คนไทยจะนับว่าสูงวัยตอนอายุ 60 ปี แต่หมาแมวนั้นแค่ 7 ปีเป็นต้นไปก็เริ่มเข้าสู่ชีวิต ‘สูงวัย’ แล้ว จึงไม่แปลกที่ตอนนี้ประเทศไทยจะเป็น ‘สังคมสูงวัยหมาแมว’ เพราะมีประชากรวัยสูงอายุมากกว่า 25% แล้วสังคมสูงวัยหมาแมวในไทยเป็นยังไง
Brand Inside ได้คุยกับ ‘นายสัตว์แพทย์ จดล สุวรรณฤทธิ์’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรยัล คานิน (ประเทศไทย) ถึงอายุขัยของหมาแมวไทยที่เปลี่ยนแปลงไปจากในอดีต

สังคมสูงวัยหมาแมวมาแล้ว เทรนด์ Longivity เองก็มาด้วย
‘คุณหมอจดล’ เล่าว่า เทรนด์ Longivity ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กับ ‘คน’ เท่านั้น เพราะตอนนี้เจ้าของหมาแมวทั้งหลายไม่ได้สนใจดูแลแค่สุขภาพตัวเอง แต่ยังเผื่อแผ่ไปถึงการดูแลสุขภาพน้องหมาน้องแมวในบ้านด้วย
โดยมีเป้าหมายอยากให้น้องหมาน้องแมวสุขภาพดี มีอายุยืนยาว หรือถ้าวันหนึ่งวัยแก่ชรามาถึงก็อยากให้น้องหมาน้องแมวที่ตัวเองมองเป็นลูกนั้น “ชราอย่างมีคุณภาพ” เหล่าพ่อหมาแม่แมวจึงหันมาใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ เกี่ยวกับสุขภาพหมาแมวของตัวเองมากขึ้น
ตั้งแต่ศึกษาอาหารที่ให้ว่าได้คุณค่าอาหารครบถ้วนสมบูรณ์ไหม วัตถุดิบเป็นอย่างไร ตรงกับความต้องการของน้องหมาน้องแมวในบ้านไหม เช่น วัยเด็กก็ต้องกินอาหารสูตรเด็ก วัยผู้ใหญ่ก็ต้องกินอาหารสูตรผู้ใหญ่ เมื่อไรที่แก่แล้วก็ต้องหันมารับอาหารสูตรสูงวัย ไปจนถึงจัดหาอาหารสูตรเฉพาะสำหรับน้องที่มีความต้องการพิเศษ
ยิ่งกว่านั้นตอนนี้น้องหมาน้องแมวในประเทศไทยถึง 25% จัดอยู่ใน ‘กลุ่มสูงวัย’ หรือมีอายุ 7 ปีขึ้นไปแล้ว เพราะในยุคโควิดน้องหมาน้องแมวถูกรับเลี้ยงเยอะมาก เมื่อเวลาผ่านไปราว 7 ปี ทุกตัวจึงเปลี่ยนจากหมาแมวเด็กหรือหมาแมวผู้ใหญ่มาเป็นหมาแมวที่เริ่มแก่ จนกลายเป็น ‘สังคมสูงวัย’ ของหมาแมวนั่นเอง

อายุขัยเฉลี่ยหมาแมวเพิ่ม เพราะคนไทยเลี้ยงดีขึ้น
‘คุณหมอจดล’ อธิบายต่อว่า ตอนนี้อายุขัยเฉลี่ยของน้องหมาน้องแมวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยอายุขัยเฉลี่ยของน้องหมาเท่ากับ 11 ปี ส่วนอายุขัยเฉลี่ยของน้องแมวเท่ากับ 12 ปี ถือว่าเพิ่มขึ้นมากจากช่วงก่อนโควิด-19 อายุเฉลี่ยของน้องหมาอยู่ที่ 8 ปีและน้องแมวอยู่ที่ 9 ปีเท่านั้น
สาเหตุที่อายุเฉลี่ยของน้องหมาน้องแมวเพิ่มขึ้นมาก ก็เพราะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเจ้าของหันกลับมาให้ความสำคัญเรื่องสุขภาพของสัตว์เลี้ยงมากขึ้น ตั้งแต่หันมาเลี้ยงให้ถูกต้อง เลือกอาหารให้เหมาะสม หมั่นพาไปตรวจสุขภาพ พบแพทย์ตามกำหนด ซึ่งแม้จะทำให้ค่าใช้จ่ายในการดูแลเพิ่มขึ้นแบบดับเบิ้ลดิจิท แต่ก็ช่วยลดอาการป่วยและค่าใช้จ่ายจากการรักษาลง หันมาเน้นป้องกันแทน
อย่างปีที่ผ่านมา ‘อาหารสูตรหมาแมวสูงวัย’ ของโรยัล คานิน เติบโตดีมากถึง 30% สอดคล้องกับเทรนด์ดูแลสุขภาพของพ่อหมาแม่แมวที่อยากให้น้องอยู่กับตัวเองไปนานๆ ก็เลยให้ความสำคัญกับสุขภาพทุกช่วงวัย พยายามจะป้องกันมากกว่ารักษา ตรงกับความตั้งใจของ ‘โรยัล คานิน’ ที่ “อยากให้หมาแมวสุขภาพดี” โดยเน้นตั้งแต่การดูแลและการป้องกัน
ถ้าย้อนกลับไปเมื่อก่อนจะเห็นว่าธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ได้มองอาหารสัตว์เลี้ยงกลุ่มสูงวัยมากนัก เพราะค่าเฉลี่ยอายุหมาแมวในประเทศไทยสั้นมาก เมื่อก่อนเจ้าของหมาแมวในประเทศไทยก็ไม่รู้ว่าหมาแมวแก่เป็นยังไง เพราะไม่เคยเลี้ยงจนแก่มาก่อน แต่วันนี้หมาแมววัยแก่เพิ่มขึ้นมากและมีช่วงระยะเวลายาวตั้งแต่อายุ 7 ปีไปจนถึง 11 ปี กลายเป็นโอกาสให้กับผู้ประกอบการธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่ต้องการตีตลาดหมาแมวสูงวัยไปด้วย

“อยากให้เขาอยู่กับเรานานที่สุด” ความตั้งใจเจ้าของหมาแมวยุคใหม่
คุณหมอจดล บอกว่า ก่อนหน้านี้เราเคยสงสัยกันว่าเมื่อเศรษฐกิจไม่ดี พ่อหมาแม่แมวได้รับผลกระทบจะลดเกรดอาหารสัตว์เลี้ยงลงไหม ตอนนี้พบแล้วว่า “คนยอมอดได้ แต่ลูกต้องได้ไปต่อ” แท้จริง
อย่างคน Gen X ก็เติบโตและสูงวัยขึ้นพร้อมกับหมาแมวของตัวเอง ด้วยความผูกพันจึงพร้อมจ่ายค่าอาหารสูตรสูงวัย จ่ายค่าดูแลตรวจสุขภาพ ยินดีจะจ่ายเพื่อเลี้ยงดูน้องหมาแมวให้ดี แต่มักจะไม่เลี้ยงเพิ่มแล้วในช่วงวัยนี้
ส่วนคน Gen Z เป็นกลุ่มผู้เลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในเวลานี้ คิดเป็น 70% ของเจ้าของหมาแมวทั้งหมด มักจะชอบทดลองอะไรใหม่ๆ แต่ก็ตามใจให้น้องหมาน้องแมวเลือกสิ่งที่ชอบที่สุดให้กับตัวเอง
โดยสิ่งที่อยู่ในหัวของพ่อหมาแม่แมวทั้งหลายคือ “อยากให้ลูกมีชีวิตอยู่ให้นานที่สุด” หลายๆ คนมีเป้าหมายอยากให้ลูก (ที่หมายถึงหมาแมว) สามารถแก่ไปด้วยกันอย่างเป็นสุข ยินดีพาสัตว์เลี้ยงไปหาหมอและตรวจสุขภาพเป็นประจำ ใช้อาหารสำหรับหมาสูงวัย เพราะอยากยืดอายุออกไปให้นานที่สุดที่จะทำได้

อาหารแมวเติบโตกว่าอาหารหมา เพราะนิยมให้อาหารสำเร็จรูปมากกว่า
ตอนนี้สัดส่วนยอดขายของ โรยัล คานิน มาจากอาหารแมว 70% และอาหารหมา 30% โดยมีสินค้าสำหรับหมาแมวสุขภาพดีทุกช่วงวัย ทุกขนาด กลุ่มเฉพาะของสายพันธุ์ ไปจนถึงกลุ่มที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษในเรื่องต่างๆ อย่างลดก้อนขน ดูแลทางเดินอาหาร ไปจนถึงอาหารสำหรับหมาแมวป่วยที่จะต้องได้รับคำแนะนำโดยแพทย์
สอดคล้องกับตลาดอาหารน้องหมาน้องแมวภายในประเทศ (ไม่รวมตลาดส่งออก โลจิสติกส์ เพทแคร์ และอุปกรณ์ต่างๆ) ปี 2568 มีมูลค่าตลาด 32,500 ล้านบาท เติบโต 8.5% จากปีก่อนหน้า โดยแบ่งสัดส่วนเป็นอาหารแมว 65% และอาหารหมา 35%
ในปีที่ผ่านมา ‘อาหารแมว’ ยังเติบโต 11.4% ขณะที่ ‘อาหารหมา’ เติบโตเพียง 2.6% หรือโตน้อยลงมากจากเดิม สาเหตุก็เพราะแม้จะมีอัตราการรับเลี้ยงหมาและแมวพอๆ กัน แต่เจ้าของแมวนิยมให้อาหารสำเร็จรูปมากกว่าเจ้าของหมานั่นเอง
ข้อมูลน่าสนใจอีกอย่างคือ Caloric Conversion หรือ สัดส่วนหมาแมวที่กินอาหารสำเร็จรูปต่อประชากรหมาแมวทั้งหมดของประเทศไทยนั้นยังไม่สูงมาก ปกติในประเทศพัฒนาแล้วหลายๆ ประเทศ สัดส่วนหมาแมวที่กินหารสำหรับหมาแมวโดยเฉพาะจะสูงถึง 80-90%
แต่ในประเทศไทยมีสัดส่วนแมวที่กินอาหารแมว 40% ขณะที่สัดส่วนหมาที่กินอาหารหมาคือ 6% เท่านั้น หรือเรียกได้ว่า ในประเทศไทยมีสัดส่วนน้องหมาที่ได้กินอาหารหมาต่ำมากๆ และส่วนใหญ่ยังคงกินอาหารคนอยู่
ด้านหนึ่งก็ถือเป็นโอกาสการเติบโตของตลาด ถ้าหากสามารถสร้างความตระหนักรู้ให้เจ้าของน้องหมาสามารถหันมาให้อาหารสำเร็จรูปมากขึ้นได้

โดย ‘คุณหมอจดล’ คาดการณ์ว่าในปี 2569 นี้ ตลาดอาหารแมวจะยังคงเติบโตได้ดี แต่ตลาดอาหารหมาอาจจะเติบโตน้อยกว่าปีที่ผ่านมาอีก เกิดจากปริมาณลูกหมาเกิดใหม่ลดลงจากความต้องการเลี้ยงที่ลดลง ขณะที่ลูกแมวเกิดใหม่ยังมากกว่าจากความต้องการเลี้ยงที่เพิ่มขึ้น เพราะคนในเมืองที่อาศัยอยู่ในคอนโดเลือกเลี้ยงแมวมากกว่าหมา
แม้จริงๆ แล้วประชากรหมาในประเทศไทยจะมากกว่าประชากรแมวมาก เพราะมีน้องหมาถึง 15 ล้านตัว แต่มีน้องแมวเพียง 8 ล้านตัวเท่านั้น
ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ‘โรยัล คานิน’ ก็จะออกอาหารนวัตกรรมใหม่แบบ 1 สูตรสามารถดูแลได้ 2 โรค สำหรับน้องหมาน้องแมวที่ป่วยโดยเฉพาะ โดยตั้งเป้าว่าปีนี้ยอดขายจะเติบโต 12% ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาที่เติบโต 12% จนยอดขายแตะ 5,300 ล้านบาท
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา