เปิดแนวคิด “สามย่านมิตรทาวน์” ปั้นค้าปลีกแห่งใหม่ทั้งที ต้อง “เป็นที่จดจำ” ให้มากที่สุด

สามย่านมิตรทาวน์บิ๊กโปรเจ็คต์แห่งใหม่บนถนนพระราม 4 กับแนวคิดในการปั้นโครงการใหม่ ต้องแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ผุดโซน 24 ชั่วโมงที่ตอบรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

ต้องเป็นมิกซ์ยูส และสร้างการจดจำให้มากที่สุด

ในสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ อีกทั้งสภาพตลาดของอุตสาหกรรม “ค้าปลีก” ในประเทศไทยก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีการเติบโต แต่ก็ยังพบว่ามีโครงการใหม่ๆ ผุดขึ้นทุกๆ ปี บางโครงการก็ได้รับผลตอบรับดี แต่บางโครงการก็เงียบๆ ไป ขึ้นอยู่กับโลเคชั่น

คำถามก็คือ ในสภาวะที่มีศูนย์การค้าอยู่ทั่วเมือง การจะสร้างโครงการค้าปลีกแห่งใหม่สักโครงการจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้อยู่รอด?

หลายคนคงได้เห็นโครงการ “สามย่านมิตรทาวน์” กันบ้างแล้ว ซึ่งเป็นบิ๊กโปรเจ็คต์แห่งใหม่จาก บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ โกลเด้นแลนด์ มีมูลค่าถึง 9,000 ล้านบาท เป็นอาคารมิกซ์ยูสที่รวมพื้นที่ค้าปลีก โรงแรม อาคารสำนักงานและที่อยู่อาศัย

ปัจจุบันโกลเด้นแลนด์อยู่ในเครือบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด อยู่ในอาณาจักรของ “เสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี” เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีโครงการในมือทั้งที่พักอาศัย โรงแรม อาคารสำนักงาน มีมูลค่าสินทรัพย์รวม 43,959 ล้านบาท การสร้างสามย่านมิตรทาวน์จึงเป็นโครงการแรกที่กระโดดมาในธุรกิจ “ค้าปลีก”

แน่นอนว่าต้องมีความท้าทายที่ล้อมอยู่รอบด้านเพราะไม่มีประสบการณ์ในการทำค้าปลีกมาก่อน การจะเปิดโครงการใหม่จึงจำเป็นต้องมีคอนเซ็ปต์ที่ดี ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายได้ หลักการคิดของการปั้นสามย่านมิตรทาวน์จึงต้องแปลกใหม่ และสร้างการจดจำให้มากที่สุด จึงเป็นโครงการมิกซ์ยูสที่ถือว่าเป็นเทรนด์ของอสังหาริมทรัพย์ในยุคนี้

ธนพล ศิริธนชัย ประธานอำนวยการ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ โกลเด้นแลนด์ เปิดเผยว่า

“ด้วยที่ดินในย่านพระราม 4 เป็นที่จับตามองอย่างมาก เทรนด์ในตอนนี้ก็ถูกพัฒนาเป็นโครงการมิกซ์ยูสคือประกอบด้วยศูนย์การค้า อาคารสำนักกงาน และที่อยู่อาศัย เป็นการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ในเมือง เพราะที่ดินหายากขึ้น มีราคาแพงขึ้น จึงต้องทำโครงการมิกซ์ยูส ซึ่งสามย่านเป็นการเชื่อมเมืองเก่า กับเมืองใหม่เข้าด้วยกัน 

ส่วนความท้าทายใหญ่ของสามย่านมิตรทาวน์ในโซนศูนย์การค้าที่ได้ทำเป็นครั้งแรก มีแนวคิดที่ว่าจะทำอย่างไรให้แตกต่าง อยากให้ให้เกิด Ecosystem ในพื้นที่ด้วย มีทั้งการเรียนรู้ และความสนุก ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์”

สามย่านมิตรทาวน์จึงเป็น Integrated Mixed-Use เต็มรูปแบบ ที่มีองค์ประกอบทั้งอาคารสำนักงาน ที่พักอาศัย โรงแรม และรีเทลในสัดส่วนพื้นที่พอๆ กัน จะทำให้โครงการมีทั้งคนทำงาน นักศึกษา คนใช้ชีวิต มีนักท่องเที่ยว ซึ่งจะมีส่วนสนับสนุนซึ่งกันและกัน

เอาใจสายฟู้ด-การศึกษา ไม่ทิ้งกลิ่นอายความเป็นสามย่าน

ด้วยทำเลของสามย่านมิตรทาวน์ตั้งอยู่หัวมุมถนนพญาไท-พระราม 4 เป็นพื้นที่เช่าจากทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยรวม 30 ปี เรียกว่าทำเลอยู่ใกล้สถานศึกษา อีกทั้งยังมีโซนอาคารสำนักงาน ใกล้ CBD อย่างสีลม สาทร และพื้นที่สามย่านเองก็มี Heritage ที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารการกินอยู่แล้ว

สามย่านมิตรทาวน์จึงชูคอนเซ็ปต์ “Urban Life Library – คลังแห่งอาหารและการเรียนรู้” ให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษา การเรียนรู้ และอาหารเป็นพิเศษ และคนไทยเองก็ให้ความสำคัญกับเรื่องอาหารการกินอย่างมาก การชูเรื่องอาหารเป็นอันดับต้นๆ ถือว่าจับจริตคนไทยได้พอสมควร

ภายในโครงการจึงได้เห็นร้านอาหารที่เป็นแบรนด์ดังทั้งไทย และต่างประเทศมาเป็น “แม่เหล็ก” หลายแบรนด์เป็นการมาเปิดที่สามย่านมิตรทาวน์เป็นแห่งแรกอีกด้วย ได้แก่ ร้านก๋วยเตี๋ยวจากไต้หวัน Mei wei wan noodle, ร้านไก่ทอด To Kio Jo จากเกาหลี, ร้านอาหารสไตล์จีน Din’s ในเครือเซ็นกรุ๊ป, ร้าน Byeokje ร้านอาหารเกาหลีประเภทปิ้งย่าง, ร้านกาแฟและอาหารบริการด่วน Tim Hortons เป็นร้านชื่อดังจากประเทศแคนาดา, ศูนย์อาหารสตรีท ฟู้ด SAMYAN  FOOD Legends by MBK ที่รวมร้านอาหารระดับตำนานในสามย่าน สะพานเหลือง และเยาวราช

“เนื่องจากสามย่านมิตรทาวน์สร้างอยู่บนพื้นที่การศึกษา จึงให้ความสำคัญเรื่องความรู้ Live Long Learning ให้ความสำคัญกับอาหาร เพื่อเป็นคลังแห่งอาหาร และการเรียนรู้”

จับไลฟ์สไตล์ให้อยู่หมัดด้วยโซน 24 ชั่วโมง

อีกหนึ่งคอนเซ็ปต์สำคัญที่เป็นไฮไลท์หลักของสามย่านมิตรทาวน์ก็คือ “โซน 24 ชั่วโมง” ที่มีทั้งร้านอาหาร และ Co-working Space ซึ่งโซน 24 ชั่วโมงนี้มีพื้นที่ 5,000 ตารางเมตร จากพื้นที่ค้าปลีกทั้งหมด 36,000 ตารางเมตร

โซน 24 ชั่วโมงได้กลายเป็นความแตกต่างที่สำคัญที่ทำให้โครงการนี้ว้าวกว่าค้าปลีกแห่งอื่น ด้วยทำเลอยู่ใกล้สถานศึกษาด้วย ทำให้มีนักศึกษาที่สามารถใช้บริการ 24 ชั่วโมงได้

แต่ก็ต้องบอกว่าเทรนด์รีเทล 24 ชั่วโมงได้เริ่มมีบทบาทมากขึ้น โครงการอสังหาฯ ของกลุ่มเสี่ยเจริญก็เคยได้ชิมลางจาก “เดอะ สตรีท รัชดา” มาแล้ว ก็ได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี เริ่มมาขายต่อในโครงการอื่นๆ

อีกทั้งพฤติกรรม และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคนี้มีการเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน หรือการใช้ชีวิต ซึ่งเทคโนโลยีทำให้การใช้ชีวิตไม่ได้อยู่ในกรอบในเวลาการทำงานปกติ คนรุน่ใหม่จะทำงานเวลาไหนก็ได้ จะทานอาหารเวลาไหนก็ได้ การมีโซน 24 ชม.จึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์มากขึ้น โดยมีทั้งซูเปอร์มาร์เก็ต ฟิตเนส ร้านอาหาร ร้านกาแฟ พื้นที่การเรียนรู้ CO-OP 24 ชม. อีกทั้งยังมีธนาคารกสิกรไทย, ไทยพาณิชย์ และกรุงศรี ที่บริการ 24 ชม. ด้วย

“เราได้เห็นเทรนด์คนใช้ชีวิตตลอด 24 ชม. นักศึกษาเองก็มีการทำรายงาน อ่านหนังสือ หรือคนทำงานฟรีแลนซ์ สตาร์ทอัพ เพียงแต่ก่อนหน้านี้ไม่มีที่รองรับ อีกทั้งยังกังวลเรื่องความปลอดภัย ต้องมีพื้นที่ที่สร้างความมั่นใจให้เขาได้” 

ส่วนแบรนด์ที่เปิดคอนเซ็ปต์ใหม่แห่งแรก และให้บริการ 24 ชั่วโมงเป็นสาขาต้นแบบแรกด้วย ได้แก่ KFC ส่งคอนเซ็ปต์ใหม่ ‘1 OF A KIND’ สร้างประสบการณ์ใหม่ให้แก่ลูกค้า ทั้งการสั่งออเดอร์อาหารด้วยระบบ Self-ordering Kiosk

Big C Food Place ซูเปอร์มาร์เก็ตที่เน้นจำหน่ายอาหารสดสัดส่วน 50% อีก 50% เป็นกลุ่มสินค้าประเภทอาหารแห้ง Shabushi buffet จากโออิชิ กรุ๊ป และก๋วยเตี๋ยวเรือพระนคร ร้านดังจากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เปิด 24 ชม.สาขาแรก

สามย่านมิตรทาวน์ได้เปิดให้บริการได้แล้วเรียบร้อยเมื่อวันที่ 20 กันยายนที่ผ่านมา ภาพรวมของโครงการมีพันธมิตรเข้ามาเช่าพื้นที่ต่างๆ ค่อนข้างมาก อาทิ โซนพลาซ่า ปล่อยเช่ากว่า 85% คอนโดมิเนียมยอดจองซื้อกว่า 60% และอาคารสำนักงานมียอดเช่าพื้นที่กว่า 60%

มีการคาดการณ์จะมีผู้ใช้บริการหมุนเวียนประมาณ 25,000 คนต่อวัน โดยเฉพาะโซน 24 ชม. คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการหมุนเวียน 5,000 คนต่อวัน และมียอดการใช้จ่ายเฉลี่ย 400 บาทต่อคน

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา