SAPPE โชว์ผลงาน Q2/65 รายได้รวม 1,334.5 ล้านบาท โต 38.9% กำไรสุทธิ 167.3 ล้านบาท

บมจ. เซ็ปเป้ หรือ SAPPE โชว์ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2565 ทำนิวไฮอีกครั้งต่อเนื่องติดต่อกันเป็นครั้งที่ 2 กวาดกำไรสุทธิ 167.3 ล้านบาท อันเป็นผลจากการทำตลาดต่างประเทศจนเป็นกระแสโด่งดัง โดยเฉพาะในยุโรป เอเชีย และตะวันออกกลาง เติบโตสวนวิกฤตต่างๆ ที่เผชิญอยู่ทั่วโลก เดินเกมส์รุกสู่เป้าหมาย Global Brand มีรายได้ Triple Growth แตะ 10,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปีอย่างแข็งแกร่ง

sappe

ปิยจิต รักอริยะพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) หรือ SAPPE เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานของ SAPPE ในไตรมาส 2/2565 บริษัทมีรายได้รวม 1,334.5 ล้านบาท เติบโต 38.9%  เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ที่มีรายได้รวม 960.5 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 167.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ที่มีกำไรสุทธิ 126.9  ล้านบาท บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 20% จากปีก่อนหน้า และยังเป็นไปตามแผนการดำเนินงานสู่รายได้ 10,000 ล้านบาท ใน 5 ปีที่วางไว้ ได้แก่ สร้างการเติบโตจากตลาดต่างประเทศ ตลาดในประเทศ ออลโคโค่ และการทำ M&A 

ในตอนนี้ นับว่าเราเดินตามแผนได้อย่างน่าพอใจ โดยเฉพาะตลาดต่างประเทศ ด้วยความแข็งแกร่งของ Business Partners คุณภาพที่เซ็ปเป้มีอยู่ทั่วโลก โดยเฉพาะในทวีปยุโรปมีการเติบโตสูงถึง 92.1% ทวีปเอเชียเติบโต 83.9% และตะวันออกกลางเติบโต 59.3% แม้ในช่วงสถานการณ์ที่ท้าทายจากวิกฤตต่างๆ ที่ดำเนินอยู่ทั่วโลก เรายังสามารถเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งในหลายประเทศมี Local Influencers พูดถึง Mogu Mogu เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็น Viral ในยุโรป นอกจากนี้ ยังมีสื่อกระแสหลักของบางประเทศพูดถึงเรามากขึ้น ซึ่งการมีผู้บริโภคชาวต่างชาติในประเทศนั้นๆ พูดถึงสินค้าของเราจนเป็น Word-of-Mouth ถือเป็นโมเมนตั้มที่ดีมากๆ เพราะหมายถึงเรากำลังขยับเข้าไปอีกก้าว เพื่อเข้าใกล้เป้าหมายที่เราอยากนำแบรนด์ของคนไทยไปสู่ Global Brand อย่างแข็งแรงและยั่งยืน” 

ความสำเร็จของแบรนด์ Mogu Mogu ที่วางขายอยู่ใน 98  ประเทศทั่วโลก วันนี้ได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการเป็น Lifestyle Brand บน Application ยักษ์ใหญ่ในประเทศเกาหลีใต้ ZEPETO ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ภายในระยะเวลาสัปดาห์แรกของการเปิดตัว สามารถสร้างยอดขายจาก Items บน Platform ได้กว่า 200,000 Items มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 4 เท่า และกลายเป็น Best Items ยอดฮิตติดอันดับชาว Metaverse บน ZEPETO ในหลายๆ ประเทศไปแล้ว

กระแสที่เกิดขึ้น เป็นแรงกระเพื่อมให้ทุกภูมิภาคเติบโตอย่างก้าวกระโดด และสามารถขยายการกระจายสินค้าไปได้อีกเป็นจำนวนมาก จากนี้ เราจะมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้นไปอีก เพื่อต่อยอดความสำเร็จของ Mogu Mogu ขยายสู่เครือข่ายช่องทางการขายที่บริษัททำตลาดไว้กว่า 90 ประเทศในปีต่อๆ ไปนางสาวปิยจิต กล่าว

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา