ค้าเฟอร์นิเจอร์ยิ้ม “แสนสิริ” มีแผนทำ E-Marketplace ของแต่งห้อง ต่อยอด MR Sales Gallery

Mixed Reality หรือ MR เป็นอีกเรื่องที่วงการอสังหาฯ ต้องไป เพราะเพิ่มประสบการณ์ให้ผู้ซื้อเหมือนอยู่ในที่พักอาศัยจริงๆ “แสนสิริ” จึงเห็นโอกาสต่อยอดเทคโนโลยีนี้ ด้วยการเปิดกว้างผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์มาร่วมทำตลาดด้วยกัน

แบบจำลองการใช้งานเทคโนโลยี Mix Reality หรือ MR

ยกระดับการตกแต่งบ้านให้จริงยิ่งขึ้น

ก่อนหน้านี้การแต่งคอนโดมิเนียมสักห้องหนึ่งต้องใช้เวลานานเพื่อหาเฟอร์นิเจอร์ที่เหมาะสม ไล่ตั้งแต่โต๊ะ, เก้าอี้, โซฟา, ตู้เสื้อผ้า, เตียง และอื่นๆ เพราะต้องเดินทางออกไปตามร้านเฟอร์นิเจอร์ และถึงซื้อออนไลน์ก็เสี่ยงที่ขนาด หรือรูปแบบจะไม่ตรงที่ต้องการด้วย ทำให้บริษัทเทคโนโลยีต่างๆ เริ่มพยายามหาทางออกเรื่องนี้

ซึ่งทางออกก็คงไม่พ้น Augmented Reality หรือ AR ที่ตอบโจทย์เรื่องการเห็นสินค้าจริงๆ เพียงแค่นำ Smartphone ไปส่องบริเวณที่ต้องการ แต่มันจะทำอย่างนั้นได้ก็ต้องมีห้องคอนโดมิเนียมเสียก่อน แล้วถ้าไม่มีจะทำอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ “แสนสิริ” ได้เล็งเห็น พร้อมกับร่วมมือ AIS และ Microsoft เพื่อสร้าง Mixed Reality ขึ้น

ทวิชา ตระกูลยิ่งยง ประธานผู้บริหารสายงานเทคโนโลยี บมจ.แสนสิริ

ทวิชา ตระกูลยิ่งยง ประธานผู้บริหารสายงานเทคโนโลยี บมจ.แสนสิริ เล่าให้ฟังว่า Mix Reality หรือ MR คือเทคโนโลยีที่รวม Virtual Reality หรือ VR กับ AR เข้าด้วยกัน เพื่อเชื่อมต่อโลกเสมือนกับโลกจริงเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ และทำให้บริษัทปิดการขายได้ง่ายขึ้น เพราะผู้ซื้อจะเหมือนอยู่ในห้องจริงๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

เติบโตไปด้วยกันแบบพาร์ทเนอร์ธุรกิจ

“เราจะนำ MR ไปใช้กับ Sale Gallery แห่งใหม่ที่จะเปิดขึ้นช่วงกลางปีนี้ ซึ่งลูกค้าที่มาใช้สามารถเข้าชมห้องต่างๆ ของคอนโดมิเนียมของเราได้เกือบทุกโครงการ โดยช่วงแรกจะเป็นโครงการใหม่ที่แสนสิริเปิดช่วงนั้นก่อน นอกจากนี้ตัว Sale Office ในต่างประเทศก็จะมีเทคโนโลยีนี้ใช้ด้วย เพื่อให้ชาวต่างชาติได้รับประสบการณ์เหมือนอยู่ไทย”

ขณะเดียวกัน “แสนสิริ” มีแผนเปิดช่องให้กลุ่มผู้ค้ารายย่อยนำเฟอร์นิเจอร์เข้ามาแสดงในเทคโนโลยี MR เพื่อเพิ่มโอกาสการขาย โดยระหว่างที่ลูกค้ากำลังชมรูปแบบของห้องบนเทคโนโลยี MR ก็สามารถเลือกเฟอร์นิเจอร์ในระบบมาใส่ไว้ในห้องก่อนได้ หากชอบก็สามารถสั่งซื้อได้ในทันที

อย่างไรก็ตามตอนนี้บริษัทยังเป็นพาร์ทเนอร์กับแค่ SB Funiture อยู่ ทำให้เฟอร์นิเจอร์ในระบบ MR ที่แสดงจะมาจากทางนี้ ทำให้ไม่มีความหลากหลายมากนัก แต่ในอนาคตการเปิดโอกาสให้ร้านค้ารายย่อยก็ทำให้ทางแสนสิริ และธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ สามารถเติบโตไปด้วยกันได้อย่างยั่งยืน

ทั้งหมดมองเห็นผ่าน HoloLens ของ Microsoft โดยมี AIS เป็นผู้พัฒนาไปใช้จริงในแสนสิริ

ปรับแผนไอทีเป็นเดินหน้า Startup

ในทางกลับกันแผนการลงทุนเรื่องการวิจัย และพัฒนา ทางบริษัทมีการปรับลดงบประมาณปีนี้เหลือ 50 ล้านบาท จากปีก่อนที่ 80 ล้านบาท เพราะต้องการเดินหน้าร่วมมือกับ Startup หรือธุรกิจใหม่ๆ ที่น่าสนใจมากกว่าการทำเอง เพราะสามารถทำได้เร็ว และทำได้ดีกว่าเดิมผ่านความเชี่ยวชาญของพาร์ทเนอร์ในแต่ละด้าน

“ไม่แปลกที่งบวิจัย และพัฒนาเราจะลดลง โดยเรามีการทุ่มทีเดียวกับการตั้ง Siri Ventures เพื่อลงทุนใน Startup แล้ว แต่เรื่องการลงทุนระบบไอทีปีก่อนใช้ไป 200 ล้านบาท ปีนี้ก็ยังคง Maintain อยู่ เพราะมีระบบหลังบ้านต่างๆ ที่ต้องดูแล ดังนั้นเรื่องการพัฒนา Product ใหม่ๆ เราจึงอยากโตไปด้วยกันมากกว่า”

Siri Ventures ที่ลงทุนใน Startup ที่น่าสนใจ

ทั้งนี้การทำ MR ของ “แสนสิริ” ก็แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงชัดเจนของวงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย เพราะทุกรายเริ่มนำเทคโนโลยีล้ำๆ มาช่วยในการปิดการขาย และก่อนหน้านี้ตัวแสนสิริเองก็เพิ่งนำการทำงานแบบ Agile มาประยุกต์ใช้ในบางส่วนขององค์กรแล้วด้วย

สรุป

Mix Reality เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่น่าสนใจ เพราะช่วยปลดล็อคการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างดี ผ่านบรรยากาศเสมือนจริงแม้ไม่ต้องไปที่โครงการเอง ดังนั้นหากพัฒนาอะไรได้ดีกว่านี้อีก เช่นรูป รส กลิ่น และเสียง เข้ามาในระหว่างการรับชมด้วย ก็คงช่วยปิดการขายได้ไม่ยากแน่นอน

แต่ปัจจุบันไม่ได้มีแค่ “แสนสิริ” ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ ยังมี Home Prise ที่พัฒนาเทคโนโลยีให้ใช้แล้วเช่นกัน แต่เป็นในรูปแบบ AR ผ่าน Smartphone

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา