กางแผน SCBS ขยายแพลตฟอร์มลงทุน “Easy Invest” ยกระดับสู่ Investment Broker

โลกเข้าสู่ยุคดิจิทัล พฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไป แต่คนไทยเทรดหุ่นออนไลน์อยู่ประมาณ 30-40% ขณะที่ต่างประเทศมีสัดส่วนถึง 80% แล้วดังนั้น SCBS หรือ บริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด จึงเร่งสปีดขยายงานด้านดิจิทัลเพื่อขยายการลงทุนให้เข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม

เปิดตัว “EASY INVEST” เจอกันเดือนตุลาคม 2561

กัมพล จันทวิบูลย์ ​CEO ของ SCBS บอกว่า ทางบริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาแพลตฟอร์มด้านการลงทุน ที่ชื่อว่า “EASY INVEST” เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงข้อมูลการลงทุนของลูกค้า บทวิเคราะห์และเครื่องมือต่างๆ ที่จะทำให้การลงทุนของลูกค้าง่ายสะดวกยิ่งขึ้น

แพลตฟอร์มตัวนี้จะเริ่มเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการในเดือนตุลาคม 2561 ซึ่งจะเช่ือมโยงไปที่ SCB EASY APP ทำให้ลูกค้าสามารถดูข้อมูลการลงทุนของตัวเองได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลหุ้น กองทุนรวมทั้งในไทยและต่างประเทศ หุ้นกู้ พันธบัตร และบริการอื่นๆของธนาคาร ซึ่งจะทำให้ลูกค้าบริหารจัดการการลงทุนได้สะดวกกว่าเดิม ซึ่งตัวแพลทฟอร์มจะแบ่งเป็น 5 ฟังก์ชั่นใหญ่ๆ ได้แก่

  • News & Researches ข่าว และบทวิเคราะห์
  • Tool box เป็นชาร์ทข้อมูลต่างๆที่ทำให้อ่านข้อมูลได้ง่ายขึ้น
  • Advisory Services บริการที่ปรึกษาด้านการลงทุน
  • Buy & Sell บริการซื้อขาย
  • Trader Communication (คาดว่าจะเปิดบริการในปีหน้า)

อย่างไรก็ตาม รายงานของดีลอยท์ พบว่าผู้ใช้ยังให้ความสำคัญกับช่องทางที่มีคนให้บริการมากกว่า รองลงมาคือมือถือ,​ เว็บไซต์ และโซเชียลมีเดีย การพัฒนาแพลตฟอร์มนี้ จะช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงบริการอื่นๆ ได้ง่ายขึ้น เช่น นัดหมายเข้ารับการปรึกษาจากพนักงาน ได้ทั้งแบบ Facetime และพบที่สาขา

มากกว่าบัญชีเพื่อการซื้อหุ้น แต่เป็นบัญชีเพื่อการลงทุน เพื่อเป้าหมายการเป็น ‘Investment Broker’

กัมพล เล่าต่อว่า เป้าหมายของบริษัทคือก้าวข้ามการเป็น Stock Broker ในปัจจุบันเพื่อกลายเป็น Investment Broker ว่าง่ายๆ คือ จากเดิมที่ลูกค้าส่วนใหญ่จะเดินมาที่บริษัทหลักทรัพย์เพื่อเปิดบัญชีในการซื้อขายหุ้น แต่ตอนนี้เราจะเปิดให้ลูกค้าสามารถลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อขายหุ้นในต่างประเทศกว่า 25 ประเทศ หรือกองทุนรวมต่างประเทศกว่า 1,500 กอง พันธบัตร หุ้นกู้ ฯลฯ

ขณะเดียวกัน 3 เดือนที่ผ่านมาทางบริษัทเปิดตัวบริการใหม่คือ รับฝากตราสารหนี้ (Bond) ในระบบ Scriptless ของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องเก็บใบตราสารหนี้ในรูปแบบกระดาษที่เสี่ยงต่อการสูญหาย นอกจากนี้ยังมีบริการแจ้งดอกเบี้ยที่จะเข้าบัญชีล่วงหน้า ซึ่งทำให้ลูกค้าสามารถวางแผนทางการเงินการลงทุนได้ดียิ่งขึ้น ปัจจุบันมีลูกค้ากลุ่มที่ลงทุนตราสารหนี้นำมาฝากไว้กับบริษัทกว่า 5,000 ล้านบาท คาดว่าสิ้นไตรมาส 3 ปี 2561 นี้จะมีลูกค้าฝากใบตราสารหนี้มูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท

จุดเด่นของ SCBS คือ ที่ผ่านมาเรามีการปรับปรุงบริการการลงทุนในต่างประเทศมากมาย เช่น ค่าธรรมเนียมในการซื้อขายหุ้นต่างประเทศต่ำที่สุด รวมถึงไม่มีการกำหนดมูลค่าขั้นต่ำในการซื้อขายหุ้นต่างประเทศ รวมถึงฟรีค่าธรรมเนียมการโอนเงินเพื่อเข้าไปซื้อหุ้นในต่างประเทศ ล่าสุดทางบริษัทอยู่ระหว่างการขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อให้บริการเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนกับลูกค้าที่ต้องการไปลงทุนในต่างประเทศ

ส่วนเรื่องกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เราตั้งใจขยายฐานลูกค้าในทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็น พนักงานออฟฟิส นักศึกษามหาวิทยาลัย รวมถึงกลุ่มผู้มีความมั่งคั่ง (wealth) ซึ่งแต่ละกลุ่มจะได้รับข้อมูลและบทวิเคราะห์ที่แตกต่างกัน

สิ้นปีตั้งเป้าขึ้น Top3 ในปี 63 มีฐานลูกค้า 2 แสนบัญชี

ในส่วนของ SCBS ตั้งเป้าหมายว่าปี 2563 นี้จะมีส่วนแบ่งการตลาดติด Top 3 ของตลาดไทย จากตอนนี้ที่อยู่อันดับ 7 และมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น 200,000 บัญชี จากปัจจุบันที่มีอยู่ประมาณ 100,000 บัญชี โดยกลยุทธ์หลักของบริษัทจะมุ่งเน้นที่การบริหารความมั่งคั่ง (Wealth Management) โดยใช้เทคโนโลยีเป็นส่วนสำคัญ ส่วนแผนงานปีนี้คาดว่าจะมีกำไรอยู่ที่ 600 ล้านบาท และคาดว่าปีหน้าจะมีกำไรอยู่ที่ 700-800ล้านบาท

กลยุทธ์หลักใน 3 ปีนี้ SCBS เราตั้งธีมว่าจะเป็น “Model supermarket” คือมีของทุกอย่างให้ลูกค้าเลือกซื้อ มีระบบการคัดกรอง เพื่อให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับความเสี่ยงและผลตอบแทนที่ลูกค้าต้องการ เช่น ระบบ Robo Advisor Algo Trade ปัจจุบันทางบริษัทอยู่ระหว่างการพูดคุยกับพันธมิตรเพื่อพัฒนาเทคโนโลยี ได้แก่ Bambu Bento Axial ฯลฯ

อัพเดทภาวะตลาดยังคาดการณ์สิ้นปี 2561 ดัชนีแตะ 1,900 จุด

แม้ว่าดัชนีหุ้นไทยจะปรับตัวลดลง ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังเทขายหุ้นไทยต่อเนื่อง แต่มองว่าตลาดหุ้นไทยปีนี้ยังจะไปต่อได้ โดยเชื่อว่าสิ้นปีดัชนีน่าจะอยู่ที่ระดับ 1,900 จุด เพราะหากเทียบกับเพื่อนบ้านแล้วดัชนีหุ้นไทยยังปรับตัวลดลงน้อยกว่า

ในขณะที่ค่าเงินบาทยังอ่อนค่าน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน 2-3% ส่วนทิศทางเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องเพราะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่มีความขัดเจนขึ้น

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจากหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ที่ปรับตัวดีขึ้นจากก่อนหน้านี้ ทั้งนี้มองว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ของไทยจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 1 ครั้งภายในปีนี้(แต่การประชุมกนง.รอบ 20 มิ.. 2561 คาดว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย) ขณะเดียวกันยังมีความคาดหวังสถานการณ์ทางการเมืองของไทยในทางบวกเพราะมองว่าจะมีการเลือกตั้งยังส่งผลดีก่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทย จึงแนะนำให้นักลงทุนเข้าซื้อสะสมในหุ้นไทย โดยประเมินแนวรับในทางเทคนิคไว้ที่ 1,620 จุด

สรุป

บริษัทหลักทรัพย์ ต้องมีการปรับตัวรับกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป จึงต้องเพิ่มแพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่ๆ เพื่อให้บริการลูกค้า ซึ่ง SCBS ก็ใช้จุดแข็งของการมีธนาคารไทยพาณิชย์เป็นบริษัทแม่ เพื่อขยายฐานลูกค้ารายย่อย และยังมีการเชื่อมโยงการลงทุนที่หลากหลาย ซึ่งจะสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้หลายกลุ่ม ใครเข้าถึงลูกค้าได้มากกว่าก็มีโอกาสเติบโตได้มากกว่า

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา