Home Article เมื่อความสงบซ่อนตัวอยู่ในเมือง เบื้องหลังแนวคิดการออกแบบ Park Heritage ให้เป็น Family Estate ที่เติบโตไปพร้อมครอบครัว

เมื่อความสงบซ่อนตัวอยู่ในเมือง เบื้องหลังแนวคิดการออกแบบ Park Heritage ให้เป็น Family Estate ที่เติบโตไปพร้อมครอบครัว

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปีนี้ยังเผชิญความท้าทายจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายต้องปรับกลยุทธ์รับมือกับภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลง 

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ตลาดบ้านเดี่ยวระดับ Super Luxury ยังคงได้รับความสนใจจากผู้ซื้ออย่างต่อเนื่อง เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ได้ตัดสินใจจาก ‘ราคา’ เพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับปัจจัยที่ยากจะทดแทน ทั้งทำเล คุณภาพของที่ดิน ความเป็นส่วนตัว และคุณค่าของบ้านในระยะยาว

สำหรับคนกลุ่มนี้ บ้านไม่ได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่เติบโตไปพร้อมกับครอบครัว รองรับทั้งการเปลี่ยนแปลงของชีวิต และช่วงเวลาที่แตกต่างกันของสมาชิกแต่ละคน

ด้วยเหตุนี้ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายจึงเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับตลาดระดับบนมากขึ้น โดยพยายามสร้างโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการเชิงคุณภาพ มากกว่าการแข่งขันด้วยจำนวนยูนิตหรือราคา

หนึ่งในโครงการที่สะท้อนทิศทางดังกล่าวคือ ‘Park Heritage’ โครงการแฟลกชิปของ ‘Sammakorn’ ที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิดการสร้างบ้านสำหรับการใช้ชีวิตของครอบครัวในระยะยาว หรือ ‘Family Estate’ ที่เชื่อว่าบ้านควรเติบโตไปพร้อมกับครอบครัว และยังคงตอบโจทย์การใช้ชีวิตได้ในทุกช่วงวัยของสมาชิกแต่ละคน

แนวคิดดังกล่าวได้รับการตอบรับจากตลาดอย่างชัดเจน โดยปัจจุบันโครงการมียอดขายแล้วกว่า 50% คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท สะท้อนว่าท่ามกลางภาวะตลาดที่ยังชะลอตัว บ้านที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของครอบครัวในระยะยาว ยังคงได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ซื้อ

Rare Asset ที่หาได้ยากขึ้น เมื่อบ้านเดี่ยวที่ดินขนาดใหญ่ในเมืองมีเหลือน้อยลง

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้บ้านระดับบนยังคงได้รับความสนใจ คือ ‘ทำเล’ ซึ่งไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้ โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวบนที่ดินขนาดใหญ่ที่อยู่ในเมือง ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนลดลงเรื่อยๆ ตามการขยายตัวของเมืองและข้อจำกัดด้านที่ดิน

Park Heritage ตั้งอยู่บนทำเลช่วงต้นพัฒนาการ เชื่อมต่อทองหล่อได้ในระยะประมาณ 4 กิโลเมตร และสามารถเดินทางสู่สุขุมวิท เอกมัย พระราม 9 รวมถึงทางด่วนได้อย่างสะดวก ทำให้การเดินทางระหว่างบ้าน ที่ทำงาน และพื้นที่ใช้ชีวิตในแต่ละวันเป็นเรื่องง่าย

นอกจากการเดินทางแล้ว พื้นที่โดยรอบยังรายล้อมด้วยโรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาลชั้นนำ และ Lifestyle Destination สำคัญของเมือง ตอบโจทย์ครอบครัวที่ต้องการใช้ชีวิตใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก แต่ยังคงอยากกลับมาพักผ่อนในบ้านที่ให้ความรู้สึกสงบ

ด้วยข้อจำกัดของที่ดินในเมือง บ้านเดี่ยวบนที่ดินขนาดใหญ่ในทำเลลักษณะนี้จึงกลายเป็น Rare Asset ที่หาได้ยากขึ้นเรื่อยๆ และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้บ้านเดี่ยวในเมืองยังคงได้รับความสนใจจากผู้ซื้อ

ความเป็นส่วนตัว กลายเป็น Luxury รูปแบบใหม่ของคนเมือง

เมื่อวิถีชีวิตของคนเมืองเปลี่ยนไป นิยามของคำว่า ‘Luxury’ ก็เปลี่ยนตามไปด้วย หลายครอบครัวไม่ได้มองหาเพียงพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น แต่กำลังมองหาบ้านที่ทำให้ทุกคนได้ใช้ชีวิตร่วมกันอย่างสงบ พร้อมกับมีพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง

Park Heritage จึงออกแบบให้ทั้ง Estate มีเพียง 32 ครอบครัว พร้อมวางผังโครงการแบบ Cluster ที่ช่วยลดการรบกวนระหว่างบ้าน เพิ่มระยะห่างของการอยู่อาศัย เพื่อสร้างทั้งความสงบและความเป็นส่วนตัวให้กับทุกครอบครัว

แนวคิดนี้ไม่ได้ตอบโจทย์เฉพาะเรื่องความเป็นส่วนตัว แต่ยังสอดคล้องกับรูปแบบครอบครัวในปัจจุบันที่มีสมาชิกหลายเจเนอเรชันอาศัยอยู่ร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุ พ่อแม่ หรือบุตรหลาน ซึ่งต่างก็มีจังหวะการใช้ชีวิตและความต้องการพื้นที่ที่แตกต่างกัน

ในวันนี้ ความเป็นส่วนตัวจึงไม่ได้เป็นเพียงความสะดวกสบาย แต่กลายเป็นอีกหนึ่งคุณค่าของการใช้ชีวิตในเมือง ที่หลายครอบครัวกำลังมองหา

การออกแบบที่รองรับทุกบทของชีวิตครอบครัว

เบื้องหลังของ Park Heritage คือแนวคิด ‘Multidimensional Integration’ ที่ผสานศิลปะ สถาปัตยกรรม และธรรมชาติเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างทั้งพื้นที่ที่ใช้งานได้จริง และบรรยากาศที่ทำให้สมาชิกในครอบครัวรู้สึกสงบ รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของบ้าน และอยากใช้เวลาร่วมกัน

โครงการทำงานร่วมกับ ‘สถาบันอาศรมศิลป์’ ในการออกแบบสถาปัตยกรรมและภูมิสถาปัตยกรรม โดยให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างตัวบ้าน พื้นที่สีเขียว และความเป็นส่วนตัวของแต่ละครอบครัว ขณะเดียวกัน ‘PIA’ รับหน้าที่ออกแบบภายใน เพื่อให้ทุกพื้นที่สามารถใช้งานได้จริง พร้อมสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเหมาะกับการใช้ชีวิตร่วมกันของสมาชิกทุกวัย

แนวคิดทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อสร้างบ้านที่ดูโดดเด่นเพียงในวันที่สร้างเสร็จ แต่เป็นการออกแบบที่คำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงของครอบครัวในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นวันที่ลูกๆ ยังเล็ก วันที่ครอบครัวหลายเจเนอเรชันใช้ชีวิตร่วมกัน หรือวันที่สมาชิกแต่ละคนเติบโตขึ้นและต้องการพื้นที่ของตัวเอง บ้านก็ยังสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

ในมุมนี้ Park Heritage จึงไม่ได้มองบ้านเป็นเพียงอาคารหลังหนึ่ง แต่เป็นพื้นที่ที่ค่อยๆ เติบโตไปพร้อมกับครอบครัว และเก็บเรื่องราวของผู้คนที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนั้นไว้ในทุกช่วงชีวิต

ความเชื่อมั่นของตลาด ที่สะท้อนผ่าน Park Heritage

ความสำเร็จของแนวคิด Family Estate สะท้อนผ่านการตอบรับของตลาด โดย ‘Phase 1’ ของ Park Heritage ปิดการขายเรียบร้อย หลังโครงการสร้างยอดขายแล้วกว่า 50% คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท ก่อนเดินหน้าสู่การเปิด ‘Phase 2’

สำหรับเฟสใหม่ Park Heritage เปิดโอกาสให้อีก 16 ครอบครัวได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Family Estate ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้ชีวิตของครอบครัวในระยะยาว พร้อมรักษาความเป็นส่วนตัวของทั้ง Estate ไว้เพื่อ 32 ครอบครัวเช่นเดิม

  • บ้านขนาดใหญ่ พื้นที่ใช้สอย 471–778 ตร.ม.
  • ที่ดินขนาด 61–133 ตร.ว.
  • ราคา 60–100 ล้านบาท*
  • Clubhouse ขนาด 3 ชั้น พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ
สระว่ายน้ำ, Fitness พร้อมอุปกรณ์จาก Technogym, Meeting Room, ห้องสปา และ Golf Simulator

ท้ายที่สุด ผลตอบรับของ Park Heritage อาจไม่ได้สะท้อนเพียงความสำเร็จของโครงการหนึ่ง แต่ยังสะท้อนว่า ท่ามกลางเมืองที่เติบโตขึ้นทุกวัน ผู้คนยังคงมองหาบ้านที่ซ่อนความสงบไว้ภายใน เป็นพื้นที่ที่ทุกคนในครอบครัวได้ใช้ชีวิตร่วมกัน และสามารถเติบโตไปพร้อมกันได้ในระยะยาว

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา