนอนในใจคน” อิ้วกล่าว

หลายคนไม่เห็นด้วย แต่ก็ยังทำ เกิดเป็นชุดนอนโนบรา ที่กระเป๋าเสื้อหนาสามชั้น

Sliptosleep
ภาพจาก Facebook: Sliptosleep

ในตอนแรกที่นีทและอิ้วตัดสินใจทำแบรนด์ชุดนอน คนที่รู้เรื่องนี้ก็ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไรหรอก เนื่องจากมองว่า มันจะขายได้อย่างไร?

ด้วยเหตุนี้ นีทและอิ้วจึงตัดสินใจทำผลสำรวจขึ้นมาเพื่อดูว่า ชุดนอนในแบบที่คนต้องการควรเป็นอย่างไร จนมาเจอความเห็นหนึ่งที่บอกว่า ต้องการชุดนอนที่สามารถใส่ออกไปรับพัสดุได้ โดยไม่ต้องใส่ชุดชั้นใน

จากความเห็นนี้ นีทและอิ้วจึงตัดสินใจปั้นแบรนด์ชุดนอนโนบรา เพราะจริงๆ แล้ว มันคือ Pain Point ที่ผู้หญิงหลายคนพบเจอ เนื่องจากการใส่ชุดชั้นในเวลานอน อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวได้ แต่หากต้องออกไปรับพัสดุ ก็ต้องหาบราหรือเสื้อมาคลุม เพื่อไม่ให้โป๊อีก

หลังจากนั้น ทั้งคู่จึงทดลองผ้าหลายๆ ชนิด รวมถึงหลายๆ ชั้น เพื่อรังสรรค์ชุดนอนที่ใส่ได้สบายจริงๆ โดยไม่จำเป็นต้องใส่บราและรองรับสรีระหน้าอกของผู้หญิง จนสุดท้ายก็มาจบที่ชุดนอนพร้อมกระเป๋าเสื้อหนา 3 ชั้นทั้ง 2 ข้าง

แต่แค่โนบรายังไม่พอ เพราะนีทเล่าว่า ณ ตอนนั้น ผลสำรวจบอกว่า ยังคิดภาพไม่ออกเท่าไรว่าชุดนอนโนบราจะหน้าตาเป็นอย่างไร จึงตัดสินใจยังไม่ซื้อ เพราะต้องมีผ้า แพตเทิร์น และสีที่ใช่ด้วย

นีทและอิ้วจึงนำความเห็นต่างๆ มาพัฒนาจนเกิดเป็น Sliptosleep ชุดนอนที่มีจุดแข็งในเรื่องความ “สบายตา สบายกาย และสบายใจ”

ปัจจุบัน แมสทั้งในหมู่คนไทยและต่างชาติ ตั้งเป้าปิดรายได้ที่ 300 ล้านปีนี้

Sliptosleep
ภาพบรรยากาศการไป New York Fashion Week 2025 จาก Facebook: Sliptosleep

Sliptosleep เริ่มต้นจากการขายชุดนอนโนบราผ่านช่องทางออนไลน์ในปี 2021 แต่พอขายได้ราวๆ 1-2 ปี ผู้บริโภคชาวไทยก็เข้าใจในตัวสินค้ามากขึ้น จึงตัดสินใจไปเปิดป๊อปอัป ก่อนนำไปสู่หน้าร้านสาขาแรกที่สยามพารากอน

อิ้วเล่าว่า สยามพารากอนเป็นโลเคชันที่ดีมาก เพราะเป็นแหล่งนักท่องเที่ยว ซึ่งแบรนด์ก็อยากเจาะตลาดชาวต่างชาติอยู่แล้ว และมันได้ผลจริงๆ จนสามารถขยายสาขาเพิ่มในปีที่ 3-4 โดยปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 11 แห่ง พร้อมบริการส่งสินค้าทั่วโลก

แม้ราคาชุดนอนของ Sliptosleep จะอยู่ที่ราวๆ 890-1,790 บาท แต่ด้วยคุณภาพ ความสบาย และความน่ารักที่ตอบโจทย์ สินค้าของแบรนด์จึงถือเป็นเครื่องมือทางการตลาดชั้นดี

“พอสินค้าเราพูดด้วยตัวของเขาเองแล้ว จากนั้นเราไปอยู่ในที่ที่ใช่ เราไปอยู่ในที่ที่คนเห็น ต่างชาติเห็น แล้วจากนั้นเขาก็จะเริ่มเอาไปพูดต่อ ยิ่งยุคนี้มีโซเชียลมีเดีย มีออร์แกนิกที่เขาเอาไปรีโพสต์เอง มันก็เลยทำให้ชุดนอนเราเป็นสิ่งที่คนอยากจะซื้อกลับบ้าน กลับประเทศของเขา” นีทกล่าว

Sliptosleep ยังให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคด้วย โดยฝ่ายขายหน้าร้านจะเข้าไปคุยกับลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดูว่าลูกค้าแต่ละกลุ่มชอบสินค้าประมาณไหน แล้วนำมาต่อยอดในการพัฒนา

จากความสำเร็จดังกล่าว ชุดนอนของ Sliptosleep จึงมีโอกาสไปปรากฏตัวที่งาน New York Fashion Week ในปี 2025 ด้วย ซึ่งถือเป็นการเปิดการมองเห็นบนเวทีโลกอย่างแท้จริง แถมยังได้อินไซต์ใหม่ๆ มาปรับปรุงสินค้าให้ตอบโจทย์ทุกสรีระมากขึ้น โดยในเดือนตุลาคม 2026 แบรนด์ก็กำลังจะไปปรากฏให้ชาวโลกเห็นอีกครั้งในงาน Paris Fashion Week 

สำหรับเป้าหมายปี 2026 นีทกับอิ้วเชื่อว่า Sliptosleep จะสามารถทำรายได้ถึง 300 ล้านบาท และตั้งเป้ารายได้ปี 2027 ไว้ที่ 500 ล้านบาท

ในปีหน้า นีทและอิ้วจะไม่หยุดอยู่แค่ที่ชุดนอนโนบราด้วย แต่จะหาสินค้าใหม่ๆ ที่ยังสะท้อนภาพจำของความสบายไว้อยู่ ซึ่งจะเป็นอะไรนั้น ต้องติดตามกันต่อไป

Sliptosleep ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของแบรนด์ไทย ซึ่งหากในวันนั้นนีทและอิ้วเลือกฟังคนรอบข้างที่บอกว่า คงไม่มีใครซื้อชุดนอนหรอก เราก็คงไม่มีโอกาสเห็นแบรนด์ชุดนอนโนบราที่ไปไกลถึงเวทีโลกเช่นนี้

ที่มา: Sliptosleep, กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา