เปิดทิศทางธุรกิจ SCG ปี 2019 กับเป้าหมายที่ต้องเติบโตอย่างยั่งยืน

เปิดแผนธุรกิจ SCG ในปี 2019 ท่ามกลางความท้าทายรอบด้าน ทั้งเรื่องเศรษฐกิจภายใน และภายนอกประเทศ การเดินหน้าลงทุนดิจิทัล แต่ในความไม่แน่นอนอยู่รอบด้าน เป้าหมายสำคัญคือต้องเติบโตอย่างยั่งยืนให้ได้

ยังชัดเจนใน 3 กลยุทธ์หลัก

ท่ามกลางการปลี่ยนแปลงอันผันผวนจากภายนอกมากมาย เป็นความไม่แน่นอนในการทำธุรกิจ ล้วนเป็นความท้าทายอย่างมากของ SCG ที่ต้องปรับตัวเพื่อรับกับความไม่แน่นอนต่างๆ

ในปีนี้รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่เอสซีจี ได้เผยถึงกลยุทธ์ในการทำธุรกิจของ SCG ยังคงให้ความสำคัญกับ 3 กลลยุทธ์หลักได้แก่

  1. Regional Strategy ตลาดกลุ่มอาเซียนยังเป็นตลาดสำคัญทั้งในการทำตลาดและการผลิตจะเข้าไปในตลาดที่คิดว่ามีศักยภาพในการเติบโต
  2. Innovation แข่งขันด้วยเทคโนโลยีเป็นหลัก เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า และการให้บริการ
  3. Sustainability ในการทำธุรกิจต้องอยู่ภายใต้กรอบของการเติบโตอย่างยั่งยืนต้องใส่ใจสิ่งแวดล้อมและอยุ่ร่วมในชุมชนได้

รุ่งโรจน์บอกว่า ที่ผ่านมาบริษัทมีการเติบโตมาก แต่ก็มีปัจจัยเรื่องความไม่แน่นอนที่เห็นในยุคนี้ ต้องรับมือกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ความไม่แน่นอนจากการแข่งขัน ความท้าทายอยู่ที่ว่าจะรับมือกับความไม่แน่นอนอย่างไร ซึ่ง SCG เน้นความมั่นคงเป็นหลักการทำธุรกิจให้มั่นคงเน้นการบริหารความเสี่ยงควบคู่การดำเนินงาน

ถ้าให้แยกตามกลุ่มธุรกิจ รุ่งโรจน์ได้บอกว่ากลุ่มธุรกิจเคมิคอลเป็นกลุ่มใหญ่สุด ท้าทายที่สุด เพราะอุตสาหกรรมปิโตรเคมีมีความไม่แน่นอนสูง ขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันที่ขึ้นลงตลอด รวมถึงปัจจัยเรื่องต้นทุนวัตถุดิบ ต้องเอาจุดเด่นเรื่องนวัตกรรมมาใช้ ที่จะทำให้สินค้าไปถึงมือลูกค้าได้ดีที่สุด

ส่วนตลาดซีเมนต์เริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น มีความท้าทายที่ว่าจะตอบโจทย์ลูกค้าในครึ่งปีแรกอย่างไร แล้วครึ่งปีหลังจะเป็นอย่างไรต่อ

ธุรกิจโลจิสติกส์มี Fulfilment Solution ที่ช่วยบริหารการจัดส่งสินค้าให้ทั้งลูกค้า SME, B2B และ B2C

ธุรกิจแพ็คเกจจิ้งมีการแข่งขันรุนแรงขึ้นเพราะมีผู้ผลิตจากธุรกิจอื่นเช่นธุรกิจกระดาษก็หันมาทำแพ็คเกจจิ้งเริ่มมีผู้ผลิตรายใหญ่เข้ามาทุกระดับความท้าทายคือทำอย่างไรให้โตอย่างเข้มแข็งใช้จุดเด่นเรื่องดีไซน์ในการออกแบบแพ็คเกจจิ้งได้ดี

ให้น้ำหนักกับ Circular Economy

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา SCG เริ่มโมเดลธุรกิจ Circular Economy หรือแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน จะเป็นทิศทางสำคัญของบริษัทในอนาคต ซึ่ง Circular Economy คือการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าที่สุดทั้งการผลิตการไปใช้แล้วนำกลับมาผลิตใหม่เป็นเทรนด์ของผู้ประกอบการทั่วโลกที่เริ่มปรับใช้กัน

SCG เองพยายามทำร่วมกับพาร์ทเนอร์ เพื่อเป็นเรื่องที่ดีต่อสังคม สิ่งที่ต้องทำคือสร้างอิมแพ็คให้เห้นในสังคม ที่ผ่านมาได้เริ่มทำโครงการถนนพลาสติก ด้วยการนำเอาพลาสติกมาทำเป็นถนนเริ่มจากที่นิคมอุตสาหกรรม มีการเอาขยะมาบริหารจัดการ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคม

สรุป

ถือเป็นการปรับตัวอย่างต่อเนื่องของ SCG ที่ต้องปรับให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงในสังคม รวมถึงปัจจัยด้านเศรษฐกิจ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือเริ่มมีนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดขึ้น เชื่อว่าจะสร้างอิมแพ็คในสังคมได้อย่างแน่นอน

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา