ORIGIN เปิดแผนปี 2569 พร้อมลุย 5 กลุ่มธุรกิจ มองอสังหาฯ ปีนี้ยังโตต่ำ แต่ยังมีโอกาสจากลูกค้าต่างประเทศ

ท่ามกลางความท้าทายที่เกิดขึ้น ทั้งแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่โตต่ำ สงครามการค้าระหว่างประเทศ และการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่วงการอสังหาริมทรัพย์จะต้องปรับตัวเพื่อฝ่าไปให้ได้

ภายในงาน ORIGIN Portfolio Evolution 2026 ได้ประเมินภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้เอาไว้โดย พีระพงศ์ จรูญเอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ได้คาดการณ์ว่าอาจจะยังเติบโตอยู่เพียงเล็กน้อย

แต่ขณะเดียวกันก็ยังมีสัญญาณบวกอยู่บ้าง จากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและกระบวนการช่วยเหลือลูกหนี้ตามนโยบายรวมหนี้ ที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการกู้และลดอัตราการปฏิเสธสินเชื่อของลูกค้าได้มากขึ้น

ทำให้ในปี 2569 นี้ ORIGIN GROUP ได้วางเป้าหมายยอดขายทั้งหมด อยู่ที่ 25,000 ล้านบาท รายได้รวม 10,000 ล้านบาท พร้อมวางแผนเปิดตัวโครงการใหม่ มูลค่ารวมกว่าอีก 19,400 ล้านบาท

แบ่งเป็น บ้านและคอนโดมิเนียม 6 โครงการ ธุรกิจโรงแรม 4 โรงแรม ธุรกิจอาคารสำนักงานและพื้นที่เชิงพาณิชย์ รวม 4 แห่ง  และธุรกิจคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าอีก 5 โครงการ

คว้าโอกาส ขยายฐานลูกค้าต่างชาติ

จุดที่จะเป็นอีกหนึ่งโอกาสของตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็คือลูกค้าต่างชาติ พีระพงศ์ เล่าว่า ประเทศไทยกำลังกลายมาเป็นจุดหมายสำคัญของการย้ายฐานการผลิตและการย้ายถิ่นฐานของชาวต่างชาติ โดยเฉพาะการซื้อหรือเช่าที่พักของกลุ่มพนักงาน Expat

ที่ผ่านมา ORIGIN GROUP ได้เปิดโครงการในทำเลยุทธศาสตร์ อย่างภูเก็ต พัทยา และย่าน CBD ในกรุงเทพฯ จากข้อได้เปรียบเรื่องระยะห่างที่ใกล้แหล่งงานและนิคมอุตสาหกรรม พร้อมที่จะผลักดันลูกค้า B2B ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก็คือ สามารถเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติมากขึ้น ด้วยยอดขายไม่ต่ำกว่า 6,300 ล้านบาท จากลูกค้ากว่า 30 ประเทศทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ORIGIN Portfolio Evolution 2026 กำลังบอกเราว่า ORIGIN GROUP ไม่ได้วางตัวเองเป็นกลุ่มธุรกิจที่ขายเพียงที่อยู่อาศัยอีกต่อไป แต่เลือกที่จะลุยธุรกิจอย่างหลากหลายและครอบคลุมทั้ง 5 ธุรกิจหลัก เพื่อสร้างความมั่นคงในระยะยาว โดยมีรายละเอียดแต่ละกลุ่มธุรกิจ ดังนี้

ORIGIN VERTICAL

ในปี 2569 ORIGIN VERTICAL ได้วางแผนที่จะเปิดโครงการใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 4,200 ล้านบาท ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พัทยา และภูเก็ต ซึ่งเป็นทำเลศักยภาพ โดยวางเป้ายอดขายเอาไว้ที่ 20,000 ล้านบาท รายได้ 4,500 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์อีกกว่า 12,000 ล้านบาท

พร้อมปรับตัวให้ทันความต้องการ ด้วยคอนโดมิเนียมที่ตอบโจทย์คนมีสัตว์เลี้ยง ซึ่งในทุกวันนี้สัตว์เลี้ยงได้กลายมาเป็นส่วนสำคัญของครอบครัว ทำให้ ORIGIN VERTICAL มีคอนโดมิเนียม Pet Friendly ที่มากถึง 25 โครงการ รวม 4,966 ยูนิต เพื่อรองรับตลาดกลุ่มนี้ที่กำลังโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งยังตั้งใจขยายฐานไปยังกลุ่มลูกค้าต่างประเทศ ไปจนถึงการขยายธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนอีกด้วย

Britania

สำหรับโครงการบ้านจัดสรรบริทาเนีย ในปีนี้จะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งสิ้น 3 โครงการ มูลค่ารวม 3,200 ล้านบาท โดยตั้งเป้าหมายยอดขายอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท รายได้ 3,400 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์อีก 4,000 ล้านบาท

ไฮไลต์หนึ่งที่น่าสนใจคือ การเปิดตัวโปรเจกต์ Brilliant Business Park พื้นที่ของการทำธุรกิจแบบมัลติฟังก์ชั่น ที่รวมทั้งโชว์รูม สตูดิโอ ออฟฟิศ และที่อยู่อาศัยเอาไว้ในที่เดียว โดยจะมีการเปิดนำร่องใน 5 ทำเลด้วยกัน คือ พระราม 2, บางนา-ตราด, อมตะซิตี้, แหลมฉบัง และ ระยอง มูลค่ารวมกว่า 1,200 ล้านบาท

กลยุทธ์สำคัญในปีนี้ของ บริทาเนีย คือการจับเทรนด์คนรักสุขภาพ ออกแบบที่อยู่อาศัยเพื่อดูแลร่างกายและจิตใจในระยะยาว โดยจะเน้นไปที่เรื่องของ Wellness และ Longevity พร้อมขยายโอกาสตลาดเช่า บ้านเพื่อการลงทุนในพื้นที่หัวเมืองท่องเที่ยวอีกด้วย

Primo Service Solutions

ต่อกันด้วยอีกขาหนึ่งของกลุ่มธุรกิจใน ORIGIN GROUP อย่าง พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจบริการอสังหาริมทรัพย์อย่างครบวงจร ที่ในปีนี้ วางเป้ารายได้ไว้อยู่ที่ 2,000 ล้านบาท ผ่านแนวคิด “PRIMO TRANSFORMATION ERA” ที่พร้อมเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง

โดยมีกลยุทธ์หลักคือ การยกระดับมาตรฐานการบริการให้ไปสู่ในระดับพรีเมียม พร้อมขยายตลาดไปสู่กลุ่มที่มีศักยภาพสูง สร้าง Lifestyle & Community Ecosystem ด้วยแพลตฟอร์ม Happy Maker ใช้เทคโนโลยีมาเป็นศูนย์กลางในการเปลี่ยนผ่านขององค์กร รวมไปถึงผลักดันด้าน ESG เพื่อสร้างความยั่งยืน

ORIGIN HOTEL

ธุรกิจโรงแรม ถือว่าเป็นอีกขาหนึ่งที่สร้างรายได้ประจำอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมตั้งแต่ธุรกิจโรงแรม อาคารสำนักงานให้เช่า และการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์

แผนธุรกิจในปีนี้ ORIGIN HOTEL ได้เดินหน้าขยายพอร์ตควบคู่ไปกับการบริหารตามโมเดล Build–Operate–Exit–Reinvest ซึ่งจะมีการเปิดโรงแรมใหม่ 4 โรงแรมด้วยกัน คิดเป็นมูลค่า 5,915 ล้านบาท อาคารสำนักงานและโครงการพื้นที่เชิงพาณิชย์ 4 แห่ง มูลค่า 3,100 ล้านบาท

รวมไปถึงแผน Divestment อีก 4 โรงแรมในปีนี้ รวมเป็น 1,011 ห้อง มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของพอร์ตโรมแรมในระยะยาว

Alpha Industrial Solutions

นอกจากที่อยู่อาศัย โรงแรม และบริการอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร ออริจิ้นยังมีกลุ่มธุรกิจคลังสินค้าและโรงงานให้เช่า ภายใต้ชื่อบริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด หรือ ALPHA อีกด้วย

ที่ผ่านมาในปี 2568 ALPHA มีศูนย์กระจายสินค้าทั้งสิ้น 10 โครงการ คิดเป็นพื้นที่รวม 403,859 ตารางเมตร เปิดใช้งานแล้ว 382,000 ตารางเมตร และมีอัตราการเช่าสูงถึง 95%

เป้าหมายของปี 2569 จึงเป็นการเปิดธุรกิจคลังสินค้าและโรงงานให้เช่าเพิ่มอีก 5 โครงการ ในพื้นที่กว่า 150,000 ตารางเมตร มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการที่กำลังขยายตัว โดยเฉพาะธุรกิจต่างประเทศที่มีการขยับเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น

สุดท้ายนี้ พีระพงศ์ ได้กล่าวว่า ปัจจุบัน ORIGIN GROUP มีสัดส่วนกำไร 45% มาจากกลุ่มธุรกิจบริการ โรงแรม และคลังสินค้าให้เช่า ขณะที่ที่อยู่อาศัยบ้านและคอนโดฯ มีสัดส่วนกำไรอยู่ที่ 55% ซึ่งในอนาคตคาดว่าจะมีรายได้จากธุรกิจใหม่เทียบเท่าได้กับธุรกิจเดิม

นี่คือการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ว่าเมื่อความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจกำลังทดสอบความอยู่รอด การขยายธุรกิจใหม่ที่นอกเหนือจากที่อยู่อาศัย คือสิ่งที่จะเข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ด้วยการคว้าโอกาสขยับขยายรากฐาน ปั้นธุรกิจอย่างครอบคลุม เพื่อให้แบรนด์สามารถไปต่อได้อย่างมั่นคงต่อเนื่องในระยะยาว

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา