SCB จับมือ J.I.B. ตอบโจทย์ลูกค้าดิจิทัลผ่าน SCB Easy Mall ครบเครื่องเรื่องช้อปออนไลน์ด้วย PayWise

ผู้บริโภคยุคใหม่เน้นการบริการที่ตอบสนองรวดเร็วทันใจมากขึ้น เพราะความต้องการของคนยุคนี้สำเร็จได้แค่ปลายนิ้วคลิก ธนาคารไทยพาณิชย์จึงพัฒนาแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ Easy Mall บนแอปพลิเคชัน SCB EASY เพื่อตอบสนองโมเมนต์ Now ของลูกค้าให้ชอปปิ้งได้สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ล่าสุด จับมือกับพันธมิตร บริษัท เจ.ไอ.บี คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป จำกัด (J.I.B.) ด้วย

สีหนาท ล่ำซำ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Payment Product Solution and Management ธนาคารไทยพาณิชย์ (ซ้าย) สมยศ เชาวลิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ. ไอ. บี คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป จำกัด (ขวา) ภาพจาก SCB

J.I.B. ถือเป็นผู้จัดจำหน่ายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไอทีชั้นนำของไทย ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ มีความเชี่ยวชาญและชำนาญในเรื่องธุรกิจ E-Commerce 

ปี 2018 ที่ผ่านมา J.I.B. ทำรายได้สูงมากว่า 9,000 ล้านบาท รายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณ 700 – 800 กว่าล้านบาท มี 150 สาขาทั่วไทย เปิดบริการออนไลน์ 24 ชั่วโมง ลูกค้าสามารถช้อปปิ้งและสั่งซื้อออนไลน์และได้รับสินค้าเร็วที่สุดภายใน 3 ชั่วโมง

สีหนาท ล่ำซำ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Payment Product Solution and Management ธนาคารไทยพาณิชย์ ภาพจาก SCB

สีหนาท ล่ำซำ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Payment Product Solution and Management ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่าแอปพลิเคชัน SCB EASY พยายามรักษาฐานลูกค้าที่ปัจจุบันทะลุ 10 ล้านราย รวมถึงการต่อยอดสร้างประสบการณ์ด้านการชำระเงิน ให้สามารถเข้าซื้อสินค้าผ่าน SCB EASY ได้แบบเรียลไทม์ผ่านฟีเจอร์น้องใหม่ Easy Mall 

นอกจากนี้ SCB ยังเปิดตัวระบบชำระเงินออนไลน์ที่เรียกว่า SCB PayWise ที่จะเชื่อมโยงการชำระเงินระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นไปอย่างไร้รอยต่อ ด้วย ระบบการชำระเงินนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การตัดเงินผ่านบัญชีออมทรัพย์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่สามารถ ชำระผ่านทางบัตรเครดิตแบบเต็มจำนวน หรือจะผ่อนชำระได้ทั้งบัตรเครดิต และบัตร Speedy Cash ของไทยพาณิชย์ได้อีกด้วย สำหรับช่วงเปิดตัวนี้ สินค้าส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ ตลอด 24 ชั่วโมง

สมยศ เชาวลิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.ไอ.บี คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป จำกัด ภาพจาก SCB

ขณะที่สมยศ เชาวลิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจ.ไอ.บี คอมพิวเตอร์ กรุ๊ป จำกัด ระบุว่า J.I.B. ผลิตสินค้าไอทีเพื่อตอบสนองลูกค้า สินค้าหลักคือโน๊ตบุค เครื่องประกอบ ที่มีทั้งลูกค้าที่เป็นสายเกม และคนทำงานที่มีอาชีพหลักที่ต้องใช้อุปกรณ์ไอทีสเปคสูง เช่น งานตัดต่อ งานเขียนแบบ อุปกรณ์ประเภทเกมมิ่งเกียร์ เมาส์ คีย์บอร์ด ตัวละหมื่นบาทขึ้นไป ถือว่าลูกค้าระดับนี้อยู่กับเราในสัดส่วน 60% 

สมยศเล่าว่า 5 ปีที่ผ่านมา ให้บริการผ่านออนไลน์และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สามารถส่งสินค้าได้เร็วสุดภายใน 3 ชั่วโมง เมื่อไม่นานมานี้ และส่งสินค้าตลอด 24 ชั่วโมง พฤติกรรมลูกค้าปัจจุบันเน้นซื้อตอนนี้ ต้องการรับสินค้าเดี๋ยวนี้ 

การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ภายในกรุงเทพฯ สามารถสั่งซื้อด้วยราคาขั้นต่ำที่ 3,000 บาท สามารถรับสินค้าได้ภายใน 3 ชั่วโมง ถ้าเป็นลูกค้าในพื้นที่ต่างจังหวัด จะได้ภายในวันถัดไป ลูกค้าของ J.I.B. แบ่งเป็นลูกค้าออนไลน์ประมาณ 100 ล้านบาท ขณะที่ออฟไลน์ประมาณ 700 ล้านบาท

อนาคต J.I.B. จะทำ warehouse กลางเมือง จากเดิมที่ออฟฟิศตั้งอยู่ย่านดอนเมือง คาดว่าจะทำเพิ่มกลางใจเมืองในอนาคตภายใน 6 เดือน และจะสามารถส่งสินค้าได้ภายใน 2 เดือน หลัง Warehouse  สร้างเสร็จเรียบร้อย สินค้ากลุ่มใหญ่ของ J.I.B. มีทั้งคน Gen Z เป็นสายเกมเมอร์ ซื้อเมาส์ตัวละหมื่น ซื้อการ์ดจอ 200,000 บาท 

ภาพจาก SCB

ด้าน SCB เองก็ปรับโฉมใหม่โมบายแบงกิ้งเมื่อปี 2560 ที่ผ่านมานี่เอง ในส่วนของผู้ใช้งานและการทำธุรกรรมทางการเงินแบบออนไลน์นี้ พบว่ามีจำนวนเพิ่มมากขึ้นต่อเนื่อง ผู้ใช้งานในปี 2560 มีราว 5.3 ล้านคน เติบโตเป็น 8.4 ล้านคนในปี 2561 และ ณ สิ้นเดือนพฤศจิกายน 2562 ตัวเลขลูกค้าทะยานแตะที่ 10.35 ล้านคน

ในส่วนของ Easy Mall นี้ ลูกค้าสามารถชอปปิงได้ตลอด 24 ชั่วโมง ช่วงแรกเปิดขายผลิตภัณฑ์ไอทีจาก เจ.ไอ.บี ก่อนขยายสู่ร้านค้าชั้นนำอื่นๆ ในหลายอุตสาหกรรมต่อไปในอนาคต ตอนนี้มีพาร์ทเนอร์อยู่สองรายในปัจจุบัน คือ ไลน์ และ J.I.B. คิดว่าจะตั้งเป้าให้มีพาร์ทเนอร์เป็น 6 ราย ในหมวดหมู่ที่แตกต่างกันไป แบ่งเป็นกลุ่มไอที แฟชั่น อาหาร ค้าปลีก รถยนต์ กีฬาและเอนเตอร์เทนเมนท์ โดยจะพยายามเข้าไปในทุกไลฟ์สไตล์เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการของลูกค้า SCB ให้มากที่สุด

ภาพจาก SCB

ขณะที่ SCB PayWise นั้น จะมาช่วยเชื่อมต่อประสบการณ์ด้านการชำระเงินออนไลน์ให้ดียิ่งขึ้น จากเดิมที่ ลูกค้าซื้อของต้องมีเงินในบัญชี ตัดเงินจากบัญชีธนาคารเท่านั้น แต่ SCB PayWise ตอบโจทย์ลูกค้ามากกว่านั้น 

  • สามารถตัดบัญชีโดยตรงจากบัญชีเงินฝาก
ภาพจาก SCB
  • สามารถจ่ายเงินโดยตัดผ่านบัตรเครดิต ซึ่งมีทางเลือกให้หลากหลาย อาทิ
    • Full amount คือ จ่ายแบบเต็มจำนวน ผ่านบัตรเครดิตของ SCB ที่ผูกไว้กับ SCB EASY
    • Installment payment หรือ จ่ายแบบแบ่งชำระ ว่าจำนวนเดือนเท่าไร จ่ายวันที่เท่าไร เรียกได้ว่าลูกค้าสามารถออกแบบได้ว่าอยากจ่ายแบบไหน จ่ายอย่างไร เป็นการดีไซน์รูปแบบการชำระเงินให้ตรงกับความต้องการได้ด้วยตนเอง 
    • Speedy cash บัตรกดเงินสดที่สามารถให้สินเชื่อและยังอนุญาตให้ลูกค้าสามารถออกแบบการชำระค่าสินค้า/บริการ แบบ Installment payment ได้ยาวขึ้นมากกว่า 10 เดือนอีกด้วย
ภาพจาก SCB

สำหรับสิทธิพิเศษที่ลูกค้าจะได้เมื่อใช้บริการผ่านฟีเจอร์ Easy Mall ของ SCB จากการซื้อสินค้า J.I.B. คือ สามารถเลือกผ่อน 0% ได้ อย่างน้อย 10 เดือน ส่งฟรี รับสินค้าได้ในวันถัดไปโดยไม่มีลิมิตสำหรับราคาขั้นต่ำ ปกติสั่งสินค้า J.I.B. ต้องเริ่มต้นที่ 500 บาทถึงจะสามารถส่งฟรีและได้รับสินค้าในวันถัดไป

สาเหตุที่ SCB เลือก J.I.B. เป็นพาร์ทเนอร์เพราะตรงกับไลฟ์สไตล์ลูกค้า มีทั้งสินค้าที่เฉพาะกลุ่มเหมาะกับลูกค้าที่ชอบใช้สินค้าเฉพาะทาง ไม่เหมือนใคร รวมถึงการให้บริการแบบเรียลไทม์ทำให้ตอบโจทย์ลูกค้าได้แบบทันใจ

ขณะที่ J.I.B. นั้นมองว่าจุดเด่นของตัวเอง คือ การให้ความสำคัญกับเรื่องของการให้บริการ และการให้บริการหลังการขาย เราเป็นเจ้าของคนเดียว ไม่ใช่แฟรนไชส์ มีทีมที่ดูแลให้ลูกค้าถึงที่บ้านในกรณีหลังการขาย ตอนนี้ J.I.B. มี 150 สาขาทั่วประเทศ MINE มี 12 สาขา ขายตั้งแต่ middle – high มีสัดส่วนการขายออนไลน์โตขึ้น 27% คิดว่าปีหน้าจะอยู่ที่ 25% ตามภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน บางครั้งสินค้าเฉพาะมีจำนวนน้อย J.I.B. สามารถคุยกับแบรนด์ว่าจะมาขายเจ้าเดียวเท่านั้นก็ได้ เช่นขายใน J.I.B. เท่านั้น

ภาพจาก SCB

SCB พูดถึง Easy Mall ว่าเป็นความท้าทาย เราไม่ได้แข่งกับ e-marketplace เราไม่ได้แข่งกับใคร เราทำเพื่อตอบโจทย์ลูกค้า ปีหน้าคาดว่าจะขยายฐานลูกค้าได้ถึง 12 ล้าน ปัจจุบันอยู่ที่ 10 ล้านกว่าแล้ว

ในอนาคต J.I.B. คิดว่าจะมีการส่งของ ที่จะใช้ Grab เข้ามาช่วย ลูกค้าจะสามารถตรวจสอบได้ว่าสินค้าตนเองอยู่สถานะไหนแล้ว เดินทางไปถึงจุดใดแล้ว ปัจจุบันเราแพคสินค้าให้ลูกค้าดูด้วย และยังมีหุ่นยนต์อีกกว่า 10 ตัวมาช่วยในส่วนของการจัดการสินค้าที่ warehouse 

ถ้ามีโปรโมชั่นแรงๆ บางช่วง จะสามารถขายสินค้าได้ทะลุ 20 ล้านบาทได้ ตอนนี้เราแยกกันระหว่าง warehouse หน้าร้าน และออนไลน์ สินค้าหลัก 3 อันดับแรกของเราคือ โน๊ตบุคเกมมิ่ง จอ และโน๊ตบุคธรรมดา ตลาดของ J.I.B. ส่วนใหญ่เป็นลูกค้ากรุงเทพฯ 65% ลูกค้าต่างจังหวัด 35% ตามหัวเมืองใหญ่ๆ 

ภาพจาก SCB
Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา