ทำสถิติใหม่! ตลท. รายงานกำไรสุทธิของบริษัทไทย 9.9 แสนล้านบาท

การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงปีที่ผ่านมา รวมไปถึงราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ทำให้บริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์รายงานผลกำไรสุทธิที่ทำสถิติใหม่ใกล้จะแตะ 1 ล้านล้านบาท โดยคาดว่าความเสี่ยงในปีนี้น่าจะลดลง

ภาพจาก Shutterstock

เกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่าบริษัทจดทะเบียน ใน SET จำนวน 566 บริษัท จากทั้งหมด 579 บริษัท ได้นำส่งผลการดำเนินงานงวดปี 2560 โดยทางบริษัทจดทะเบียนมีผลประกอบการสูงขึ้นทั้งยอดขายและกำไรสุทธิ โดยยอดขายรวมเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 9.72 % และกำไรสุทธิรวมเพิ่มขึ้น 9.05% จากปีที่ผ่านมา

กลุ่มพลังงานได้เรื่องราคาน้ำมัน กลุ่มธนาคารตั้งสำรองเยอะขึ้น

โดยในหมวดพลังงานและสาธารณูปโภคซึ่งมีน้ำหนักในดัชนี SET หรือแม้แต่ SET50 ได้รับผลดีจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยปัจจุบันราคาน้ำมันอยู่ที่ 62 เหรียญสหรัฐ ส่วนขณะที่กำไรสุทธิของหมวดธนาคารปรับตัวลดลงเล็กน้อยเนื่องมาจากการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น

4 หมวดหลักที่ยอดขายเติบโตขึ้นแถมกำไรก็ยังโตอีกด้วย

เกศรา มัญชุศรี ยังได้เสริมอีกว่า ในปี 2560 นอกจากบริษัทจดทะเบียนในหมวดพลังงานและสาธารณูปโภคที่มีผลประกอบการดีขึ้นแล้ว เศรษฐกิจไทยที่เติบโตอย่างชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลัง โดยทั้งปี 2560 คาดว่าจะขยายตัวที่ 4.0% จากการส่งออกสินค้าและบริการ ขณะที่รายได้จากภาคการท่องเที่ยวเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลบวกต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน ให้มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ หมวดธุรกิจปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ หมวดพาณิชย์ หมวดการท่องเที่ยวและสันทนาการ และหมวดขนส่งและโลจิสติกส์ มีการเติบโตทั้งด้านยอดขายและกำไรสุทธิ รวมถึงมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นจากปี 2559

เรื่องของมาตรฐานบัญชีใหม่

ปัจจัยสำคัญอีกเรื่องคือมาตรฐานบัญชีใหม่อย่าง IFRS ที่จะเริ่มใช้ในปีหน้า อาจทำให้กระทบกลุ่มธนาคารบ้าง เพราะว่ามาตรฐานบัญชีใหม่ต้องตั้งสำรองในบางเรื่องมากขึ้น และเวลานักวิเคราะห์เขียนคาดการงบการเงินในปีถัดไปอาจทำให้มีประเด็นเกิดขึ้นในเรื่องของเวลาการเปรียบเทียบมาตรฐานบัญชีเก่ากับใหม่

ปีนี้ความเสี่ยงน่าจะน้อยลง

มีผู้สอบถามถึงเรื่องของทางด้านความเสี่ยงที่จะทำให้บริษัทจดทะเบียนมีกำไรน้อยลงหรือไม่นั้น ทาง เกศรา มัญชุศรี ได้กล่าวว่า ปัจจัยความเสี่ยงเรื่องของธนาคารในปีนี้ ฝั่งด้านของธนาคารยังตั้งสำรองหนี้เป็นสัดส่วนที่สูง ทางด้านเรื่องอัตราดอกเบี้ยของปีนี้คาดว่าทางคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะไม่ขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ และน่าจะขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้า ส่วนเรื่องของค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐก็คาดว่าจะอยู่ในระดับนี้ รวมไปถึงเรื่องหนี้สินของทางบริษัทจดทะเบียนก็ลดลงอีกด้วย

สรุป

หากปัจจัยความเสี่ยงน้อยลง รวมถึงคาดการณ์ในปีนี้ที่เศรษฐกิจไทยน่าจะโตได้ถึงเกือบ 4% โดยได้ปัจจัยเสริมจากเรื่องการส่งออก การท่องเที่ยว และการบริโภคในประเทศที่ดีขึ้น บริษัทจดทะเบียนในไทยสำหรับปีหน้าน่าจะได้เห็นรายงานกำไรที่ผ่านหลัก 1 ล้านล้านบาทไปได้อย่างสวยงาม

ที่มาตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา

Comments