Pepsi ระเบิดศึกน้ำดำหน้าร้อน ทุ่ม 250 ล้านบาทอัด Music Marketing ไม่หวั่นภาษีความหวาน

Music Marketing เป็นอาวุธการตลาดที่ช่วยสร้างแบรนด์มานักต่อนัก ซึ่งปีนี้ Pepsi เลือกกลยุทธ์นี้ปูพรมศึกน้ำดำหน้าร้อน ผ่านการทุ่มงบประมาณกว่า 250 ล้านบาท เพื่อเพิ่มความนิยม และ Market Share ให้กับแบรนด์

Pepsi
Pepsi

การทำตลาดหน้าร้อนที่ไม่เคยพลาดสักปี

Pepsi คือหนึ่งในแบรนด์ยักษ์ใหญ่ในตลาด Cola หรือน้ำดำระดับโลก และในไทยก็เป็นเบอร์ต้นๆ ของตลาดน้ำอัดลมมูลค่า 50,000 ล้านบาทที่เติบโต 1.6% รวมถึงตลาดน้ำดำมูลค่า 35,000 ล้านบาทที่เติบโต 1.6% จากปีก่อนด้วย ดังนั้นเพื่อรักษาความนิยมนี้เอาไว้ทำให้ Pepsi ต้องลงทุนอย่างหนักในช่วงหน้าร้อน

สมชัย เกตุชัยโกศล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท เป๊ปซี่โค เซอร์วิสเซส เอเชีย จำกัด เล่าให้ฟังว่า ทุกหน้าร้อนยอดขายของ Pepsi จะมากกว่าช่วงปกติ 20-30% เนื่องจากพฤติกรรมของคนไทยที่ชื่นชอบเครื่องดื่มที่ทำให้สดชื่นในเวลาดังกล่าว ทำให้มันเป็นช่วงเวลาที่บริษัทพลาดไม่ได้

pepsi
สมชัย เกตุชัยโกศล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท เป๊ปซี่โค เซอร์วิสเซส เอเชีย จำกัด

“Pepsi ลงทุน 250 ล้านบาทในแคมเปญหน้าร้อนปีนี้ ผ่านการใช้กลยุทธ์ Music Marketing ตั้งแต่การทำเพลงใหม่ขึ้นมา, การไปจัดกิจกรรมตามจังหวัดต่างๆ, การร่วมเป็นผู้สนับสนุนในงานคอนเสิร์ตช่วงสงกรานต์ รวมถึงการจัดคอนเสิร์ตในมหาวิทยาลัย ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในชื่อแคมเปญว่า #ForTheLoveofMusic”

เจ้าตลาดขวด PET ผ่านส่วนแบ่งตลาด 45%

สำหรับ Pepsi นั้นปัจจุบันทำตลาดผ่านบรรจุภัณฑ์แบบขวดพลาสติก หรือ PET และกระป๋อง ไม่มีการจำหน่ายแบบขวดแก้ว โดย Pepsi มีส่วนแบ่งในตลาดขวด PET เป็นอันดับที่ 1 หรือ 45% ของตลาดนี้ ส่วนกระแสของตลาดในปัจจุบันเริ่มไปในทิศทางขวด PET มากกว่าขวดแก้วที่นิยมในอดีตแล้ว

“ต้องบอกว่าขวดแก้วนั้นมันกินสัดส่วนตลาดน้ำอัดลมไม่ถึง 19% แล้ว ดังนั้นการที่ Pepsi บุกตลาดขวด PET เต็มตัวก็เป็นทางที่ถูกต้อง ประกอบกับการสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่องของเราก็ทำให้ Pepsi เป็นที่นิยมในหมู่ผู้บริโภค สังเกตจาก Brand Health ที่ค่อนข้างดีมาก”

ขณะเดียวกันจากการลงทุนครั้งนี้ Pepsi คาดว่าในช่วงฤดูร้อนน่าจะมียอดขายเติบโตเหนือคู่แข่ง และภาพรวมตลาดได้เช่นเดียวกัน ยิ่งทางกรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งว่าตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ. จะเข้าสู่หน้าร้อน และตัวอากาศจะร้อนกว่าปีก่อนเล็กน้อย ก็นับเป็นปัจจัยบวกในการทำตลาด

Pepsi
รายละเอียดการทำตลาดหน้าร้อนของ Pepsi

ไม่หวั่นภาษีความหวานหลัง Max Teste โตดี

ในทางกลับกันด้วยประเทศไทยมีโนยบายเกี่ยวกับขึ้นภาษีสินค้าที่มีความหวานซึ่งน้ำอัดลมคือหนึ่งในนั้น ทำให้ Pepsi เร่งทำตลาดสินค้าที่ไม่มีน้ำตาล และมีน้ำตาลน้อยเพื่อรับกับนโยบายนี้ เช่น Pepsi Max Teste, Mirinda Mix-It และชาเขียวลิปตัน กลิ่นมะม่วงใบเตยเป็นต้น

“เทรนด์สุขภาพมันมาตั้งแต่ปีก่อน และปีนี้ก็ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง ดังนั้นตัวสินค้ากลุ่ม Low Sugar ต้องมีการเติบโตที่รวดเร็ว ซึ่ง Pepsi ก็ค่อนข้างทำได้ดี ผ่านกลุ่มสินค้าน้ำตาลน้อยที่เติบโตจนคิดเป็น 10% ของยอดขายบริษัท และแนวโน้มมันก็น่าจะมากขึ้นกว่านี้ด้วย เพราะช่วง 5 ปีนั้นภาพรวมตลาดสินค้ากลุ่มไม่มีน้ำตาลเติบโตถึง 50%”

ทั้งนี้ประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะเก็บภาษีความหวานครั้งใหม่ ซึ่ง Pepsi เชื่อว่าจะกระทบกับโครงสร้างราคาของภาพรวมตลาดน้ำอัดลม แต่เมื่อบริษัทหันมารุกตลาดสินค้าน้ำตาลน้อย และไม่มีน้ำตาล เช่นการเปิดตัว Pepsi Max Teste Raspberry Flavor ก็น่าจะช่วยเพิ่มโอกาสทางธุรกิจเช่นเดียวกัน

สรุป

เป็นเรื่องปกติที่เราจะได้เห็นแบรนด์น้ำอัดลมลงทุนการตลาดเต็มที่กับช่วงหน้าร้อน โดยปีนี้ Pepsi ประเดิมเป็นรายแรก และเชื่อว่า Coca-Cola หรือ Coke รวมถึง Est ก็น่าจะเตรียมประกาศกลยุทธ์ในเร็วๆ นี้ ดังนั้นคงต้องจับตามองว่าช่วงหน้าร้อนศึกน้ำดำนี้จะดุเดือดแค่ไหน แล้วใครจะเป็นผู้ชนะในศึกนี้

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา