หมดยุคธนาคารแบบเดิม SCB-สมิติเวช คู่หูต่างธุรกิจ ดึงลูกค้าระดับ Wealth

คงหมดยุคธนาคารแบบเดิมๆไปแล้ว เพราะตอนนี้เราได้ข่าวทั้งสาขาธนาคารที่จะไปตั้งอยู่ในร้านสะดวกซื้อ ร้านขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไหนจะสาขาย่อยในอีกหลายรูปแบบ แต่ใครจะหวือหวาเท่า ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ที่เข้ามาเปิด Lounge ให้บริการการลงทุนถึงในโรงพยาบาล

ภาพจาก SCB

SCB เป็นทุกอย่างเพื่อคุณ เปิดตัว Lounge ดูแล Wealth ถึงรพ.

อาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ บอกว่า ทางธนาคารร่วมมือกับ โรงพยาบาลสมิติเวช เพื่อสร้างบริการที่ครบวงจรทั้งด้าน Wealth & Health โดยเปิดตัว THE FIRST LOUNGE & SCB INVESTMENT CENTER ที่รพ.สมิติเวช สุขุมวิทเป็นที่แรก โดยจะให้บริการลูกค้า Wealth ของธนาคาร(มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารของธนาคารหรือ AUM ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป) และลูกค้ากลุ่ม FIRST class ของรพ.สมิติเวช ซึ่ง Lounge นี้จะเป็นทั้งที่พักผ่อนและเรียนรู้เรื่องการลงทุน

ในตัว Lounge ให้บริการ 3 โซนได้แก่ 1) โซนรับรองด้านสุขภาพแบบครบวงจร ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลเฉพาะบุคคล เช่น การนัดหมอ พบหมอ จ่ายเงิน รอรับยา ระหว่างรอก็มีอาหารว่างสุขภาพและเครื่องดื่มไว้บริการ 2) โซน SCB Investment Center ให้บริการเรื่องการลงทุน โดยเรามีแผนจะเปิดอีก 60 แห่งทั่วประเทศ 3) โซนเอาท์ดอร์ พื้นที่เปิดโล่งสำหรับรองรับการจัดกิจกรรมพิเศษต่างๆ เช่น กิจกรรมดนตรีในสวน (Music in the garden) เวิร์คช็อปต่างๆ

ปัจจุบันฐานลูกค้า Wealth ของ SCB มีอยู่ราว 2.2 แสนราย หรือคิดเป็น AUM อยู่ที่ 1.3 ล้านล้านบาท ซึ่งคาดว่าสิ้นปี 2561 นี้จะเติบโต 10-15% และโตแบบก้าวกระโดด เพราะในปีหน้าจะมีพันธมิตรอย่างจูเลียส แบร์มา
สร้างกลยุทธ์เจาะกลุ่ม
Wealth อย่างเต็มที่

ส่ง DV ทำ FastPay จ่ายไว ร่นเวลาหาหมอไปเกือบครึ่ง 

นอกจากนี้ฝั่ง SCB ยังส่งบริษัทลูกด้านเทคโนโลยีอย่าง Digital Ventures (DV) นำโดย อรพงศ์ เทียนเงิน ประธานกรรมการบริหาร ของ DV มาพัฒนาโซลูชั่นในการชำระเงินชื่อว่า “Samitivej FastPay”

“Samitivej FastPay” แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ คิวอาร์โค้ดสำหรับการชำระเงินที่จุด FastPay Station ซึ่งผู้ใช้บริการสามารถเห็นค่าใช้จ่ายและสแกนชำระเงิน และรับเอกสารเพื่อนำไปรับยาได้ทันที ไม่ต้องรอคิวอีกต่อไป เพื่อให้ลูกค้าที่พบแพทย์แล้ว สามารถชำระเงินผ่านโมบายแบงก์กิ้งของแบงก์ไหนก็ได้

และส่วนที่ 2. คือการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตผ่านแอปพลิเคชัน Samitivej Plus โดยเราได้เปิดให้ผู้ใช้ได้ทดลองการชำระเงินทั้งสองรูปแบบที่สมิติเวช สุขุมวิท และศรีนครินทร์ โดยการทดสอบใน 1 เดือนที่ผ่านมา กว่า 1,157 ธุรกรรม พบว่าลูกค้ากว่า 90% จะกลับมาใช้อีกครั้ง นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเวลาลูกค้าที่ต้องรอคิว รอจ่ายเงิน และรอรับยาได้เกือบครึ่งหนึ่ง 

ที่สำคัญช่วงนี้ยังมีโปรโมชั่นตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธ.ค. 2561ให้ลูกค้าที่จ่ายเงินผ่าน Samitivej FastPay ทั้งสแกนคิวอาร์โค้ด ที่จุด FastPay Station หรือจ่ายด้วยบัตรเครดิตผ่านแอปฯ Samitivej Plus จะได้รับส่วนลด 10% สำหรับค่ายา ค่า X-Ray และ Lab ตามเงื่อนไขของโรงพยาบาล  ส่วนลูกค้าบัตรเครดิตของ SCB เมื่อจ่ายเงินผ่าน Samitivej FastPay จะได้รับส่วนลดพิเศษ

สมิติเวชล้ำสุด ให้ลูกค้านัดหมอ เลือกหมอ ผ่านแอปฯ Samitivej Plus 

นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มโรงพยาบาลสมิติเวช และโรงพยาบาลบีเอ็นเอช บอกว่า ตอนนี้เราเปิดตัวแอปพลิเคช่นใหม่ ชื่อว่า Samitivej Plus ที่เป็นเหมือนผู้ช่วยด้านสุขภาพ และทำให้ลูกค้าสะดวก สนุกและเข้าถึงบริการได้ตลอด 24 ชม.

จุดเด่นของแอปฯ นี้คือ ลูกค้าสามารถเลือกหมอที่ต้องการพบได้เอง สามารถนัดหมาย นอกจากนี้มีระบบ Pin ให้ลูกค้ากดก่อนการชำระเงินเสมอ ที่สำคัญยังมีข้อมูลความรู้เรื่องสุขภาพ วิธีการดูแลตัวเองเพื่อใช้ในช่วงก่อนเดินทางเข้าใช้บริการ (Pre Hospital) ระหว่างใช้บริการที่โรงพยาบาล (Hospital) จนถึงหลังจากกลับบ้านเพื่อพักฟื้นหรือดูแลตัวเอง (Post Hospital)

เบื้องต้นแอปฯ Samitivej Plus  เริ่มใช้ที่โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ และโรงพยาบาลเด็ก สมิติเวชก่อน และภายในปีนี้จะขยายการใช้งานกับโรงพยาบาลในเครืออีก 7 แห่งทั่วประเทศ

สรุป

SCB และ โรงพยาบาลสมิติเวช ร่วมมือกันพัฒนาบริการให้ลูกค้า เปิดตัว Lounge ของธนาคารใน รพ.เพื่อเอาใจลูกค้า Wealth นอกจากนี้ทั้งการเพิ่มนวัตกรรมชำระเงินด้าย QRcode และการจ่ายเงินด้วยบัตรเครดิตบนแอปฯของ Samitivej Plus

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา