ไม่ได้ไล่ออก แต่ทำให้อยู่ไม่ได้? รู้จัก ‘Quiet Cutting’ เมื่อองค์กรเล่นกับใจ อยากลดคนแบบไม่จ่ายค่าชดเชย

หรือจริงๆ ทุกวันนี้ บริษัทกำลังไล่เราออกแบบอ้อมๆ?

work

สงสัยไหมว่าทำไมจู่ๆ งานก็เพิ่มขึ้นหรือน้อยลงอย่างไม่มีเหตุผล แถมไม่มีการเติบโตในหน้าที่การงานอีก?

นี่คือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘Quiet Cutting’ หรือ ‘Quiet Firing’ ซึ่งแปลง่ายๆ ก็คือ องค์กรที่คุณรักกำลังค่อยๆ บีบคุณ ด้วยการให้คุณทำงานที่ไม่มีคุณค่า ไม่มีความก้าวหน้า หรือปลีกวิเวกออกจากคนอื่นๆ เพื่อที่สุดท้ายคุณจะได้ตัดสินใจลาออกไปเอง

ถามว่าแล้วทำไมไม่ ‘เลย์ออฟ’ เหมือนที่เคยทำๆ กัน? คำตอบคือ เพราะถ้าคุณตัดสินใจลาออกเอง บริษัทก็ไม่ต้องเสียเงินค่าชดเชยอะไรเลยยังไงล่ะ แถมสามารถรักษาภาพลักษณ์ในการไม่เป็นองค์กรใจเหี้ยมด้วย

จู่ๆ ก็ได้ไปทำงานที่ไม่ถนัดหรือไม่มีค่า

สรุปแล้ว มันก็คือหนึ่งในกลยุทธ์ ‘การปรับโครงสร้างองค์กร’ นั่นล่ะ เพียงแค่ประหยัดเงินกว่า และจากการรวบรวมข้อมูลจากบริษัทจัดหาทรัพยากรบุคคล เราพบว่า สัญญาณของ Quiet Cutting คือ

  1. ถูกย้ายไปตำแหน่งอื่นแบบไม่คาดฝัน โดยเฉพาะในสายงานที่เราไม่ถนัดหรือไม่สนใจ
  2. ได้ทำแต่งานที่ไม่มีค่า ความรับผิดชอบน้อยลง หรืองานเยอะขึ้นอย่างไม่สมเหตุสมผล
  3. โปรเจกต์ใหญ่หรือลูกค้าคนสำคัญถูกมอบหมายให้คนอื่น
  4. ถูกแบ่งแยกออกจากการประชุมหรือการตัดสินใจต่างๆ ที่เราเคยมีส่วนร่วม
  5. หัวหน้าเข้ามาจู้จี้จุกจิกกับการทำงาน เหมือนไม่เชื่อใจเรา
  6. HR หรือหัวหน้าพยายามเลี่ยงการพูดถึงการเติบโตในหน้าที่การงาน
  7. องค์กรเริ่มตั้งคำถามกับประสิทธิภาพการทำงานแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
  8. ไม่มีคนซัพพอร์ตการทำงานของเราอีกต่อไป
  9. เปลี่ยนนโยบายองค์กรที่ไม่เอื้อต่อความสะดวกของพนักงาน เช่น เรียกกลับเข้ามาทำงานในออฟฟิศ

นี่เป็นเพียงสัญญาณส่วนหนึ่งของ Quiet Cutting เท่านั้น เพราะในชีวิตจริง อาจเจอเรื่องแย่ในแง่อื่นอีกก็ได้ เพราะยังไงองค์กรอาจต้องหาทุกวิถีทางที่จะทำให้คุณตัดสินใจลาออกไปเอง

Quiet Cutting ส่งผลเสียต่อทั้งตัวองค์กรและพนักงาน

แน่ล่ะว่า หากจู่ๆ เราได้ทำงานเยอะขึ้นหรือน้อยลง จนรู้สึกไม่มีค่า แถมไม่มีการก้าวหน้าเลย ยังไงๆ ก็ต้องรู้สึกสูญเสียความมั่นใจ รวมถึงเครียดอยู่แล้ว 

แต่ Quiet Cutting ไม่ได้ส่งผลเสียแค่กับพนักงานหรอก เพราะมันส่งผลกระทบเชิงลบต่อตัวองค์กรต้นเหตุเองด้วย โดยสำนักข่าว ‘Success’ ชี้ว่า สิ่งที่บริษัทต้องเจอคือ

  1. สูญเสียความภักดีในหมู่บุคลากร เพราะราว 80% ของพนักงานที่เคยเห็นหรือมีประสบการณ์กับ Quiet Cutting เผยว่า ตนเองเสียความเชื่อมั่นในบริษัทไปเลย
  1. พนักงาน ‘Quiet Quitting’ กลับ ซึ่งหมายถึง ต่อให้ยอมทำงานในตำแหน่งนั้น พวกเขาก็แค่ทำตามหน้าที่เฉยๆ ไม่พยายามอะไรมาก จนกว่าจะหางานใหม่ได้ ทำให้เกิดผลเสียต่อประสิทธิภาพการทำงาน
  1. เสียภาพลักษณ์อยู่ดี เพราะ 75% ของพนักงานที่เคยเผชิญ Quiet Cutting กล่าวว่าจะไม่แนะนำให้คนรู้จักมาทำงานที่นี่อีก ขณะที่ 28% ของคนกลุ่มนี้ไปเขียนรีวิวเชิงลบหลังตัดสินใจลาออก
  1. มีโอกาสขึ้นโรงขึ้นศาล เพราะแม้ Quiet Cutting จะไม่ผิดกฎหมาย แต่อาจถูกตั้งคำถามในแง่จริยธรรมได้

สำหรับใครที่คิดว่าตนเองกำลังเผชิญกับ Quiet Cutting อยู่ ทาง Success แนะนำว่า ให้ลองไปพูดคุยกับหัวหน้าหรือ HR เพื่อบอกถึงความไม่สบายใจกับงานที่ไม่ช่วยให้เราเติบโต รวมถึงสอบถามว่ามีส่วนไหนที่เราสามารถพัฒนาได้ไหม

แต่ถ้าลองคุยแล้วไม่เวิร์ก เช่น องค์กรไม่ให้ความร่วมมือหรือไม่แคร์ความรู้สึกคุณเลย คุณก็ต้องเลิกแคร์พวกเขาบ้างเช่นกัน ไม่ต้องพยายามทำตัวให้บริษัทเห็นค่า และเอาเวลานั้น ไปเริ่มหางานใหม่ที่ดีกว่าแทน

อย่าลืมนะว่าบริษัทไม่ใช่ผู้มีสิทธิ์เลือกเราอย่างเดียว แต่เราเองก็มีสิทธิ์เลือกที่ทำงานของเราเช่นกัน ดังนั้น ถ้ามองเห็นโอกาสที่ดีกว่าเมื่อไร เชิ่ดเลย อย่าไปแคร์

ที่มา: Success, IQ Partners, USA Today

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา