อ่านเกมนักท่องเที่ยวจีน เมื่อข้อมูลจากสมาร์ทโฟนกลายเป็นทุกอย่าง

ชาวจีน ถือเป็นนักท่องเที่ยวหลักในประเทศไทย เพราะเมื่อมองไปทางไหน ทั้งในเมือง และตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ก็จะเห็นชาวจีนเป็นจำนวนมาก เมื่อจำนวนเยอะ โอกาสทางธุรกิจก็มี ดังนั้นลองมาศึกษาพฤติกรรม และรูปแบบการท่องเที่ยวของชาวจีน เพื่อต่อยอดรายได้กัน

ภาพจาก pixabay.com
ภาพจาก pixabay.com

Thai snack และ Hot Pot คือคำที่ถูก Search เยอะ

ข้อมูลจาก Baidu (ไป่ตู้) ยักษ์ใหญ่ด้าน Search Engine จากประเทศจีน แสดงให้เห็นว่า ชาวจีนที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย ต่างมีการใช้สมาร์ทโฟนเพื่อค้นหาเรื่องต่างๆ เพื่อทำให้การท่องเที่ยวมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะคำที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ผ่านคำยอดนิยมคือ Thai Snack Tips และ Hot Pot รวมถึง Local Dining Options ดังนั้นใครทำธุรกิจที่เกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้

ส่วนผู้อยากเป็นเจ้าของธุรกิจหน้าใหม่ ก็สามารถนำคำเหล่านี้ไปต่อยอดธุรกิจ พร้อมกับลงโฆษณากับยักษ์ใหญ่ด้านค้นหาข้อมูลจากจีนรายนี้ได้ เพราะปัจจุบันมีตัวแทนให้บริการในประเทศไทยแล้ว เช่น Ready Planet หนึ่งในผู้ให้บริการยกระดับธุรกิจสู่ออนไลน์ นอกจากนี้การรับชำระผ่าน Alipay หรือ Wechat Pay ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถเพิ่มยอดขายให้กับทางร้านเช่นกัน

ภาพจาก pixabay.com
ภาพจาก pixabay.com

กลุ่มกระเป๋าหนักชอบมาเที่ยวไทย

ขณะเดียวกันจากการสำรวจฐานผู้ใช้ Baidu พบว่า ชาวจีนที่มาท่องเที่ยงในประเทศไทยช่วงครึ่งแรกของปี 2559 แบ่งเป็นการมาเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์ 41% และท่องเที่ยวด้วยตนเอง 59% ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลังจะเป็นการท่องเที่ยวแบบกรุ๊ปทัวร์เพียง 26% และที่เหลือเป็นการท่องเที่ยวด้วยตนเอง เพราะปัจจุบันการท่องเที่ยวในประเทศไทยทำได้ง่ายขึ้น ส่วนช่วงอายุที่มาเที่ยวสูงสุดคือ 25 – 34 ปี หรือ 41% ของทั้งหมด

ที่สำคัญนักท่องเที่ยวที่มาในประเทศไทยเป็นกลุ่มที่มีรายได้สูงมากที่สุด คิดเป็น 55% ของทั้งหมด รองลงมาเป็นกลุ่มรายได้ปานกลาง 28% และสุดท้ายคือกลุ่มรายได้น้อย 17% แสดงให้เห็นถึงกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาในประเทศไทย ทำให้การทำตลาดที่ตรงกลุ่มเป้าหมาย และใช้เครื่องมือทางออนไลน์ให้เป็น ก็จะได้เปรียบคู่แข่งในธุรกิจเดียวกันที่ยังใช้วิธีทำตลาดแบบดั้งเดิม

people-1118191_1280
ภาพจาก pixabay.com

ปราบทัวร์ศูนย์เหรียญ แต่จีนก็ยัง 9 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม แม้การเข้มงวดกับกลุ่มทัวร์ศูนย์เหรียญที่มาทำลายวงจรเศรษฐกิจของไทย จะทำให้นักท่องเที่ยวจีนลดลงไปบ้าง แต่สุดท้ายแล้วนักท่องเที่ยวจีนในปีนี้ยังอยู่ในหลัก 9 ล้านคน เพิ่มจากปีก่อนที่มีราว 8 ล้านคน ดังนั้นเจ้าของที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการขายสินค้ากับนักท่องเที่ยวจีน เช่นขายอาหาร หรือสินค้า และบริการ ยังสามารถทำตลาดได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาการเติบโตของรายได้ นอกจากนี้การปราบทัวร์ศูนย์เหรียญของรัฐบาลไทยยังช่วยให้นักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามามีคุณภาพมากขึ้น

สรุป

โอกาสจากนักท่องเที่ยวจีนยังมีเสมอ ยิ่งการเข้ามาหลัก 9 ล้านคน ก็ถือเป็นจำนวนที่ใครๆ อยากเข้าไปมีส่วนร่วม ดังนั้นการวางแผนอย่างชาญฉลาด และอาศัยเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือ เพื่อเตรียมนับเงินในกระเป๋า รวมถึงตระเตรียมให้พร้อมกับปี 2560 ที่นักท่องเที่ยวจีนยังมีเพิ่มเข้ามาแน่นอน แต่จะมีเครื่องมืออะไรใหม่ๆ มาตอบโจทย์นอกจาก Baidu, Alipay และ Wechat Pay หรือไม่ อันนี้ต้องคอยติดตามกัน

Comments

ติดตามข่าวสารจาก Brand Inside ได้จาก Facebook ของเรา