คนจีนรุ่นใหม่ ‘ว่างงาน’ ฉ่ำ ยอมจ่ายเงินวันละร้อย เพื่อไปแกล้งทำงานใน ‘ออฟฟิศทิพย์’

ไม่ยาก ถ้าไม่อยากให้คนรู้ว่าเรา ‘ว่างงาน’ 

work

กลายเป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก เมื่อคนรุ่นใหม่ไม่สามารถหางานทำได้ ไม่เว้นแม้แต่พี่ใหญ่อย่าง ‘จีน’ ที่ตอนนี้มีคนอายุน้อยว่างงานมากกว่า 14% ซึ่งเป็นผลพวงจากสภาพเศรษฐกิจและตลาดแรงงานที่ไม่สู้ดี

โดยทั่วไปแล้ว เวลาว่างงานนานๆ บางคนอาจหันไปตั้งธุรกิจของตนเอง หรือไม่ก็ไปเรียนต่อ แต่นั่นมันธรรมดาไปแล้วล่ะ เพราะคนจีนรุ่นใหม่เลือกที่จะ ‘แกล้งไปทำงาน’

ไม่ใช่แค่นั้นนะ เพราะการแกล้งไปทำงานนี้ นอกจากจะไม่ได้เงินเดือนสักบาทเลย พวกเขายังต้องเป็นคนจ่ายตังค์เพื่อให้ได้แกล้งเข้าออฟฟิศแบบปลอมๆ ด้วย

ยอมจ่ายหลักร้อย แลกกับการไปออฟฟิศทิพย์

‘Shui Zhou’ วัย 30 ปีคือตัวอย่างของคนรุ่นใหม่ในจีนที่แกล้งไปทำงาน แถมยังมี ‘เพื่อนร่วมงาน’ (aka คนที่เผชิญชะตากรรมว่างงานแบบเดียวกัน) อีก 5 คน

จริงๆ แล้ว Zhou เคยทำธุรกิจร้านอาหารมาก่อน แต่ก็พังไปในปี 2024 ส่งผลให้ในช่วงต้นปี 2025 เขาจึงเริ่มจ่ายเงินวันละประมาณ 134 บาท (30 หยวน) เพื่อแลกกับการเข้าไปอยู่ใน ‘ออฟฟิศทิพย์’ ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยบริษัท ‘Pretend To Work Company’ ในเมืองตงกวน

ไม่ใช่แค่เมืองตงกวนเท่านั้นที่มีออฟฟิศทิพย์สำหรับคนว่างงานแบบนี้ เพราะนี่คือโมเดลธุรกิจที่แพร่หลายไปตามหัวเมืองใหญ่มากมาย เช่น เซี่ยงไฮ้ เซินเจิ้น เฉิงตู อู่ฮั่น และคุนหมิง

ที่สำคัญ ออฟฟิศทิพย์เหล่านี้ยังให้บรรยากาศเหมือนทำงานในสำนักงานจริงๆ ด้วย เพราะมีอุปกรณ์ครบครัน ทั้งคอมพิวเตอร์ Wi-Fi ห้องประชุม และห้องพักเบรก

ส่วนคนที่เข้ามาใช้บริการก็ไม่ได้มานั่งถอนหายใจทิ้งไปวันๆ หรอกนะ เพราะพวกเขาสามารถใช้คอมพิวเตอร์ของออฟฟิศ เพื่อหางานใหม่ หรือสร้างธุรกิจเป็นของตนเอง เพียงแค่ต้องจ่ายเงินวันละราวๆ 134-224 บาท (30-50 หยวน) โดยราคานี้รวมค่าอาหารกลางวัน ของว่าง และเครื่องดื่มแล้ว

คนรุ่นใหม่ต้องการพื้นที่เพื่อวางแผนอนาคตให้ตนเอง

จากปรากฏการณ์นี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจจีนท่านหนึ่ง อธิบายว่า การแกล้งทำงานกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว เพราะในเมื่อความต้องการของตลาดแรงงานกับการศึกษาไม่สอดคล้องกัน คนรุ่นใหม่จึงต้องออกไปหาพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้พวกเขาได้วางแผนอนาคตตนเอง หรือไม่ก็หางานแปลกๆ ทำรอไปพลางๆ

อย่าง Zhou เองก็รู้จัก Pretend To Work Company จากการนั่งไถโซเชียลมีเดีย ซึ่งทำให้เขาคิดได้ว่า การเข้าไปนั่งในสภาพแวดล้อมที่คล้ายออฟฟิศของจริงแบบนี้ อาจช่วยให้เขามีวินัยมากขึ้น แถมเมื่อส่งรูปสำนักงานไปให้พ่อแม่ดูแล้ว พวกท่านยังรู้สึกสบายใจขึ้นด้วย

แม้มันเป็นเพียงออฟฟิศทิพย์ที่ไม่มีเวลาตอกบัตรเข้างาน แต่ Zhou ฝึกวินัยด้วยการไปถึงสถานที่ในช่วง 8-9 โมงเช้าของทุกวัน และจะกลับบ้านก็ต่อเมื่อเลย 5 ทุ่มไปแล้วเท่านั้น 

เมื่อมาถึงออฟฟิศ Zhou จะใช้เวลาไปกับการฝึกทักษะด้าน AI เพราะเชื่อว่า หากมีสกิลนี้ติดตัว การหางานประจำก็คงง่ายขึ้น

Zhou บอกว่า การมาแกล้งทำงานที่นี่ทำให้เขาได้พบกับเพื่อนร่วมชะตากรรมมากมาย ซึ่งในเวลางาน พวกเขาก็ตั้งใจนั่งหางานกันจริงๆ แต่ในยามว่าง พวกเขาจะมาคุยเล่น แถมบางวันยังออกไปทานข้าวเย็นด้วยกันอีก

“ผมมีความสุขมาก มันเหมือนกับเราได้ทำงานด้วยกันเป็นกลุ่ม” Zhou กล่าว

สังคมกดดันจนคนรุ่นใหม่ต้องโกหก

ขณะเดียวกัน ‘Xiaowen Tang’ คือเด็กสาววัย 23 ปีที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยมา 1 ปีแล้ว แต่ก็ไม่สามารถหางานทำได้เลย แถมมหาวิทยาลัยของเธอยังมีเงื่อนไขว่า หากบัณฑิตคนไหนไม่สามารถแนบหลักฐานการถูกจ้างงานหรือฝึกงานภายใน 1 ปีหลังเรียนจบ ผู้นั้นจะไม่มีสิทธิ์รับใบปริญญา

ฟังดูไม่ยุติธรรมเท่าไร แต่ในเมื่อกฎมันไม่แฟร์แบบนี้ เราจะแคร์ไปทำไม? เพราะสุดท้าย Xiaowen ตัดสินใจถ่ายรูปออฟฟิศทิพย์ส่งไปให้มหาวิทยาลัยเพื่อเป็นหลักฐานการฝึกงาน (ที่ไม่มีอยู่จริง) โดยความจริงแล้ว เธอก็เสียค่าบริการเข้าออฟฟิศปลอมทุกวัน เพื่อไปนั่งเขียนนิยายออนไลน์ หาเงินเก็บเข้ากระเป๋า

“ถ้าคุณจะแกล้งทำมันแล้ว ก็แกล้งไปให้สุด” Xiaowen กล่าว

มันอาจจะฟังดูฉลาดแกมโกงไปหน่อย แต่ ‘Dr Biao Xiang’ ผู้อำนวยการประจำ Max Planck Institute for Social Anthropology สถาบันวิจัยทางมานุษยวิทยาสังคมในเยอรมนี อธิบายว่า การที่คนรุ่นใหม่ในจีนต้องแกล้งทำงาน ก็เป็นเพราะพวกเขารู้สึกหงุดหงิดและไม่มีอำนาจ เนื่องจากไม่ได้รับโอกาสในการทำงานเลย

Xiang มองว่า การแกล้งทำงานเปรียบเสมือนเกราะป้องกันที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ค้นหาและให้เวลาตนเอง โดยเว้นระยะห่างจากค่านิยมหลักของสังคม

บริการสำหรับคนว่างงาน ที่เกิดขึ้นจากอดีตคนว่างงานเหมือนกัน

Goal

แล้วมันต้องเป็นคนแบบไหน ถึงคิดธุรกิจสร้างออฟฟิศทิพย์ให้คนว่างงานแบบนี้ได้?

คำตอบก็คือ ต้องเป็นคนว่างงานเหมือนกันยังไงล่ะ

‘Feiyu’ (นามสมมุติ) วัย 30 ปี คือเจ้าของ Pretend To Work Company สาขาตงกวน ผู้เคยตกงานมาแล้วในอดีต หลังจากธุรกิจค้าปลีกของเขาต้องปิดตัวลงเนื่องจากโควิดระบาด

Feiyu เข้าใจดีว่าการเป็นคนว่างงาน มันรู้สึกอย่างไร เพราะ ณ ตอนนั้น เขารู้สึกดิ่งดาวน์มาก แถมยังโทษตัวเองอยู่เสมอ เพราะเอาจริงๆ ก็อยากทำให้ชีวิตตนเองดีขึ้น แต่รู้สึกว่าไม่มีอำนาจมากพอในการทำอะไรเลย

ด้วยเหตุนี้ Feiyu จึงก่อตั้ง Pretend To Work Company ขึ้นมา และเพียง 1 เดือนหลังจากเริ่มโฆษณา ออฟฟิศของเขาก็มีผู้เข้ามาใช้บริการเต็มทุกคอก โดย 40% เป็นเด็กจบใหม่ที่เข้ามาถ่ายรูปบรรยากาศ เพื่อนำไปเป็นหลักฐานการฝึกงาน ขณะที่ส่วนน้อยเข้ามาแกล้งทำงาน เพื่อลดแรงกดดันจากผู้ปกครอง 

ส่วนอีก 60% คือ ‘ฟรีแลนซ์’ ที่ทำงานออนไลน์อยู่แล้ว โดยอายุเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 30 ปี และเด็กสุดที่ Feiyu เคยเจอคือ 25 ปี

เอาจริงๆ Feiyu ก็ไม่รู้หรอกว่าธุรกิจนี้จะทำกำไรได้ในระยะยาวหรือไม่ แต่เขามองว่า อยากให้มันเป็นแบบทดสอบทางสังคมมากกว่า

“มันคือการโกหก เพื่อรักษาเกียรติ แต่มันก็ช่วยให้คนบางคนค้นพบความจริงเช่นกัน” Feiyu กล่าว

ดังนั้น ธุรกิจของ Feiyu จึงไม่ใช่แค่ออฟฟิศทิพย์ให้คนว่างงาน แต่เป็น “ศักดิ์ศรีของการไม่เป็นคนไร้ประโยชน์” ด้วยต่างหาก

ที่มา: BBC

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา