หรือจริงๆ ทุกวันนี้ บริษัทกำลังไล่เราออกแบบอ้อมๆ?

สงสัยไหมว่าทำไมจู่ๆ งานก็เพิ่มขึ้นหรือน้อยลงอย่างไม่มีเหตุผล แถมไม่มีการเติบโตในหน้าที่การงานอีก?
นี่คือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘Quiet Cutting’ หรือ ‘Quiet Firing’ ซึ่งแปลง่ายๆ ก็คือ องค์กรที่คุณรักกำลังค่อยๆ บีบคุณ ด้วยการให้คุณทำงานที่ไม่มีคุณค่า ไม่มีความก้าวหน้า หรือปลีกวิเวกออกจากคนอื่นๆ เพื่อที่สุดท้ายคุณจะได้ตัดสินใจลาออกไปเอง
ถามว่าแล้วทำไมไม่ ‘เลย์ออฟ’ เหมือนที่เคยทำๆ กัน? คำตอบคือ เพราะถ้าคุณตัดสินใจลาออกเอง บริษัทก็ไม่ต้องเสียเงินค่าชดเชยอะไรเลยยังไงล่ะ แถมสามารถรักษาภาพลักษณ์ในการไม่เป็นองค์กรใจเหี้ยมด้วย
จู่ๆ ก็ได้ไปทำงานที่ไม่ถนัดหรือไม่มีค่า

สรุปแล้ว มันก็คือหนึ่งในกลยุทธ์ ‘การปรับโครงสร้างองค์กร’ นั่นล่ะ เพียงแค่ประหยัดเงินกว่า และจากการรวบรวมข้อมูลจากบริษัทจัดหาทรัพยากรบุคคล เราพบว่า สัญญาณของ Quiet Cutting คือ
- ถูกย้ายไปตำแหน่งอื่นแบบไม่คาดฝัน โดยเฉพาะในสายงานที่เราไม่ถนัดหรือไม่สนใจ
- ได้ทำแต่งานที่ไม่มีค่า ความรับผิดชอบน้อยลง หรืองานเยอะขึ้นอย่างไม่สมเหตุสมผล
- โปรเจกต์ใหญ่หรือลูกค้าคนสำคัญถูกมอบหมายให้คนอื่น
- ถูกแบ่งแยกออกจากการประชุมหรือการตัดสินใจต่างๆ ที่เราเคยมีส่วนร่วม
- หัวหน้าเข้ามาจู้จี้จุกจิกกับการทำงาน เหมือนไม่เชื่อใจเรา
- HR หรือหัวหน้าพยายามเลี่ยงการพูดถึงการเติบโตในหน้าที่การงาน
- องค์กรเริ่มตั้งคำถามกับประสิทธิภาพการทำงานแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
- ไม่มีคนซัพพอร์ตการทำงานของเราอีกต่อไป
- เปลี่ยนนโยบายองค์กรที่ไม่เอื้อต่อความสะดวกของพนักงาน เช่น เรียกกลับเข้ามาทำงานในออฟฟิศ
นี่เป็นเพียงสัญญาณส่วนหนึ่งของ Quiet Cutting เท่านั้น เพราะในชีวิตจริง อาจเจอเรื่องแย่ในแง่อื่นอีกก็ได้ เพราะยังไงองค์กรอาจต้องหาทุกวิถีทางที่จะทำให้คุณตัดสินใจลาออกไปเอง
Quiet Cutting ส่งผลเสียต่อทั้งตัวองค์กรและพนักงาน

แน่ล่ะว่า หากจู่ๆ เราได้ทำงานเยอะขึ้นหรือน้อยลง จนรู้สึกไม่มีค่า แถมไม่มีการก้าวหน้าเลย ยังไงๆ ก็ต้องรู้สึกสูญเสียความมั่นใจ รวมถึงเครียดอยู่แล้ว
แต่ Quiet Cutting ไม่ได้ส่งผลเสียแค่กับพนักงานหรอก เพราะมันส่งผลกระทบเชิงลบต่อตัวองค์กรต้นเหตุเองด้วย โดยสำนักข่าว ‘Success’ ชี้ว่า สิ่งที่บริษัทต้องเจอคือ
- สูญเสียความภักดีในหมู่บุคลากร เพราะราว 80% ของพนักงานที่เคยเห็นหรือมีประสบการณ์กับ Quiet Cutting เผยว่า ตนเองเสียความเชื่อมั่นในบริษัทไปเลย
- พนักงาน ‘Quiet Quitting’ กลับ ซึ่งหมายถึง ต่อให้ยอมทำงานในตำแหน่งนั้น พวกเขาก็แค่ทำตามหน้าที่เฉยๆ ไม่พยายามอะไรมาก จนกว่าจะหางานใหม่ได้ ทำให้เกิดผลเสียต่อประสิทธิภาพการทำงาน
- เสียภาพลักษณ์อยู่ดี เพราะ 75% ของพนักงานที่เคยเผชิญ Quiet Cutting กล่าวว่าจะไม่แนะนำให้คนรู้จักมาทำงานที่นี่อีก ขณะที่ 28% ของคนกลุ่มนี้ไปเขียนรีวิวเชิงลบหลังตัดสินใจลาออก
- มีโอกาสขึ้นโรงขึ้นศาล เพราะแม้ Quiet Cutting จะไม่ผิดกฎหมาย แต่อาจถูกตั้งคำถามในแง่จริยธรรมได้
สำหรับใครที่คิดว่าตนเองกำลังเผชิญกับ Quiet Cutting อยู่ ทาง Success แนะนำว่า ให้ลองไปพูดคุยกับหัวหน้าหรือ HR เพื่อบอกถึงความไม่สบายใจกับงานที่ไม่ช่วยให้เราเติบโต รวมถึงสอบถามว่ามีส่วนไหนที่เราสามารถพัฒนาได้ไหม
แต่ถ้าลองคุยแล้วไม่เวิร์ก เช่น องค์กรไม่ให้ความร่วมมือหรือไม่แคร์ความรู้สึกคุณเลย คุณก็ต้องเลิกแคร์พวกเขาบ้างเช่นกัน ไม่ต้องพยายามทำตัวให้บริษัทเห็นค่า และเอาเวลานั้น ไปเริ่มหางานใหม่ที่ดีกว่าแทน
อย่าลืมนะว่าบริษัทไม่ใช่ผู้มีสิทธิ์เลือกเราอย่างเดียว แต่เราเองก็มีสิทธิ์เลือกที่ทำงานของเราเช่นกัน ดังนั้น ถ้ามองเห็นโอกาสที่ดีกว่าเมื่อไร เชิ่ดเลย อย่าไปแคร์
- 5 บทเรียนจาก ‘พนักงานใหม่ (โปรดรับไว้พิจารณา)’ ที่คนทำงาน (ไม่) ควรอ่าน ถ้าอยากมีความสุข
- ขอไปก่อนนะพี่ๆ ผลสำรวจบอก ‘Gen Z’ อยู่ไม่นาน เกินครึ่งมีแผนที่จะลาออกใน 1-2 ปี
- วันลาก็น้อย โบนัสก็ไม่ได้ อย่าแปลกใจ ถ้าคนเก่งลาออก เพราะองค์กรยุคใหม่วัดกันที่ ‘คุณภาพชีวิต’
ที่มา: Success, IQ Partners, USA Today
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา