การดันคอนเทนต์ท้องถิ่นสู่เวทีโลก คงไม่ใช่แค่คำสวยหรูในวงการสตรีมมิงอีกต่อไป เพราะแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง ‘Prime Video’ เริ่มมองหาเรื่องเล่าจากแต่ละประเทศ แล้วพยายามพาเรื่องเหล่านั้นไปให้ไกลกว่าตลาดบ้านตัวเอง

Brand Inside ในฐานะสื่อธุรกิจแห่งเดียวในประเทศไทย มีโอกาสเข้าร่วมงาน ‘Prime Video Presents: International Originals’ ที่รวมไลน์อัปคอนเทนต์นานาชาติปี 2026 มาเปิดภาพให้เห็นพร้อมกันครั้งแรก ซึ่งจัดขึ้นที่ลอนดอน
โดย ‘Kelly Day’ รองประธาน Prime Video International เล่าให้ฟังถึงแนวคิดของแพลตฟอร์ม ซึ่งเริ่มจากคำถามง่ายๆ ว่า “ผู้ชมอยากดูอะไร” แล้วค่อยออกแบบบริการที่ตอบโจทย์ผู้ใช้มากที่สุด ทั้งเรื่องราคา ความหลากหลาย และความง่ายในการดู เพื่อให้เวลาคนนึกถึงความบันเทิง จะนึกถึง ‘Prime Video’ เป็นตัวเลือกแรกๆ
ตอนนี้บริษัทผลิต ‘International Originals’ ประมาณ 150 เรื่องต่อปี จากมากกว่า 20 ประเทศทั่วโลก แต่มีหลักคิดชัดเจนว่า ถ้าเรื่องไหนไม่เวิร์กกับคนดูในประเทศต้นทาง ก็ยากที่จะไปต่อระดับโลกได้ เพราะฉะนั้นทุกเรื่องต้องเริ่มจากการเข้าใจผู้ชมท้องถิ่นก่อน
‘Kelly’ บอกด้วยว่า จุดเปลี่ยนสำคัญในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คือ ‘เทคโนโลยี’ และ ‘โซเชียลมีเดีย’ ช่วยให้คอนเทนต์ข้ามประเทศง่ายขึ้นมาก ระบบแนะนำคอนเทนต์แบบเฉพาะบุคคล ซับไตเติลและพากย์กว่า 30 ภาษา ทำให้คนดูในประเทศหนึ่งสามารถเจอ และอินกับเรื่องจากอีกประเทศหนึ่งได้ไม่ยากเหมือนเมื่อก่อน
ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ แฟรนไชส์หนังสเปน ‘Culpables’ ที่มียอดผู้ชมทั่วโลกเกิน 100 ล้านคน และกว่า 90% มาจากผู้ชมนอกสเปน หรือซีรีส์เยอรมัน ‘Maxton Hall’ ก็กลายเป็น International Original ที่ถูกดูมากที่สุดบนแพลตฟอร์ม ส่วน ‘Betty la Fea’ เวอร์ชันใหม่จากโคลอมเบีย ก็ทำยอดชมต่างประเทศสูงเป็นประวัติการณ์สำหรับคอนเทนต์ละติน
ด้าน ‘Nicole Clemens’ รองประธานฝ่าย International Originals เสริมว่า ความสำเร็จไม่ได้วัดจากแค่ยอดวิวเท่านั้น แต่รวมถึงการปั้นนักแสดง และครีเอเตอร์ให้เติบโตไปพร้อมกันด้วย ตัวอย่างเช่นนักแสดงจาก ‘Culpables’ ที่ยอดผู้ติดตามโซเชียลเพิ่มจากหลักแสนเป็นหลักสิบล้านภายในเวลาไม่นาน
หนึ่งในกลยุทธ์ที่ทีมให้ความสำคัญมากคือ คอนเทนต์สาย ‘Young Adult’ ที่มีฐานแฟนเหนียวแน่น ทีมงานเข้าไปดูคอมมูนิตี้อย่าง BookTok และ Wattpad เพื่อดูว่าเรื่องไหนกำลังถูกพูดถึง เพราะที่นั่นคือพื้นที่ของแฟนตัวจริง ถ้าแฟนอินตั้งแต่ต้น โอกาสสำเร็จก็สูงขึ้นมาก
ตลาดเอเชียแปซิฟิกมาแรง
ฝั่งเอเชียถูกมองว่าเป็นเครื่องยนต์สำคัญของการเติบโตในอนาคต ตามที่ ‘Gaurav Gandhi’ รองประธาน Prime Video APAC บอก การเติบโตของสตรีมมิงในอีกหลายปีข้างหน้าจะมาจากนอกสหรัฐฯ เป็นหลัก และเอเชียแปซิฟิกจะเป็นแรงขับสำคัญ โดยเฉพาะ ‘ญี่ปุ่น’ และ ‘อินเดีย’
เขาเล่าว่า อนิเมะ ซีรีส์เกาหลี และหนังอินเดีย ตอนนี้กลายเป็นคอนเทนต์ที่ถูกรับชมมากที่สุดนอกประเทศต้นทางบนแพลตฟอร์ม เพราะมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมชัด แต่เล่าเรื่องด้วยอารมณ์ที่คนทั่วโลกเข้าใจได้
ซึ่งภายในงานมีการเปิดตัวตัวอย่างคอนเทนต์เอเชียจากไลน์อัปปี 2026 บางส่วน แม้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของทั้งหมดที่จะทยอยประกาศเพิ่มในปีนี้ก็ตาม
‘อนิเมะ’ กับทิศทางใหม่ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น
ฝั่งอนิเมะ ไฮไลต์คือ ‘Fist of the North Star’ เวอร์ชันรีบูท เรื่องราวโลกหลังสงครามนิวเคลียร์ที่เต็มไปด้วยความโหดร้าย ก่อนนักสู้ชื่อเคนชิโร่จะออกเดินทางช่วยผู้คน และตามล่าศัตรูที่พรากคนรักของเขาไป เวอร์ชันใหม่นี้ผสมงานภาพ CG กับแอนิเมชันวาดมือ และทำขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 40 ปีของซีรีส์

อีกเรื่องคือ ‘Ghost in the Shell’ อนิเมะไซไฟระดับตำนาน เล่าโลกอนาคตที่มนุษย์เชื่อมต่อกับเครือข่ายข้อมูลผ่านสมองไซเบอร์ ติดตามหน่วยปราบอาชญากรรมไซเบอร์นำโดยไซบอร์กเต็มตัว โมโตโกะ คุซานางิ ซึ่งแฟรนไชส์นี้มีทั้งมังงะ หนัง และเกมมาก่อนแล้ว
ส่วน ‘From Old Country Bumpkin to Master Swordsman’ ซีซันสอง จะเล่าเรื่องครูดาบบ้านนอกที่ถูกดึงตัวไปเป็นครูฝึกอัศวินหลวง แม้จะได้ชื่อว่าเป็นยอดนักดาบ แต่ยังต้องรับมือกับความกดดันและอดีตของตัวเอง เป็นเรื่องเติบโตของตัวละครที่ดูได้ทั้งวัยรุ่นและผู้ใหญ่
คอนเทนต์เกาหลี เน้นผสมผสาน ‘โรแมนซ์’ เข้ากับแนวอื่นๆ
ฝั่งเกาหลี ปีหน้ามีทั้งโรแมนติกและงานฟอร์มใหญ่ อย่าง ‘Absolute Value of Romance’ คอมเมดี้โรแมนติกเกี่ยวกับนักเรียนที่เป็นนักเขียนนิยายลับ และ ‘Human x Gumiho’ เรื่องรักเหนือธรรมชาติระหว่างนักแสดงสาวที่จริงๆ เป็นจิ้งจอกเก้าหาง กับชายคนเดียวที่ไม่ตกอยู่ใต้อำนาจเธอ
นอกจากนี้ยังมี ‘Siren’s Kiss’ ทริลเลอร์โรแมนซ์ว่าด้วยตำรวจที่ไปพัวพันกับหญิงสาวลึกลับที่คู่หมั้นเสียชีวิตต่อเนื่อง รวมถึง ‘The Sacred Jewel’ ซีรีส์พีเรียดว่าด้วยยุคการรุกรานของมองโกล ที่นักรบต้องออกตามหาอัญมณีศักดิ์สิทธิ์เพื่อปกป้องอาณาจักร



‘อินเดีย’ ของจริง เจอกันมีนาคม
ฝั่งอินเดีย หนึ่งในโปรเจกต์ที่เปิดตัวคือ ‘Don’t Be Shy’ หนัง coming-of-age เกี่ยวกับหญิงสาววัย 20 ที่คิดว่าชีวิตตัวเองวางแผนมาดีแล้ว แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นไปตามสูตร ซึ่งหนังเรื่องนี้ เขียนบทและกำกับโดย ‘Sreeti Mukerji’ และอำนวยการสร้างโดย ‘Alia Bhatt’ และ ‘Shaheen Bhatt’
‘Gaurav’ ระบุว่า ตอนนี้ยอดชมคอนเทนต์อินเดียบนแพลตฟอร์มมากกว่า 25% มาจากผู้ชมต่างประเทศ สิ่งที่ทำให้คอนเทนต์ของอินเดียโดดเด่นคือ วัฒนธรรม ภูมิทัศน์ และระบบความเชื่อที่หลากหลาย ซึ่งถักทอเป็นเรื่องราวที่มีพื้นฐานมาจากอารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ ทำให้น่าเชื่อถือ และเข้าถึงได้ทั่วโลก

โดยไลน์อัปอินเดียเต็มรูปแบบจะประกาศเพิ่มอีกครั้งในเดือนมีนาคม
คอนเทนต์ยุคนี้ ต้องจับใจคนดูแบบลึกซึ้ง
ภาพรวมของงานครั้งนี้เหมือนเป็นการบอกชัดๆ ว่า ผู้ชมทั่วโลกกำลังค้นหาคอนเทนต์จากประเทศอื่นๆ มากมาย โดยพวกเขารู้สึกสนุกกับการรับชม และให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง
Prime Video จึงไม่ได้แข่งแค่ว่า ใครมีคอนเทนต์เยอะกว่า แต่แข่งกันว่าใครเข้าใจผู้ชมแต่ละพื้นที่ได้ลึกกว่า และในวันที่เรื่องเล่าท้องถิ่นเดินทางข้ามโลกได้ง่ายขึ้น แพลตฟอร์มที่อ่านใจคนดูได้แม่นกว่า อาจเป็นคนที่ได้เปรียบในเกมระยะยาว
ที่มา: Prime Video Presents: International Originals
ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา